แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรเรียกร้องให้ชาวเมืองร่วมกันโหวตสนับสนุนกฎหมายให้ชาวมุสลิมตั้งเขตปกครองตนเองบนเกาะมินดาเนา ในการทำประชามติที่จะมีขึ้นในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การยุติความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มเรียกร้องเอกราชที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ทศวรรษ
แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร (Moro Islamic Liberation Front – MILF) ซึ่งเซ็นสนธิสัญญาสันติภาพกับรัฐบาลฟิลิปปินส์เมื่อ 4 ปีก่อน ได้นัดรวมพลผู้สนับสนุนหลายหมื่นคนจากทั่วเกาะมินดาเนาเมื่อวันอาทิตย์ (29 กรกฎาคม) เพื่อเริ่มรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ได้ลงนามอนุมัติร่างกฎหมาย Bangsamoro Organic Law ซึ่งจะให้อำนาจปกครองตนเองแก่ชาวมุสลิมทางภาคใต้ภายในปี 2022 โดยรัฐบาลซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยยุติการสู้รบที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 120,000 คน และทำให้มีผู้พลัดถิ่นฐานอีกถึง 2 ล้านคน
“หนทางไปสู่การปกครองตนเองที่แท้จริงกำลังเริ่มขึ้น” โมฮาเกอร์ อิกบัล หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของ MILF ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์
ก่อนหน้านั้น เขาได้กล่าวปราศรัยต่อผู้สนับสนุนทั้งชาย หญิง และเยาวชนหลายหมื่นคนให้ช่วยกันโหวตสนับสนุนกฎหมายซึ่งจะขยายพื้นที่เขตปกครองตนเองของชาวมุสลิมทางภาคใต้ แต่ก็ยอมรับว่ายังมีอุปสรรคอีกหลายอย่างที่อาจขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้
“เรายังไม่รู้ว่าจะมีกลุ่มหรือบุคคลใดพยายามตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรมของกฎหมายตั้งเขตปกครองตนเองต่อศาลสูงสุดหรือไม่” เขากล่าวท่ามกลางฝูงชนที่ตะโกนสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า ‘อัลลอฮุอักบัร์’
เมื่อปี 2008 ศาลสูงสุดฟิลิปปินส์ได้พิพากษาคัดค้านการจัดทำเอกสาร “บันทึกความเข้าใจแห่งข้อตกลงว่าด้วยอาณาบริเวณที่ได้รับตกทอดจากบรรพบุรุษ” (Memorandum of Agreement on Ancestral Domain) ซึ่งประธานาธิบดี กลอเรีย มากาปากัล-อาร์โรโย ผู้นำฟิลิปปินส์ในขณะนั้น ได้เจรจาทำความตกลงกันไว้กับกลุ่ม MILF โดยศาลสูงสุดตัดสินว่าข้อตกลงดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญและต้องเป็นโมฆะ
การแทรกแซงของฝ่ายตุลาการคราวนั้นได้จุดชนวนให้เกิดความรุนแรงระลอกใหม่ และทำให้ประชาชนนับล้านในพื้นที่ตอนกลางของเกาะมินดาเนาต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น และในช่วงเวลานั้นเองที่เริ่มมีกบฏกลุ่มย่อยเกิดขึ้น ซึ่งต่อมาได้จับมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มดาอิช
แกนนำ MILF ยอมรับว่าไม่อยากจะให้เหตุการณ์ซ้ำรอย เพราะอาจทำให้กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งขยายอิทธิพลในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ หลังการทำประชามติผ่านพ้นไปจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนผ่านบังสาโมโร ซึ่งมีสมาชิกรวม 80 คน และคาดว่าส่วนใหญ่จะมาจาก MILF
เขตปกครองตนเองบังสาโมโรจะครอบคลุมพื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นเกาะใหญ่อันดับ 2 ของฟิลิปปินส์ รวมไปถึงหมู่เกาะเล็กๆ ทางตะวันตกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเขตอิทธิพลของพวกอาชญากรและโจรสลัด
ภูมิภาคแถบนี้มีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่ราว 5 ล้านคน และมีระดับการจ้างงาน รายได้ การศึกษา และการพัฒนาทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดในประเทศ
องค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นต่างออกมาแถลงชื่นชมการผ่านร่างกฎหมายตั้งเขตปกครองตนเองสำหรับชาวมุสลิมในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยยุติความรุนแรงและนำไปสู่การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ




