UNICEF ออกแถลงการณ์ล่าสุดวันอาทิตย์(16 เมษายน) ระบุตัวเลขเด็กเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 60 คนในเหตุโจมตีวันเสาร์(15)คาราวานรถบัสนำกลุ่มผู้อพยพและกลุ่มติดอาวุธชีอะห์อย่างน้อย 5,000 คน ออกจากพื้นที่ปิดล้อมภายใต้การคุ้มกันโดยกองกำลังฝ่ายต่อต้านซีเรีย ภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนผู้อพยพระหว่างฝ่ายชาวซีเรีย และฝ่ายชาวชีอะห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 126 คน
สำนักข่าว RT รายงานเมื่อวันจันทร์(17)ว่า กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ UNICEF ออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์(16) ประณามเหตุคาร์บอมบ์ในวันเสาร์(15)เป็นเหตุให้เด็กจำนวนไม่ต่ำกว่า 60 คนต้องถูกสังหาร ระหว่างที่เด็กเหล่านี้เดินทางพร้อมกับครอบครัวในกองคาราวานรถบัสออกจากพื้นที่สองเมืองของชาวชีอะห์ในจังหวัดอิดลิป เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดอเลปโปที่เพิ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด
แอนโธนี เลค (Anthony Lake) ผู้อำนวยการบริหาร UNICEF กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “หลังจาก 6 ปี แห่งสงครามและการสังหารหมู่ในซีเรีย…6 ปีของหัวใจที่แตกสลายของครอบครัวซีเรีย…แต่ความน่าสะพรึงกลัวล่าสุดจะต้องทำให้ผู้คนได้รับรู้ต้องหวาดผวาหากคนเหล่านี้ยังมีหัวใจ”
และในแถลงการณ์ยังกล่าวต่อว่า “มีรายงานออกมาว่า เด็กไม่ต่ำกว่า 60 คนได้เสียชีวิตในเหตุโจมตีคาราวานรถบัสผู้อพยพเมื่อวันเสาร์(15) บริเวณนอกเมืองอเลปโป เป็นขบวนรถของครอบครัวที่ต้องผจญต่อความยากลำบากอยู่ก่อนหน้านี้ และจากนี้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องเผชิญต่อการสูญเสีย”
แอนโธนี เลค ยังได้ออกมาเรียกร้องให้ ไม่เพียงแค่แสดงความเสียใจต่อเหตุสลด แต่ผู้อำนวยการใหญ่ UNICEF ยังเรียกร้องในเชิงปฏิบัติที่จะทำให้สงครามต้องยุติในเร็ววันนี้ โดยเขากล่าวว่า “เราต้องใช้เหตุการณ์นี้ที่ไม่เพียงแต่ มีความโกรธแค้น แต่ต้องเป็นความมุ่งมั่นใหม่ ที่จะเข้าถึงเด็กบริสุทธิ์ทั่วซีเรีย ในการให้ความช่วยเหลือและปลอบโยน” และในแถลงการณ์ยังกล่าวต่อว่า “และใช้เหตุการณ์นี้ ให้กลายเป็นความหวังว่า ใครก็ตามที่มีหัวใจและอำนาจที่จะสามารถสิ้นสุดสงครามที่โหดร้ายนี้จะกระทำ”
การโจมตีเกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงอิหร่าน และกาตาร์เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนผู้อพยพ 30,000 คน ในเวลา 60 วัน
โดยในข้อตกลงในการอพยพครั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้น จะมีการอพยพคนออกจากเมือง Fouaa และ Kefraya ของชาวชีอะห์ในจังหวัดอิดลิปรวม 8,000 คน รวมทั้งกลุ่มนักรบชีอะห์ 2,000 คน แต่เมื่ออพยพจริงกลับมีเพียง 5,000 คนซึ่งเป็นกลุ่มนักรบชีอะห์สูงถึง 1,300 คน แลกกับ พลเรือนชาวซีเรีย 2,200 คนที่จะได้รับการอพยพออกจากเมือง Madaya และ Zabadani ที่ถูกกองกำลังชีอะห์ปิดล้อม
