Pakistani JF-17 fighter jet

อินเดียออกมาแสดงความไม่พอใจเมื่อรัฐบาลปากีสถานตกลงขายเครื่องบินรบแบบ JF-17 ให้แก่พม่าและไนจีเรีย

Nikkei Asian Review รายงานว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีปากีสถานอิมราน ข่านเดินทางไปกรุงปักกิ่งในวันอังคาร โดยมีผู้ติดตามที่น่าสนใจอย่าง พล.อ.กามาร์ จาเว็ด บัจวะ (Qamar Javed Bajwa) ผู้บัญชาการทหารบก โดยในขณะที่ประธานาธิบดีพบกับผู้นำจีน และนักธุรกิจ ส่วนนายพลบัจวะก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากกองทัพจีนซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศ

อันที่จริงแล้วจีนกำลังช่วยปากีสถานให้เป็นผู้ส่งออกอาวุธที่ขายอาวุธให้กับประเทศต่างๆ โดยเริ่มต้นจากพม่า และไนจีเรีย

ปากีสถานใช้เครื่องมือทางทหารของจีนมานานกว่า 50 ปีแล้วแม้ว่าอิสลามาบัดจะใช้ทุกโอกาสเพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันประเทศจากชาติตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐฯ

ผู้นำของปากีสถานยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับประเทศสหรัฐอเมริกามายาวนานแต่บางครั้งการซื้อขายอาวุธมีปริมาณลดลง สิ่งนี้ตรงกันข้ามกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับจีนซึ่งได้ให้การสนับสนุนปากีสถานมาอย่างต่อเนื่องในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิด

การถ่ายโอนเทคโนโลยีจากประเทศจีนทำให้ปากีสถานเริ่มผลิตอุปกรณ์ทางทหารด้วยตัวเอง นี่เป็นความจริงกับเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่ปัจจุบันเป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์การป้องกันของอิสลามาบัด ปากีสถานกำลังเดินสายการผลิตรถถัง และอุปกรณ์ทางทหารอื่น ๆ สำหรับกองกำลังทางบกมากขึ้นจากการถ่ายโอนเทคโนโลยีทางทหารจากจีน

ในทำนองเดียวกันจีนก็ยังได้เพิ่มการสนับสนุนให้แก่กองทัพเรือของปากีสถานด้วย

ตามที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลปากีสถานกล่าวกับ Nikkei Asian Review ในปีที่ผ่านมาปากีสถานได้เพิ่มการขายเครื่องบินรบ Thunder รุ่น JF-17 เป็นสองเท่า โดยเป็นเครื่องบินรบที่สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากจีน

เจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานกล่าวว่า JF-17 Block III ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดของ JF-17 ที่จะเปิดตัวในปี 2020 จะมีการติดตั้งเรดาร์ขั้นสูง รวมทั้งอาวุธ และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ เพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ในกรุงอิสลามาบัดยังกล่าวอีกว่าจีนได้ช่วยปากีสถานสร้างอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศที่เป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เพื่อให้การซื้ออุปกรณ์ทางทหารไม่ทำลายเศรษฐกิจของประเทศที่อ่อนแอ

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศพม่าได้ปล่อยรูปภาพของเครื่องบิน JF-17 จำนวน 4 ลำที่ซื้อมาเพื่อทดแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่าที่หมดอายุการใช้งาน โดยข้อตกลงดังกล่าวได้รับการอำนวยความสะดวกจากจีนซึ่งให้เครดิตในการจัดซื้อ JF-17 จำนวน 16 ลำ แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยราคาที่ชัดเจน แต่แหล่งข่าวก็บอกกับนิกเกอิว่าการขายเครื่องบินรบ 16 ลำพร้อมอะไหล่ของปากีสถานครั้งนี้มีมูลค่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ

พล.อ.ท.Shahid Latif อดีตนายพลแห่งกองทัพปากีสถานกล่าวว่า”ด้วยราคา ที่สวนทางกับความสามารถที่สูงเป็นจุดขายหลักของ JF-17″

เขาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการผลิต JF-17 และการขายเครื่องบินรบรุ่นนี้ให้กับพม่า และยังมีความสนใจจากกองทัพอากาศมาเลเซีย และอาเซอร์ไบจาน ที่กำลังพิจารณาสั่งซื้อในอนาคต รวมถึงการสั่งซื้อเพิ่ม JF-17 เพิ่มเติมจากกองทัพอากาศไนจีเรียซึ่งปัจจุบันมีประจำการอยู่แล้วด้วย

Mushahid Hussain Sayyid ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรค Pakistan Muslim League-Nawaz (PML-N) ของปากีสถาน กล่าวว่าขณะนี้มีปัจจัยอีกประการหนึ่งที่กระตุ้นให้ปักกิ่งร่วมมือกับปากีสถาน มาจากการประกาศของอินเดียในการเพิกถอนเอกราชของแคชเมียร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทของ อินเดีย-ปากีสาถาน-จีน

“ในเดือนสิงหาคมปีนี้เมื่ออินเดียเปลี่ยนสถานะแคชเมียร์มาเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย จีนก็มีความกังวลเช่นกันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเขตลาดัก” ซายิดกล่าว

จีนควบคุมส่วนหนึ่งของแคชเมียร์เช่นกัน ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่ามีประชากรชาวพุทธจำนวนมากติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน

นอกจากนี้จีนยังมีเหตุผลอื่นที่จะต่อต้านอินเดียด้วย

“ชาวจีนเชื่อว่าสหรัฐฯและประเทศตะวันตกอื่น ๆ กำลังพยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับอินเดีย” เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอาวุโสคนหนึ่งในกรุงอิสลามาบัดกล่าว พร้อมเสริมว่า “ในการตอบสนองจีน ด้วยการทำทุกโอกาสที่มีอยู่เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางทหารกับปากีสถาน”

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าการพึ่งพาอุปกรณ์ทางทหารของจีนจะเพิ่มขึ้น จีนได้ลงนามในสัญญาจัดหาเรือดำน้ำใหม่ 8 ลำให้กับกองทัพเรือปากีสถาน ซึ่งเป็นข้อตกลงการซื้ออาวุธที่ใหญ่ที่สุดระหว่างประเทศ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของสัญญา แต่นักวิเคราะห์ด้านการป้องกันประเทศของตะวันตกกล่าวว่าอาจมีมูลค่าสูงราว 4 พันล้านดอลลาร์ถึง 5 พันล้านดอลลาร์ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบอาวุธ และส่วนเสริมอื่น ๆ

สัญญาดังกล่าวระบุว่าจีนจะส่งเรือดำน้ำ 4 ลำไปยังกองทัพเรือของปากีสถานภายในปี 2565 และสร้างอีก 4 ลำที่อู่ต่อเรือในการาจีเมืองท่าทางใต้ในทะเลอาหรับ และมหาสมุทรอินเดีย

นักการทูตตะวันตกซึ่งไม่ออกนามที่อยู่ในกรุงอิสลามาบัดกล่าวกับนิกเกอิเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชิโน – ปากีสถานนั้นยึดหลักเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นกุญแจสำคัญในความร่วมมือของปากีสถาน และจีน

ความคิดเห็น

comments

By admin