การสู้รบรุนแรงระหว่างกองกำลังติดอาวุธระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด และกลุ่มนักรบในจังหวัดอิดลิบของซีเรียส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 คน ตามการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (16 มกราคม)
การโจมตีอย่างหนักที่รวมทั้งการโจมตีทางอากาศ การยิงปืนใหญ่ และการต่อสู้ภาคพื้น ซึ่งความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นในพื้นที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัสเซีย และตุรกี เพื่อค้ำประกันความปลอดภัยให้กับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย
กองกำลังบาชาร์ อัล-อัสซาด และกองกำลังพันธมิตรชีอะห์ เข้ายึดหมู่บ้าน 2 แห่งในระหว่างการรุกคืบเข้าสู่เมืองมาเร็ต อัลนูมาน ด้วยการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย ตามการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย
การสู้รบเริ่มขึ้นเมื่อวันพุธ (15) ในพื้นที่ทางใต้ของเมืองมาเร็ต อัลนูมาน เป้าหมายสำคัญในการบุกจู่โจมทางทหารต่อเป้าหมายฝ่ายต่อต้านซีเรีย
นักรบต่อต้านรัฐบาลอย่างน้อย 22 คนถูกสังหาร ส่วนใหญ่เป็นสมชิกกลุ่มฮายัต ตะห์รีร์ อัลชาม ซึ่งถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับอัลกออิดะห์ในซีเรีย
ขณะที่กองกำลังบาชาร์ และนักรบพันธมิตรชีอะห์ 17 คนตายจากปฎิบัติการในพื้นที่เช่นกัน รามี อับดุล เราะห์มาน หัวหน้ากลุ่มสังเกตการณ์ ระบุ
เขากล่าวเสริมว่า ตอนนี้กองกำลังบาชาร์อยู่ห่างเพียง 7 กิโลเมตรจากมาเร็ต อัลนูมาน เมืองที่เคยเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นของการลุกฮือต่อต้านการปกครองของประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด
ระหว่างระยะเวลาเกือบ 9 ปีของความขัดแย้งนี้ การประท้วงต่อต้านรัฐบาลยังคงเกิดขึ้นในบางเมืองของจังหวัดนี้
ในเมืองอิดลิบ มีพลเรือนเสียชีวิต 18 คนจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันพุธ (15) ทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่รัสเซีย และตุรกี ร่วมลงนามกันไว้
การสู้รบทำให้พลเรือนหลายแสนคนต้องหลบหนีออกจากบ้านตัวเองในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาอยู่ในภาวะเสี่ยงท่ามกลางฤดูหนาวรุนแรง
