ระดับ 6 — ประยุกต์ — เอกสารประกอบการเรียน
にほんご ONLINE · รวมเนื้อหาและคำศัพท์เพื่อใช้อ่านทบทวนหรือพิมพ์เป็นเอกสาร
ระบบอักษรญี่ปุ่น และฮิรางานะ あ–の
ひらがな① あ行〜な行
สรุปย่อ: รู้จักอักษรญี่ปุ่น 4 ระบบ ตารางเสียง 50 เสียง และเขียน–อ่านฮิรางานะ 25 ตัวแรกได้
- บอกความแตกต่างของฮิรางานะ คาตากานะ คันจิ และโรมาจิได้
- ออกเสียงสระ 5 เสียงของภาษาญี่ปุ่นได้ถูกต้อง
- อ่านและเขียนฮิรางานะแถว あ か さ た な ได้ครบ 25 ตัว
- อ่านคำศัพท์พื้นฐานที่ประกอบจากอักษร 25 ตัวแรกได้
1.1 ภาษาญี่ปุ่นใช้อักษรอะไรบ้าง
ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ใช้ตัวอักษร 4 ระบบผสมกันในประโยคเดียว ซึ่งต่างจากภาษาไทยที่ใช้อักษรชุดเดียว ผู้เรียนใหม่มักตกใจ แต่ความจริงแล้วแต่ละระบบมี “หน้าที่” ชัดเจนมาก เมื่อเข้าใจหน้าที่แล้วจะอ่านง่ายขึ้นทันที
| ระบบอักษร | ลักษณะ | ใช้เขียนอะไร |
|---|---|---|
| ひらがなฮิรางานะ | เส้นโค้งมน | คำญี่ปุ่นแท้ คำช่วย คำลงท้ายกริยา |
| カタカナคาตากานะ | เส้นตรง เหลี่ยม | คำยืมจากต่างประเทศ ชื่อชาวต่างชาติ เสียงเลียนธรรมชาติ |
| 漢字คันจิ | ตัวอักษรจีน | คำนาม แก่นของคำกริยา/คำคุณศัพท์ |
| ローマ字โรมาจิ | อักษรโรมัน | ป้ายชื่อสถานี ชื่อบริษัท เพื่อให้ชาวต่างชาติอ่าน |
ตัวอย่างประโยคจริงที่ใช้ครบ 3 ระบบ:
— わたし และ は/です เป็นฮิรางานะ, タイ (ไทย) เป็นคาตากานะเพราะเป็นชื่อประเทศต่างชาติ, 人 (คน) เป็นคันจิ
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ひらがな | hiragana | อักษรฮิรางานะ |
| カタカナ | katakana | อักษรคาตากานะ |
| かんじ | kanji | อักษรคันจิ |
| ことば | kotoba | คำศัพท์ / ภาษา |
| にほんご | nihongo | ภาษาญี่ปุ่น |
1.2 เสียงสระ 5 เสียง — หัวใจของการออกเสียงญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่นมีสระเพียง 5 เสียง เท่านั้น และทุกพยางค์ในภาษาญี่ปุ่นเกิดจาก “พยัญชนะ + สระ” เสมอ (ยกเว้น ん) นี่คือเหตุผลที่ภาษาญี่ปุ่นฟังดูเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
| อักษร | โรมาจิ | เทียบเสียงไทย | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|
| あ | a | อะ | อ้าปากกว้างกว่า “อะ” ไทยเล็กน้อย |
| い | i | อิ | ริมฝีปากเหยียดกว้าง |
| う | u | อุ | ไม่ห่อปาก ต่างจาก “อุ” ไทยชัดเจน |
| え | e | เอะ | กึ่งกลางระหว่าง เอะ–แอะ |
| お | o | โอะ | ห่อปากน้อยกว่า “โอะ” ไทย |
