สหประชาชาติตั้งชาวนอร์เวย์ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำพม่าคนใหม่ชั่วคราวในวันอังคาร (31 ตุลาคม) เพื่อทำหน้าที่ดูแลกิจการด้านมนุษยธรรมในช่วงที่ความตึงเครียดกับรัฐบาลพม่าขยายตัวขึ้นจากปัญหาการจัดการวิกฤติโรฮิงญา
การแต่งตั้งผู้ประสานงานชั่วคราวนี้คาดว่าเกิดขึ้นหลังจากทางการพม่าขัดขวางการปรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของสหประชาชาติในพม่า
นางอองซาน ซูจีได้กล่าวกับนักการทูตในการพบหารือส่วนตัวว่าเธอรู้สึกผิดหวังกับสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน
คนุต ออสต์บี้ ที่ทำงานกับสหประชาชาติในพื้นที่สำคัญต่างๆ เช่น อัฟกานิสถาน และติมอร์ตะวันออก จะเข้าทำหน้าที่แทนที่นางเรนาตา ลอค-เดสซาลเลียน ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำพม่าที่สิ้นสุดวาระ
ชาวมุสลิมโรฮิงญากว่า 600,000 คน ได้หลบหนีไปบังกลาเทศหลังเหตุความรุนแรงทางชาติพันธุ์ปะทุขึ้นในรัฐยะไข่เมื่อ 25 สิงหาคม
ผู้ตรวจสอบสิทธิและผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากล่าวว่า กองทัพและชาวยะไข่บังคับให้ชาวโรฮิงญาต้องทิ้งบ้านเรือนของตัวเอง
ด้านผู้สืบสวนสหประชาชาติที่สัมภาษณ์ชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยใกล้เมืองคอกซ์บาซาร์ระบุว่า พวกเขาได้รวบรวมข้อมูลซึ่งชี้ให้เห็นถึงรูปแบบที่เป็นระบบระเบียบสอดคล้องกันของการสังหาร การทรมาน การข่มขืนและการวางเพลิง
ทีมค้นหาข้อเท็จจริงภายใต้การนำของอดีตอัยการสูงสุดชาวอินโดนีเซียระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของกองทัพพม่ายังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเป็นตัวเลขที่สูงมาก
ทีมงานของสหประชาชาติที่ตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติในเดือนมีนาคม ได้ยื่นคำร้องรอบใหม่สำหรับการเข้าถึงพื้นที่รัฐยะไข่ และการเจรจาหารือกับรัฐบาลพม่า และทหารเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ในช่วงเริ่มต้นของวิกฤติ สหประชาชาติระบุว่าการดำเนินการของทหารเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์ แต่พม่าอ้างว่าทหารเข้าร่วมปฏิบัติการปราบปรามการก่อการร้ายกับผู้ก่อการร้ายโรฮิงญาที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด่านตำรวจหลายระลอก
และแม้ซูจีได้ให้คำมั่นว่าผู้ลี้ภัยสามารถเดินทางกลับประเทศได้ แต่ก็วางเงื่อนไขว่าเฉพาะผู้ที่มีหลักฐานแสดงตัวว่าเป็นชาวพม่าเท่านั้น

Major clashes between the army and Muslim insurgents erupted last month, triggering a dire refugee crisis with nearly half a million Rohingya fleeing across the border to Bangladesh. / AFP PHOTO / STR












