にほんご ONLINEภาษาญี่ปุ่น ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4–ม.6)
1
ระดับ 6 — ประยุกต์ · บทที่ 1

これ・それ・あれ และ この・その・あの

ชี้สิ่งของและถามชื่อสิ่งของได้ด้วยระบบ こ-そ-あ-ど

🎯 จุดประสงค์การเรียนรู้

1.1 ระบบ こそあど — หัวใจของการชี้ในภาษาญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่นมีระบบคำชี้ที่เป็นระเบียบมาก เรียกว่า こそあど ことば โดยแบ่งตามระยะห่างจากผู้พูดและผู้ฟัง

ระยะสิ่งของ+ คำนามสถานที่ทิศทาง (สุภาพ)
ใกล้ผู้พูดこれこの〜こここちら
ใกล้ผู้ฟังそれその〜そこそちら
ไกลทั้งคู่あれあの〜あそこあちら
คำถามどれどの〜どこどちら

จำง่าย ๆ ว่าทุกชุดขึ้นต้นด้วย こ (ใกล้ฉัน) / そ (ใกล้เธอ) / あ (ไกลทั้งคู่) / ど (คำถาม)

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
koreสิ่งนี้ (ใกล้ผู้พูด)
soreสิ่งนั้น (ใกล้ผู้ฟัง)
areสิ่งโน้น (ไกลทั้งคู่)
doreสิ่งไหน
enpitsuดินสอ
keshigomuยางลบ
jishoพจนานุกรม
kagiกุญแจ

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
これは じしょです。
これわ じしょです
Kore wa jisho desu.
นี่คือพจนานุกรม
💡 ของอยู่ในมือผู้พูดหรือใกล้ตัวผู้พูด
ตัวอย่างที่ 2
それは わたしの えんぴつです。
それわ わたしの えんぴつです
Sore wa watashi no enpitsu desu.
นั่นคือดินสอของฉัน
💡 ของอยู่ใกล้คู่สนทนา แต่เป็นของเรา
ตัวอย่างที่ 3
あれは なんですか。
あれわ なんですか
Are wa nan desu ka.
โน่นคืออะไร
💡 ของอยู่ไกลจากทั้งสองคน เช่น ชี้ไปที่อาคารฝั่งตรงข้าม
ตัวอย่างที่ 4
A: どれが たなかさんの かぎですか。 B: これです。
どれが たなかさんの かぎですか これです
A: Dore ga Tanaka-san no kagi desu ka. B: Kore desu.
A: อันไหนคือกุญแจของคุณทานากะ B: อันนี้ครับ
💡 คำถามที่มี どれ ต้องใช้คำช่วย が ไม่ใช่ は
💡 เกร็ดภาษา: ให้นึกภาพการคุยโทรศัพท์วิดีโอคอล ของที่อยู่ในเฟรมเรา = これ ของที่อยู่ในเฟรมอีกฝ่าย = それ ของที่ไม่อยู่ในเฟรมใครเลย = あれ

1.2 この・その・あの + คำนาม

ความแตกต่างสำคัญ: これ ใช้เดี่ยว ๆ ส่วน この ต้องมีคำนามตามหลังเสมอ ห้ามใช้ลอย ๆ

◯ これは ほんです。(นี่คือหนังสือ)
✕ このは ほんです。
◯ この ほんは おもしろいです。(หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ)

การใช้ この + คำนาม ทำให้ประโยคชัดเจนและสุภาพกว่า เพราะระบุสิ่งที่พูดถึงอย่างชัดแจ้ง

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
zasshiนิตยสาร
hitoคน
kataท่าน (สุภาพกว่า ひと)
miseร้านค้า
tatemonoอาคาร

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
この ほんは にほんごの ほんです。
この ほんわ にほんごの ほんです
Kono hon wa Nihongo no hon desu.
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือภาษาญี่ปุ่น
ตัวอย่างที่ 2
その かばんは だれのですか。
その かばんわ だれのですか
Sono kaban wa dare no desu ka.
กระเป๋าใบนั้นของใคร
💡 だれの + です ละคำนามหลัง の เพราะรู้แล้วว่าพูดถึงกระเป๋า
ตัวอย่างที่ 3
あの ひとは わたしの せんぱいです。
あの ひとわ わたしの せんぱいです
Ano hito wa watashi no senpai desu.
คนโน้นเป็นรุ่นพี่ของฉัน
💡 ถ้าต้องการสุภาพมากให้ใช้ あの かた แทน あの ひと
ตัวอย่างที่ 4
あの たてものは なんですか。
あの たてものわ なんですか
Ano tatemono wa nan desu ka.
อาคารหลังโน้นคืออะไร
ตัวอย่างที่ 5
この みせの ラーメンは おいしいです。
この みせの ラーメンわ おいしいです
Kono mise no rāmen wa oishii desu.
ราเมนของร้านนี้อร่อย
💡 ใช้ この ร่วมกับ の ในประโยคเดียว

1.3 そうです / そうじゃありません และการละคำนาม

เมื่อถูกถามด้วย 〜ですか สามารถตอบสั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องพูดซ้ำทั้งประโยค

はい、そうです。= ใช่ครับ ถูกต้อง
いいえ、ちがいます。= ไม่ใช่ครับ (นิยมใช้มากกว่า そうじゃありません)

และสามารถ ละคำนามที่พูดไปแล้ว ได้ โดยทิ้ง の ไว้ท้าย

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
sō desuใช่ / เป็นเช่นนั้น
chigaimasuไม่ใช่ / ผิด
sō desu kaอย่างนั้นหรือ

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
A: これは たなかさんの かさですか。 B: はい、そうです。
これわ たなかさんの かさですか はい そうです
A: Kore wa Tanaka-san no kasa desu ka. B: Hai, sō desu.
A: นี่ร่มของคุณทานากะหรือเปล่า B: ใช่ครับ
ตัวอย่างที่ 2
A: それは あなたの ですか。 B: いいえ、ちがいます。
それわ あなたの ですか いいえ ちがいます
A: Sore wa anata no desu ka. B: Iie, chigaimasu.
A: นั่นของคุณหรือเปล่า B: ไม่ใช่ครับ
💡 あなたの です = ของคุณ (ละคำนามเพราะรู้อยู่แล้ว)
ตัวอย่างที่ 3
A: この ノートは マリーさんのですか。 B: いいえ、わたしのじゃ ありません。
この ノートわ マリーさんのですか いいえ わたしのじゃ ありません
A: Kono nōto wa Marī-san no desu ka. B: Iie, watashi no ja arimasen.
A: สมุดเล่มนี้ของคุณมารีหรือเปล่า B: ไม่ใช่ ไม่ใช่ของฉัน
ตัวอย่างที่ 4
A: あれは がっこうですか。 B: いいえ、びょういんです。
あれわ がっこうですか いいえ びょういんです
A: Are wa gakkō desu ka. B: Iie, byōin desu.
A: โน่นคือโรงเรียนหรือ B: ไม่ใช่ครับ เป็นโรงพยาบาล
💡 ปฏิเสธแล้วให้ข้อมูลที่ถูกต้องทันที เป็นมารยาทการสนทนาที่ดี