ทุกแถวในตารางเสียงญี่ปุ่นจะเรียงตามลำดับ a–i–u–e–o เสมอ เช่น แถว か คือ か(ka) き(ki) く(ku) け(ke) こ(ko) ดังนั้นถ้าจำลำดับสระได้ จะเดาเสียงของทั้งตารางได้ทันที
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| あい | ai | ความรัก |
| いえ | ie | บ้าน |
| うえ | ue | ข้างบน |
| あお | ao | สีน้ำเงิน |
| おい | oi | หลานชาย |
1.3 ตารางเสียง 50 เสียง (五十音図)
ตาราง ごじゅうおんず (โกจูอนซุ) คือตารางมาตรฐานที่คนญี่ปุ่นทุกคนใช้เรียงลำดับตัวอักษร เทียบได้กับ ก–ฮ ของไทย ตารางเรียงเป็น 10 แถว × 5 สระ โดยอ่านจากขวาไปซ้าย (ในตำราญี่ปุ่นดั้งเดิม)
สิ่งที่ต้องจำคือชื่อแถว เพราะจะใช้เรียกตลอดการเรียน เช่น “แถว か” (か行 คา-เกียว) หมายถึง かきくけこ ทั้ง 5 ตัว
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ごじゅうおん | gojūon | ตารางเสียง 50 เสียง |
| かきじゅん | kakijun | ลำดับขีดการเขียน |
| よみかた | yomikata | วิธีอ่าน |
1.4 แถว あ — あ い う え お
แถวแรกคือสระล้วน ไม่มีพยัญชนะนำ ลองกดที่ตัวอักษรด้านล่างเพื่อฟังเสียง
จุดสังเกตการเขียน
- あ 3 ขีด — ขีดขวางก่อน แล้วขีดตั้ง แล้วลากวนเป็นห่วง
- い 2 ขีด — เส้นซ้ายยาว เส้นขวาสั้น
- う 2 ขีด — จุดเล็กด้านบนก่อน
- え 2 ขีด — คล้าย う แต่มีฐานสะบัด
- お 3 ขีด — คล้าย あ แต่มีจุดด้านขวาบน
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| あさ | asa | ตอนเช้า |
| いす | isu | เก้าอี้ |
| うみ | umi | ทะเล |
| えき | eki | สถานีรถไฟ |
| おかね | okane | เงิน |
| あたま | atama | ศีรษะ |
1.5 แถว か — か き く け こ
เสียง /k/ ในภาษาญี่ปุ่นเป็นเสียงที่ ไม่พ่นลม ฟังคล้ายเสียง “ก” ของไทยมากกว่า “ค” ดังนั้น か จึงใกล้เคียง “คะ/กะ” ที่ไม่พ่นลมแรง
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| かお | kao | ใบหน้า |
| かさ | kasa | ร่ม |
| き | ki | ต้นไม้ |
| くつ | kutsu | รองเท้า |
| けさ | kesa | เช้านี้ |
| こえ | koe | เสียง (ของคน) |
1.6 แถว さ — さ し す せ そ
แถวนี้มีตัวพิเศษ 1 ตัวคือ し ซึ่งไม่ได้อ่านว่า “ซิ” แต่อ่านว่า “ชิ” (shi) เป็นข้อยกเว้นที่ต้องจำ
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| さかな | sakana | ปลา |
| しお | shio | เกลือ |
| すし | sushi | ซูชิ |
| せかい | sekai | โลก |
| そら | sora | ท้องฟ้า |
1.7 แถว た — た ち つ て と
แถวนี้มีข้อยกเว้นถึง 2 ตัว คือ ち อ่าน “ชิ” (chi) และ つ อ่าน “สึ” (tsu) ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่มีในภาษาไทย ต้องฝึกเป็นพิเศษ
วิธีฝึกเสียง つ: ตั้งปลายลิ้นแตะเพดานเหมือนจะออกเสียง “ต” แล้วปล่อยลมเป็นเสียง “ส” ต่อทันที จะได้เสียง “ตสึ” ที่ถูกต้อง
