สภาท้องถิ่นในเขต Al-Marj ทางตะวันออกของกรุงดามัสกัสเปิดเผยเมื่อวันจันทร์(29 มกราคม)กล่าวว่าพลเรือนอย่างน้อย 60 คนถูกสังหารในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยประกาศให้เขต Al-Marj เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ อันเป็นผลมาจากปฎิบัติการโจมตีทางทหารอย่างหนักต่อพื้นที่พลเรือนของกองกำลังบาชาร์ อัล-อัสซาด โดยการสนับสนุนทางอากาศจากรัสเซีย และการสนับสนุนภาคพื้นดินจากกลุ่มติดอาวุธต่างชาติ
สภาท้องถิ่นกล่าวว่าตัวเลขดังกล่าวมาจากการรวบรวมข้อมูลการเสียชีวิตของพลเรือนในช่วงระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 28 มกราคม นอกจากนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสูงถึง 143 คน
สภาท้องถิ่นชี้ว่าระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด และพันธมิตรขอเขา ได้ใช้อาวุธได้ใช้อาวุธต้องห้ามตามกฎหมายระหว่างประเทศรวมทั้งก๊าซคลอรีน รวมถึงการใช้เครื่องยิงระเบิดวิถีโค้งหรือเปิด ค. ยิงถล่มเป้าหมายพลเรือน ที่ส่งผลให้พลเรือน 1,600 ครอบครัวในเขต Al-Marj ต้องอพยพออกจากพื้นที่ รวมถึงบ้านเรือน 850 หลังถูกทำลาย และยังมีโรงเรียน 3 แห่งถูกทำลายด้วย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเครือข่ายสิทธิมนุษยชนแห่งซีเรีย (SNHR) กล่าวว่าอย่างน้อย 10,204 คนซึ่งรวมถึงเด็ก 2,298 คนและหญิง 1,536 คนถูกสังหารจากทั่วประเทศซีเรียในปี 2560
เครือข่ายได้เสนอข้อเสนอแนะ รวมถึงการเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อหยุดการโจมตีตามอำเภอใจที่ฆ่าพลเรือนชาวซีเรีย และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แม้สหประชาชาติจะมีมติที่ 2139 บังคับใช้มาแล้วกว่า 1 ปีก็ตาม
Source: Syrian Coalition’s Media Departmen
