ผลการสืบสวนของทีมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติสรุปว่า เที่ยวบิน MH17 ถูกสอยโดยจรวดบุค (Buk) ที่นำมาจากแดนหมีขาวและยิงจากพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน ด้านหน้าที่ระดับสูงของมอสโกเรียงหน้าปฏิเสธพร้อมตอบโต้ว่า ข้อสรูปดังกล่าวอิงกับการคาดการณ์และข้อมูลไร้คุณภาพ ทั้งยังมีการเมืองชักใยอยู่เบื้องหลัง

ทีมสืบสวนร่วม (JIT) ซึ่งนำโดยเนเธอร์แลนด์ เปิดแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (28) ที่เมืองนิวเวเคน เนเธอร์แลนด์ ระบุมีหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้ว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH17 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ถูกยิงตกโดยจรวดบุค 9M38 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 23014 ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 298 คนเสียชีวิต

คณะสืบสวนที่ประกอบด้วยตัวแทนจากออสเตรเลีย มาเลเซีย ยูเครนและเบลเยียม แจกแจงว่า ข้อสรุปดังกล่าวอิงกับหลักฐานมากมาย ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบทางนิติเวชศาสตร์ คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลจากระบบเรดาร์ และการดักฟังโทรศัพท์

ทั้งนี้ การสอบสวนพบว่า จรวดถูกยิงจากพื้นที่เพาะปลูกห่างจากเมืองสนิซฮนีของยูเครนประมาณ 6 กม. พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในการควบคุมของกลุ่มกบฏที่ฝักใฝ่รัสเซีย

รายงานการสืบสวนยังระบุว่า จรวดบุคที่ใช้นั้นถูกส่งข้ามแดนจากรัสเซียไปยังภาคตะวันออกของยูเครนด้วยรถบรรทุกวอลโว่สีขาว ซึ่งทั้งพยาน ภาพถ่ายและวิดีโอระบุตรงกันว่ามีรถหลายคัน ทั้งยังมีกลุ่มติดอาวุธในเครื่องแบบคุ้มกันตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์บริเวณที่ยิงจรวดซึ่งอยู่ใกล้หมู่บ้านเปอร์โวไมสกียังให้การว่า ได้ยินเสียงดังมากและเห็นกลุ่มควัน

ขณะนี้ คณะสืบสวนกำลังตรวจสอบว่า ใครเป็นคนสั่งให้ลักลอบนำเครื่องยิงจรวดบุคเข้าไปในยูเครน รวมถึงใครคือผู้ที่สั่งการให้ยิงเที่ยวบิน MH17

วิลเบิร์ต พอลลิสเซน ผู้อำนวยการกองการสืบสวนอาชญากรรมแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ แถลงว่า หลังจากยิงเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลนส์ จรวดบุคถูกเคลื่อนย้ายกลับเข้าสู่ดินแดนรัสเซีย พร้อมเสริมว่า ข้อมูลดาวเทียมจากสำนักงานอวกาศของอเมริกาและยุโรปได้ระบุจุดยิงจรวด ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพยานจำนวนมาก

พอลลิสเซน บอกอีกว่า เจไอทีได้ตรวจสอบสถานการณ์จำลองต่างๆ หลายรูปแบบ ซึ่งในที่สุดแล้วพบว่าไม่มีหลักฐานรองรับสถานการณ์อื่นเหล่านั้น อาทิ การก่อการร้ายบนเครื่องบิน หรือการที่ MH17 ถูกเครื่องบินทหารยิงตก โดยข้อมูลเรดาร์จากรัสเซียและยูเครนพิสูจน์ว่า ขณะเกิดเหตุ ไม่มีเครื่องบินลำอื่นบินอยู่ใกล้ MH17

คณะสืบสวนยังจำลองการยิงของระบบป้องกันภัยทางอากาศจากภาคพื้นดิน และเปรียบเทียบชิ้นส่วนของบุคที่ได้จากจุดที่เครื่องบินถูกยิงตก กับชิ้นส่วนจากจรวดรุ่น 9M38 ชนิดต่างๆ และยังทดสอบการระเบิดบุคภายในพื้นที่ควบคุมที่ฟินแลนด์

ที่สำคัญคือ การตรวจสอบทางนิติเวชศาสตร์พบเศษจรวดบุคในร่างนักบินและลูกเรือ MH17 ขณะที่เศษกระจกในห้องนักบินบ่งชี้ว่า เครื่องถูกยิงจากภายนอก นอกจากนั้นยังพบเศษโลหะบิดเบี้ยวจากจรวดบุคที่ถูกยิง “ด้วยความรุนแรงมาก” ที่หน้าต่างห้องนักบิน หลักฐานที่นำไปสู่ข้อสรุปในการสืบสวนยังรวมถึงการดักฟังโทรศัพท์ระหว่างแกนนำกบฏยูเครน ภาพถ่าย วิดีโอที่วิเคราะห์และตรวจพิสูจน์แล้ว รวมถึงวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติ ของรัสเซีย ได้ยืนกรานว่า เรื่องราวทั้งหมดอิงจากการคาดการณ์และข้อมูลที่ไร้คุณภาพ ทั้งยังไม่มีความเป็นมืออาชีพ ส่วนทางด้าน ลีโอนิด สลัตสกี้ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศน์สัมพันธ์ของรัฐสภารัสเซีย ขานรับว่า ข้อสรุปของคณะทำงานนานาชาติพัวพันกับการเมืองชัดเจน ขณะที่ เอดูอาร์ด บาซูริน ตัวแทนจากกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซีย ในเมืองโดเนตสก์ของยูเครน ยืนยันว่า กลุ่มกบฏไม่ได้ยิงเครื่องบินโบอิ้ง เนื่องจากไม่มีเครื่องยิงจรวดบุค ทั้งยังบอกด้วยว่า ไม่มีใครเคยเห็นภาพถ่ายดาวเทียมของอเมริกาที่อ้างว่าบันทึกภาพการยิงจรวดบุคได้

แม้เจไอทียังไม่ระบุชื่อผู้ต้องสงสัย 100 คนที่อาจเชื่อมโยงกับการยิง MH17 หรือการขนส่งจรวดบุค รวมทั้งไม่ได้ระบุเชื้อชาติของคนเหล่านั้น แต่เชื่อกันอย่างแพร่หลายว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นทหารและเจ้าหน้าที่รัสเซีย นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มสูงว่า รัสเซียจะไม่ยอมส่งผู้ต้องสงสัยไปขึ้นศาลนอกประเทศ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นที่ใด แต่ตัวเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดคือกรุงเฮก เนื่องจากผู้เสียชีวิต 2 ใน 3 เป็นชาวดัตช์

ความคิดเห็น

comments

By admin