ผู้นำสหรัฐฯแถลงช่วงค่ำวันจันทร์(20 เมษายน)ว่า จะลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการอพยพเข้าสหรัฐฯชั่วคราวจากการที่สหรัฐฯในเวลานี้กำลังอยู่ในวิกฤตจัดการโรคระบาดโคโรนาไวรัส หรือโควิด-19 ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมทั่วโลกวันอังคาร(21)อยู่ที่ 170,399 คน ติดเชื้อรวม 2,478,948 คน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ แถลงช่วงค่ำวันจันทร์(20)ว่า เขาจะใช้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯลงนามบังคับใช้คำสั่งห้ามการอพยพเข้าประเทศชั่วคราว โดยอ้างว่าเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาทางสาธารณสุขและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19
“เนื่องมาจากการโจมตีของศัตรูที่มองไม่เห็น รวมไปถึงความจำเป็นของการต้องปกป้องงานของประชาชนชาวอเมริกัน ผมจะลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อยุติการอพยพเข้าสหรัฐฯชั่วคราว” รายงานจากทวิตเตอร์ของทรัมป์
แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาจะใช้เครื่องมือใดในการห้ามการเข้าเมืองชั่วคราว รวมไปถึงระยะเวลาห้ามการอพยพเข้าชั่วคราว และผลกระทบใดที่จะมีต่อปฎิบัติการการข้ามแดนสหรัฐฯและกลุ่มผู้ที่ถือกรีนการ์ด
ทั้งนี้พบว่าผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 การอพยพเข้าสหรัฐฯส่วนใหญ่ถูกตัดไป พบว่าผู้อพยพที่ต้องถูกนำมาเพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ในเวลานี้ถูกระงับชั่วคราว การให้บริการวีซ่าส่วนใหญ่ปิดให้บริการและพิธีสาบานตนพลเมืองสหรัฐฯไม่เกิดขึ้น
ด้านอาลี นูรานี(Ali Noorani) ผู้อำนวยการบริหารฟอรัมการเข้าเมืองแห่งชาติ (National Immigration Forum)ออกมาแสดงความเห็นว่า “นี่ไม่เกี่ยวกับนโยบาย นี่เป็นสารของประธานาธิบดีที่ต้องการจะส่ง เขาต้องการให้คนเผชิญหน้ากัน และไม่ว่าคุณค่าใดที่การอพยพจะมีให้ต่อการต่อต้านและการฟื้นคืน(จากวิกฤตการระบาด) เขาเห็นว่าการอพยพเข้าเมืองนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายดายที่จะตำนิ”
การออกมาเปิดเผยถึงคำสั่งการห้ามอพยพเข้าสหรัฐฯชั่วคราวเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลของเขาพยายามที่จะเปิดบางส่วนของประเทศอีกครั้ง
ทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรวมของสหรัฐฯประจำวันอังคาร(21)อยู่ที่ 787,960 คน เสียชีวิต 42,364 คน โดยที่เมืองนิวยอร์ก ซิตียังคงมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดที่ 14,604 คน