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| たかい | takai | สูง / แพง |
| ちかい | chikai | ใกล้ |
| つくえ | tsukue | โต๊ะเรียน |
| て | te | มือ |
| とけい | tokei | นาฬิกา |
1.8 แถว な — な に ぬ ね の
แถวสุดท้ายของบทนี้ ออกเสียงตรงตัวทั้ง 5 ตัว ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อจบแถวนี้ผู้เรียนจะอ่านฮิรางานะได้แล้ว 25 ตัว ซึ่งครอบคลุมคำศัพท์พื้นฐานได้หลายร้อยคำ
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| なつ | natsu | ฤดูร้อน |
| にく | niku | เนื้อสัตว์ |
| いぬ | inu | สุนัข |
| ねこ | neko | แมว |
| のど | nodo | ลำคอ |
- ภาษาญี่ปุ่นใช้อักษร 4 ระบบ: ฮิรางานะ (คำญี่ปุ่นแท้) คาตากานะ (คำยืม) คันจิ (คำนาม/แก่นคำ) และโรมาจิ
- มีสระ 5 เสียง a-i-u-e-o ทุกแถวเรียงตามลำดับนี้เสมอ
- ทุกพยางค์มีความยาวเท่ากัน 1 จังหวะ ห้ามควบเสียง
- ข้อยกเว้นเสียงในบทนี้: し = shi, ち = chi, つ = tsu
- จำครบแล้ว 25 ตัว: あ か さ た な แถว
ฮิรางานะ は–ん และเสียงพิเศษทั้งหมด
ひらがな② は行〜ん・だくおん・ようおん
สรุปย่อ: เรียนฮิรางานะที่เหลือ พร้อมเสียงขุ่น เสียงกึ่งขุ่น เสียงควบ เสียงกัก และเสียงยาว
- อ่านและเขียนฮิรางานะได้ครบทั้ง 46 ตัว
- อ่านเสียงขุ่น (゛) และเสียงกึ่งขุ่น (゜) ได้ถูกต้อง
- อ่านเสียงควบ きゃ きゅ きょ และเสียงกัก っ ได้
- แยกความแตกต่างของคำที่มีเสียงสั้น–ยาวได้
2.1 แถว は — は ひ ふ へ ほ
แถวนี้มีข้อยกเว้นคือ ふ ซึ่งอ่านว่า “ฟุ” (fu) แต่เป็นเสียง f ที่เบามาก เกิดจากการเป่าลมผ่านริมฝีปากทั้งสองข้าง ไม่ใช่เอาฟันบนแตะริมฝีปากล่างแบบภาษาอังกฤษ
และมีเรื่องสำคัญมากอีกเรื่อง: เมื่อ は ทำหน้าที่เป็น คำช่วย จะอ่านว่า “วะ” (wa) ไม่ใช่ “ฮะ”
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| はな | hana | ดอกไม้ / จมูก |
| ひと | hito | คน |
| ふね | fune | เรือ |
| へや | heya | ห้อง |
| ほし | hoshi | ดวงดาว |
2.2 แถว ま ・ や ・ ら ・ わ และ ん
รวม 4 แถวสุดท้าย สังเกตว่าแถว や มีเพียง 3 ตัว (や ゆ よ) และแถว わ เหลือใช้จริงเพียง 2 ตัว (わ を) ส่วน ん เป็นอักษรตัวเดียวในภาษาญี่ปุ่นที่เป็นพยัญชนะล้วน ไม่มีสระ
ลักษณะพิเศษของ ん: นับเป็น 1 จังหวะเต็ม และเปลี่ยนเสียงตามอักษรที่ตามมา
- ตามด้วย ば/ぱ/ま → ออกเสียง “ม” เช่น しんぶん (ชิม-บุน)
- ตามด้วย た/だ/な/ら → ออกเสียง “น” เช่น みんな (มิน-นะ)
- ตามด้วย か/が → ออกเสียง “ง” เช่น にほんご (นิ-ฮง-โงะ)
