กบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์และพรรคพวก ได้บุกยึดสนามบินที่เมืองทาเอสในวันอาทิตย์ (22 มี.ค.) จากนักรบท้องถิ่น ด้านผู้นำเยเมนเรียกร้องยูเอ็นเข้าช่วย ชี้ชีอะห์ฮูธีย์คือภัยคุกคามของภูมิภาค
ทาเอส เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของเยเมน อยู่ระหว่างกรุงซานาซึ่งถูกพวกกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์บุกยึดไปเมื่อเดือนกันยายน กับเมืองเอเดนทางตอนใต้ ที่ประธานาธิบดีอับดี รับบูห์ มานซูร์ ฮาดี หนีการกักขังไปอาศัยอยู่
การเข้ายึดเมืองทาเอส ทำให้ฝ่ายกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ ที่ร่วมมือกับกองกำลังที่ภักดีต่ออดีตประธานาธิบดี อาลี อับดุลเลาะห์ ซอและห์ สามารถกระชับพื้นที่ควบคุมพื้นที่ปกครองชนเผ่าของชาวมุสลิมมากขึ้น และบีบให้ประธานาธิบดีฮาดี มีที่ยืนน้อยลง
แหล่งข่าวระบุว่า นักรบของกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ที่สวมเครื่องแบบกองทัพ กับพวกกองกำลังพิเศษ รวมกันประมาณ 300 นาย ได้ถูกส่งมายังสนามบินดังกล่าว ขณะที่กำลังหนุนทั้งทางบกและทางอากาศจากกรุงซานาก็ยังมีมาอย่างต่อเนื่อง
กองกำลังพิเศษที่เป็นพวกเดียวกับกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ ก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นที่รู้จักกันในชื่อกองกำลังความมั่นคงกลาง ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ถูกมองว่ามีความใกล้ชิดกับอดีตผู้นำซอและห์ ผู้ถูกพลังประชาชนโค่นลงจากอำนาจในปี 2012
“ทหารพวกนี้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีซอและห์” แหล่งข่าวทางทหารบอกกับเอเอฟพี
แหล่งข่าวบอกอีกว่า กบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ยังได้ส่งคนออกตรวจการณ์ในละแวกใกล้เคียงกับเมือง พร้อมทั้งขยายพื้นที่ลงมาทางใต้ โดยมีการตั้งจุดตรวจไว้ในราเฮดา ห่างจากเมืองทาเอสลงมาทางใต้ประมาณ 80 กิโลเมตร บนเส้นทางที่มุ่งหน้าไปเมืองเอเดน
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ทหารที่ภักดีต่อประธานาธิบดีฮาดี กับนักรบชนเผ่าทางตอนใต้ของประเทศ ได้ถูกจัดส่งไปยังเขตพื้นที่ลาห์จ ซึ่งอยู่ทางเหนือของเอเดน ไปคอยระวังภัยในกรณีที่พวกกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์บุกมา
ฮาดีได้พยายามที่จะสร้างความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาลให้กลับมาอีกครั้ง เมืองที่เขาประกาศให้เป็นเมืองหลวงชั่วคราวของประเทศเยเมน หลังจากที่เขาได้ยกเลิกการลาออกจากตำแหน่งที่ต้องทำไปเพราะถูกพวกกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์บีบบังคับ และใบลาออกของเขายังไม่ได้รับการยอมรับจากสภา ก่อนที่สภาจะถูกกลุ่มกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ประกาศให้ยุบ และให้ตั้งคนของตนขึ้้นมาเป็นสมาชิกรัฐสภาแทน
เมื่อวันพฤหัสบดี กองกำลังนักรบชนเผ่า ได้บุกฐานในเมืองเอเดนของพวกกองกำลังพิเศษที่ฝักไฝ่ฝ่ายกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ หลังจากผู้บังคับการประจำฐานนั้นปฏิเสธที่จะยอมรับคำสั่งของฮาดี ที่จะปลดเขาออกจากตำแหน่ง
ขณะที่สหรัฐอเมริกาประกาศถอนกำลังหน่วยรบพิเศษทั้งหมดออกจากประเทศเยเมนตามรายงานของ NBC News โดยอ้างว่าการถอนทหารสหรัฐเกิดขึ้นหลังกลุ่มอัลกออิดะห์ AQAP สามารถเข้ายึดเมืองเอกในจังหวัดทางใต้ของเยเมนได้สำเร็จในช่วงดึกวันศุกร์(20) และทำให้ทหารเสียชีวิตถึง 20 คน โดยทหารสหรัฐกลุ่มนี้นอกเหนือการสอนยุทธวิธีรบให้กับกองกำลังเยเมนแล้ว ทหารสหรัฐฯมีหน้าที่รวบรวมข่าวกรองทางการทหารที่มีกลุ่มอัลกออิดะห์ AQAP เป็นเป้าหมาย รวมไปถึงกลุ่มติดอาวุธอื่นเพื่อจุดประสงค์การโจมตีทางอากาศด้วยโดรนติดอาวุธ
ทั้งนี้สหรัฐไม่มีทีท่าใดๆ ที่ชัดเจนในการต่อต้านการก่อกบฎของกลุ่มกบฏชีอะห์หัวรุนแรงฮูธีย์ ในการใช้กำลังบุกยึดอำนาจ และขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในเยเมน เหมือนกับที่สหรัฐมักแทรกแทรงทางทหารในเหตุการยึดอำนาจในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยมักอ้างว่าการที่รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตย
ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เตรียมที่จะเปิดการประชุมในวันอาทิตย์ (22) ภายหลังได้รับสารจากฮาดิ ซึ่งมีข้อความเรียกร้องให้ “ทำการแทรกแซงโดยด่วน” ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ เพื่อหยุดยั้งความก้าวร้าวนี้ที่มุ่งบ่อนทำลายอำนาจอันชอบธรรมของรัฐบาลเยเมน และทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของเยเมน
ฮาดิระบุว่า กลุ่มฮูติและพันธมิตรไม่ได้เป็นภัยคุกคามสันติภาพในเยเมนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและทั่วโลก

