ตัวแทนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งร่วมมือกับดิฉัน สร้างแคมเปญ “รื้อคดี ‘ทนายสมชาย’ อย่างโปร่งใสและอิสระ” ได้เข้าพบปลัดกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2559 โดยหนึ่งในวาระสำคัญคือการติดตามความคืบหน้า “ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย” ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของแคมเปญนี้

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่ากระทรวงจะเสนอร่างฯ ดังกล่าวพร้อมวาระการให้สัตยาบันใน “อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED)” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องอีกข้อในแคมเปญนี้ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือนนี้แล้ว เพื่อให้มีมติเห็นชอบภายในเดือน เม.ย. ก่อนจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป

ด้านแชมพา พาเทล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่ายังมีความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของคณะกรรมการตามร่างฯ ดังกล่าวซึ่งมีสัดส่วนจากข้าราชการเกือบทั้งหมด โดยอยากให้คณะกรรมการเป็นอิสระจากภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

หาก “ร่าง พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย” ผ่านออกมาเป็นกฎหมายแล้ว จะส่งผลให้การทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนการบังคับบุคคลให้สูญหายอย่างเช่นในกรณีของ “ทนายสมชาย” กลายเป็นอาชญากรรม มีบทลงโทษชัดเจนต่อผู้กระทำผิด ตลอดจนมีกลไกป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

อย่าหยุดส่งเสียงจนกว่าทนายสมชาย ครอบครัวนีละไพจิตร และเหยื่ออุ้มหายทุกคนจะได้รับความยุติธรรม!

ติดตามข่าวสารแคมเปญได้อีกช่องทางที่เฟซบุ๊กดิฉันได้ที่ facebook.com/angkhana.nee และแฟนเพจแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย facebook.com/AmnestyThailand

ความคิดเห็น

comments

By admin