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| みず | mizu | น้ำ |
| やま | yama | ภูเขา |
| ゆき | yuki | หิมะ |
| りんご | ringo | แอปเปิล |
| わたし | watashi | ฉัน |
| ほん | hon | หนังสือ |
2.3 เสียงขุ่น だくおん และเสียงกึ่งขุ่น はんだくおん
เพียงเติมเครื่องหมาย 2 ขีด ゛(เท็นเท็น) ที่มุมขวาบนของอักษร เสียงจะเปลี่ยนจากเสียงไม่ก้องเป็นเสียงก้อง ทำให้ได้อักษรเพิ่มอีก 25 เสียงโดยไม่ต้องจำรูปใหม่เลย
| เดิม | เติม ゛ | เสียงที่ได้ |
|---|---|---|
| か き く け こ | が ぎ ぐ げ ご | ga gi gu ge go |
| さ し す せ そ | ざ じ ず ぜ ぞ | za ji zu ze zo |
| た ち つ て と | だ ぢ づ で ど | da ji zu de do |
| は ひ ふ へ ほ | ば び ぶ べ ぼ | ba bi bu be bo |
ส่วนเครื่องหมายวงกลมเล็ก ゜(มารุ) ใช้กับแถว は เท่านั้น ได้เสียง p:
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| がっこう | gakkō | โรงเรียน |
| ごはん | gohan | ข้าว / มื้ออาหาร |
| じかん | jikan | เวลา |
| でんわ | denwa | โทรศัพท์ |
| ぶんか | bunka | วัฒนธรรม |
| さんぽ | sanpo | การเดินเล่น |
2.4 เสียงควบ ようおん (きゃ きゅ きょ)
เสียงควบเกิดจากการนำอักษรในคอลัมน์ い (き し ち に ひ み り ぎ じ び ぴ) มาประกบกับ ゃ ゅ ょ ตัวเล็ก ผลคือได้ 1 จังหวะเท่านั้น ไม่ใช่ 2 จังหวะ
き + や = きや (ki-ya) — นับเป็น 2 จังหวะ
| ตัวตั้ง | + ゃ | + ゅ | + ょ |
|---|---|---|---|
| き | きゃ kya | きゅ kyu | きょ kyo |
| し | しゃ sha | しゅ shu | しょ sho |
| ち | ちゃ cha | ちゅ chu | ちょ cho |
| に | にゃ nya | にゅ nyu | にょ nyo |
| じ | じゃ ja | じゅ ju | じょ jo |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| きょう | kyō | วันนี้ |
| しゅくだい | shukudai | การบ้าน |
| じゅぎょう | jugyō | คาบเรียน |
| りょうり | ryōri | อาหาร / การทำอาหาร |
| ちゃいろ | chairo | สีน้ำตาล |
2.5 เสียงกัก そくおん (っ ตัวเล็ก)
っ คือ つ ขนาดเล็ก ไม่มีเสียงของตัวเอง แต่ทำหน้าที่ “หยุดกลั้นลม 1 จังหวะ” ก่อนออกเสียงพยางค์ถัดไป เทียบได้กับตัวสะกดแม่กก/กด/กบ ในภาษาไทย
きって (ki-t-te) = แสตมป์ 3 จังหวะ
ความยาวต่างกันเพียง 1 จังหวะ แต่ความหมายคนละเรื่อง จึงเป็นจุดที่ต้องฝึกให้ชัด
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| がっこう | gakkō | โรงเรียน |
| きって | kitte | แสตมป์ |
| ざっし | zasshi | นิตยสาร |
| いっしょに | issho ni | ด้วยกัน |
| きっぷ | kippu | ตั๋ว |
2.6 เสียงยาว ちょうおん
เสียงยาวคือการลากสระให้ยาวเป็น 2 จังหวะ ในฮิรางานะใช้วิธีเติมอักษรสระต่อท้ายตามกฎนี้
| สระ | เติม | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| あ | + あ | おかあさん (แม่) |
