บรรยากาศในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่(3) บริเวณจังหวัดสงขลา ยังมีหมอกควันปกคลุมในบางพื้นที่ ส่วนที่หมอกควันหนาแน่นจะลอยอยู่ตามพื้นที่ใกล้เชิงเขา เช่น บริเวณถนนเพชรเกษมสายเก่า หาดใหญ่-รัตภูมิ อ.หาดใหญ่ และถนนกาญจนวนิช สายหาดใหญ่-สะเดา มีหมอกปกคลุมหนาจัด ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง อยู่ที่ประมาณ 200 เมตร ผู้ใช้รถต้องเพิ่มความระมัดระวังและต้องเปิดไฟหน้า
นายฮาเล็ม เจ๊ะมาริกัน ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมเขต 16 สงขลา เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ หมอกควันอินโดนีเซีย ล่าสุดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เฉลี่ยเกิน 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
ส่วนจ.ปัตตานี หมอกควันไฟป่ายังคงปกคลุมทั้ง 12 อำเภอ ตามถนนสายต่างๆ มีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น ผู้ใช้รถต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากทัศนะวิสัยในการมองเห็นระยะไกลไม่ดีนัก ต้องเปิดไฟหน้าและใช้ความเร็วลดลง
นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี เน้นย้ำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีหมอกควัน ใช้หน้ากากอนามัย หรือผ้าปิดปากและจมูก ทั้งนี้หากหมอกควันปกคลุมในพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
ส่วนในเขตเทศบาลเมืองยะลา สภาพอากาศเช้านี้ มีหมอกควันกระจายเต็มท้องฟ้า และมีความหนาแน่น สามารถมองเห็นหมอกควันได้อย่างชัดเจน เช่น ที่ถนนสาย 418 ยะลา-ปัตตานี บริเวณบนสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานีและสะพานขาออก มองเห็นหมอกควันยังเกาะกลุ่มหนาแน่น ทัศนวิสัยการมองเห็นเหลือประมาณ 300 เมตร ซึ่งอาจเกิดผลกระทบกับการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน ส่วนชาวบ้านเริ่มมีความกังวลในเรื่องของสุขภาพของเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
