ทหารฟิลิปปินส์เดินหน้าโจมตีอย่างหนักต่อเมืองมาราวี ทางตอนใต้ของประเทศด้วยการโจมตีทางอากาศ และปืนใหญ่ในวันเสาร์ (17 มิถุนายน) ในขณะที่ทหารถูกส่งมาเพิ่มเติม และยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 300 รายหลังจากการสู้รบกับสมาชิกกลุ่มดาอิชนานเกือบหนึ่งเดือน

การยิงปะทุขึ้นและกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากเขตที่ยังถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธ ในขณะที่กองทัพอากาศทิ้งระเบิดเพื่อสนับสนุนทหารภาคพื้นที่พยายามจะขับไล่นักรบออกจากที่มั่น

เฮลิคอปเตอร์จู่โจม MG520 และเครื่องบินขับไล่ FA50 ถูกใช้ในปฏิบัติการนี้ ในขณะที่เสียงปืนกลสามารถได้ยินได้ในระยะไกล แสดงถึงความรุนแรงของการสู้รบ

ในวันเสาร์ (17) ทหารอีก 400 คนถูกส่งทางเครื่องบินมายังมาราวีจากตอนกลางของฟิลิปปินส์ ตามรายงานของ CNN

คลิปวิดีโอจากโทรทัศน์เผยให้เห็น ทหารพยายามล่ำลาครอบครัวของพวกเขาก่อที่จะถูกส่งไปยังพื้นที่ขัดแย้ง

กลุ่มติดเพียงหลักร้อยได้บุกยึดเมืองมาราวี เมืองสำคัญที่สุดของชาวมุสลิมในฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พร้อมโบกธงสีดำของกลุ่มดาอิช

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ประกาศกฎอัยการศึกในภูมิภาคมินดาเนาทางตอนใต้เพื่อตอบโต้การโจมตีดังกล่าว ซึ่งเขาระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดาอิชที่จะสร้างฐานที่มั่นในประเทศนี้

การมีฐานที่มั่นที่นี่อาจมีความสำคัญสำหรับความพยายามของดาอิชที่จะจัดตั้งอนาจักรของตนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักวิเคราะห์ ระบุ

กองทัพระบุว่า นักรบชาติต่างชาติ 8 คนจากเชเชน เยเมน มาเลเซีย และอินโดนีเซียอยู่ในหมู่กลุ่มติดอาวุธที่ถูกสังหารในการสู้รบที่มาราวี

ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดตอนนี้เพิ่มเป็น 329 คน ถูกสังหารในความขัดแย้งนี้ 310 คน ประกอบด้วยกลุ่มติดอาวุธ 225 คน ทหาร 59 คน และพลเรือน 26 คน อ้างจากตัวเลขของรัฐบาล

อีก 19 คนมาจากผู้ที่หลบหนีเนื่องจากการสู้รบ มูจีฟ ฮาตามัน ผู้ว่าเขตปกครองตนเองแห่งหนึ่งของชาวมุสลิม กล่าว

ฮาตามันกล่าวว่า การเสียชีวิตระหว่างหลบหนีเกิดจากการขาดน้ำอย่างรุนแรงจากโรคท้องร่วง

ประชาขนกว่า 309,000 คนถูกทำให้กลายเป็นคนไร้บ้านในมาราวี และพื้นที่ใกล้เคียง รัฐบาลกล่าว พวกเขาจำนวนมากหลบหนีไปยังบ้านของเพื่อนและญาติ ส่วนคนอื่นๆ อยู่ในศูนย์อพยพ

ความคิดเห็น

comments

By admin