เกิดจลาจลใหญ่ขึ้นที่เมืองมัลโมทางใต้ของสวีเดนในวันศุกร์(28 สิงหาคม) หลังตำรวจปะทะผู้ประท้วงร่วม 300 คนบนท้องถนนไม่พอใจที่กลุ่มผู้สนับสนุน รามุส พาลูดาน(Rasmus Paludan) หัวหน้าพรรคการเมืองขวาจัดเดนมาร์คผู้ชูนโยบาบต่อต้านผู้อพยพ โดยพวกเขาได้ทำการเผาคัมภีร์อัลกุรอานที่เมืองโรเซนการ์ด(Rosengard)ในสวีเดน เขาถูกจับส่งตัวออกนอกประเทศพร้อมห้ามเข้าสวีเดนนาน 2 ปี
AFP รายงานเมื่อเสาร์(29 สิงหาคม)ว่า คนไม่ต่ำกว่า 10 คนถูกจับและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสวีเดนจำนวนเล็กน้อยได้รับบาดเจ็บระหว่างการปะทะในเมืองมัลโม (Malmö )ทางใต้ของสวีเดนคืนวันศุกร์(28)เกิดขึ้นหลังกลุ่มนักเคลื่อนไหวขาวจัดที่สนับสนุนรามุส พาลูดาน(Rasmus Paludan)หัวหน้าพรรคการเมืองขวาจัดเดนมาร์คที่ชูนโบายต่อต้านผู้อพยพ ได้ทำการเผาคัมภีร์อัลกุรอานใกล้กับมัสยิดในเมืองโรเซนการ์ด(Rosengard)ที่อยู่ใกล้เคียงตามรายงานของอัลญะซีเราะฮ์ และสื่ออีกหลายสำนัก
พาลูดานมีกำหนดเดินทางมาร่วมงานที่เมืองมัลโมซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
กลุ่มผู้ประท้วงที่มีไม่ต่ำกว่า 300 คน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และวัยรุ่นใช้ก้อนหินขว้างปาและเผายางรถยนต์ในเมืองและความรุนแรงเพิ่มขึ้นมากตามลำดับหลังจากนั้นอ้างอิงจากตำรวจและสื่อท้องถิ่น
การประท้วงที่เกิดในคืนวันศุกร์(28) และกว่าจะสามารถควบคุมให้สงบได้ก็เลยไปจนถึงเช้าวันเสาร์(29) เชื่อมโยงมาจากเหตุการณ์การเผาคัมภีร์อัลกุรอาน ริคการ์ด ลุนด์ควิสต์(Rickard Lundqvist)โฆษกตำรวจสวีเดนแถลง
ทั้งนี้ช่วงคืนวันศุกร์(28)พบผู้ประท้วงราว 10-20 คนถูกควบคุมแต่ในภายหลังได้รับการปล่อยตัวออกไปทั้งหมด และมีตำรวจไม่กี่นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการปะทะ
ด้านผู้นำนักการศาสนาอิสลามในสวีเดน อิหม่าม ซามีร์ มูริค(Samir Muric) ออกมาประณามความรุนแรงทางเฟซบุ๊กพร้อมชี้ว่า “พวกที่ออกมากระทำเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม”
ขณะที่ ชาห์เอ็ด (Shahed) ชาวมัลโมออกมาแสดงความเห็นว่า “ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง” แต่กล่าวยืนยันว่า “มันจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีการเผาคัมภีร์”
AFP รายงานว่า พาลูดานหัวหน้าพรรคสแตรม เคิร์ส (Stram Kurs) มีกำหนดที่ต้องเดินทางเข้ามาพูดที่งานแห่งหนึ่งในมัลโมคืนวันศุกร์(28) แต่ทางสวีเดนได้ออกคำสั่งห้ามการเดินทางเข้าประเทศสวีเดนของเขาเป็นเวลา 2 ปี และสามารถจับกุมตัวเคิร์สได้ใกล้เมืองมัลโม
ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนเขายังคงเดินหน้าในการเดินขบวนและมีการจับกุมเกิดขึ้น 6 รายในข้อหาทำให้เกิดความเกลียดชัง