รายงานจากกลุ่มสังเกตุการระบุว่า ขบวนอพยพชีอะห์ต้องหยุดลงที่เมือง Rashidin ทางตะวันตกของ Aleppo เมื่อวันศุกร์(14)หลังจากการอพยพไม่ตรงตามเงื่อนไขของข้อตกลง โดยรายงานก่อนเกิดเหตุระบุว่า “กำลังเจรจากันอยู่”
ขณะที่ผู้อพยพชาวซีเรียจำนวนหลายพันรายจากเมือง Madaya และ Zabadani ยังคงติดอยู่ในที่เมือง Ramousa ที่ตกอยู่ภายใต้การยึอครองของระบอบบาชาร์ ทางตอนใต้ของอเลปโป เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปยังปลายทางในจังหวัดอิดลิป
สำนักข่าว เดะซัน ของอังกฤษรายงานในวันอาทิตย์(16) ว่ามีจำนวนถึง 68 คนนั้น เป็นเพราะรถคาร์บอมบ์นั้นใช้เครื่องบรรเทาทุกข์ที่เป็นทั้งอาหารและขนมสำหรับแจกเด็กเป็นฉากบังหน้า และทำให้เด็กๆ ที่มีเด็กเล็กรวมอยู่ด้วยรุมล้อมต่อแถวรอ ซึ่งในระหว่างเกิดเหตุ มีการแจกขนมคล้ายมันฝรั่งเลย์ให้กับกลุ่มเด็กๆ อ้างจาก ลิซซี เฟแลน( Lizzie Phelan) นักข่าว RT
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของนักรบฝ่ายต่อต้านซีเรียเปิดเผยว่า มีสมาชิกกลุ่มไม่น้อยกว่า 20 คนเสียชีวิตจากเหตุโจมตีวันเสาร์(15) โดยคนเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เฝ้าคุ้มกันในระหว่างเกิดเหตุ และกล่าวต่อว่ามีผู้โดยสารรถบัสจำนวนหลายสิบคนเสียชีวิตเช่นกัน
ทั้งนี้พบว่าระเบิดเกิดขึ้นในเขตราชิดิน( Rashidin) ทางตะวันตกของเมืองอะเลปโปที่อยู่ภายใต้การยึดครองของฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ในเวลาราว 15:30 น.ของวันเสาร์(15 เม.ย) เกิดระเบิดขึ้นบริเวณจุดตรวจ ซึ่งเป็นจุดที่จะมีการส่งมอบกลุ่มผู้อพยพเกิดขึ้น
การอพยพยังคงดำเนินต่อไปหลังระเบิด และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งทั้งฝ่ายระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด และนักรบฝ่ายต่อต้านซีเรียต่างปฎิเสธความรับผิดชอบในเบื้องหลังการโจมตี แต่ทว่ามีผู้ออกมาชี้ว่า คาร์บอมบ์ที่ว่านั้นต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลซีเรียเสียก่อนจึงจะสามารถผ่านเข้ามายังพื้นที่ได้
เดอะซันรายงานว่า การอพยพล่าช้าและมาสู่เหตุโศกนาฎกรรม เป็นเพราะรัฐบาลซีเรียและกลุ่มกบฎไม่สามารถหาข้อยุติได้ต่อจำนวนของกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่เดินทางออกจากพื้นที่มากกว่าข้อตกลง ในขณะที่พลเรือนออกมาน้อยกว่าสัดส่วนที่ตกลงกัน ทำให้คาราวานรถบัสไม่สามารถเคลื่อนตัวออกไปได้ โดยต้องติดค้างนานไม่ต่ำกว่า 30 ชั่วโมง และทำให้ง่ายต่อการตกเป็นเป้าโจมตี
โดยหลายชั่วโมงหลังเกิดเหตุระเบิดการอพยพได้เดินหน้าต่อ โดยรถบัสหลายสิบคันที่นำผู้บาดเจ็บไปยังจุดหมายหลายทางเมื่อก่อนเที่ยงคืนของวันเสาร์ โดยรถบัสทั้ง 120 คันจากทั้งสองฝ่ายถึงปลายทางแล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=fMqoaVnj5kw