| い | + い | おにいさん (พี่ชาย) |
| う | + う | くうき (อากาศ) |
| え | + い (บางคำ + え) | せんせい (ครู) / おねえさん (พี่สาว) |
| お | + う (บางคำ + お) | こうこう (ม.ปลาย) / おおきい (ใหญ่) |
ความยาวของสระเปลี่ยนความหมายได้อย่างสิ้นเชิง จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของการออกเสียง
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| こうこう | kōkō | โรงเรียนมัธยมปลาย |
| せんせい | sensei | ครู / อาจารย์ |
| おかあさん | okāsan | คุณแม่ |
| ゆうめい | yūmei | มีชื่อเสียง |
| おおきい | ōkii | ใหญ่ |
- ฮิรางานะพื้นฐานมี 46 ตัว + เสียงขุ่น 20 + เสียงกึ่งขุ่น 5 + เสียงควบ 33 เสียง
- คำช่วยอ่านพิเศษ: は = wa, へ = e, を = o
- ゃゅょ ตัวเล็ก = รวบเป็น 1 จังหวะ / っ = หยุด 1 จังหวะ
- เสียงยาวนับ 2 จังหวะ และเปลี่ยนความหมายของคำได้
คาตากานะ และการเขียนคำทับศัพท์
カタカナと がいらいご
สรุปย่อ: อ่าน–เขียนคาตากานะครบทุกตัว เขียนชื่อตัวเองและคำยืมเป็นคาตากานะได้
- อ่านและเขียนคาตากานะได้ครบ 46 ตัว
- ใช้เครื่องหมายเสียงยาว ー ได้ถูกต้อง
- อ่านคำยืมภาษาอังกฤษที่เขียนด้วยคาตากานะได้
- เขียนชื่อ–นามสกุลของตนเองเป็นคาตากานะได้
3.1 คาตากานะใช้เมื่อไร
คาตากานะมีเสียงเหมือนฮิรางานะทุกประการ ต่างกันแค่รูปร่าง (เส้นตรง เหลี่ยม คม) และ หน้าที่ ซึ่งใช้ใน 5 กรณีนี้
| กรณี | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|
| คำยืมต่างประเทศ | パン | ขนมปัง (จาก pão โปรตุเกส) |
| ชื่อประเทศ/เมืองต่างชาติ | タイ・バンコク | ไทย, กรุงเทพฯ |
| ชื่อชาวต่างชาติ | ソムチャイ | สมชาย |
| เสียงเลียนธรรมชาติ | ワンワン | เสียงหมาเห่า |
| เน้นคำ (เหมือนตัวหนา) | スゴイ | สุดยอด (เน้นอารมณ์) |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| パン | pan | ขนมปัง |
| テレビ | terebi | โทรทัศน์ |
| バス | basu | รถบัส |
| タイ | Tai | ประเทศไทย |
| ノート | nōto | สมุด |
3.2 คาตากานะแถว ア–ノ
เริ่มจาก 25 ตัวแรก สังเกตคู่ที่หน้าตาคล้ายกันและสับสนบ่อย
- ソ (so) กับ ン (n) — ソ ขีดเฉียงลง, ン ขีดเฉียงขึ้น
- シ (shi) กับ ツ (tsu) — シ จุดเรียงแนวตั้ง, ツ จุดเรียงแนวนอน
- ク (ku) กับ タ (ta) — タ มีขีดเพิ่มตรงกลาง
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| アイス | aisu | ไอศกรีม |
| カメラ | kamera | กล้องถ่ายรูป |
| ケーキ | kēki | เค้ก |
| スポーツ | supōtsu | กีฬา |
| テスト | tesuto | การสอบ |
3.3 คาตากานะแถว ハ–ン และเสียงขุ่น
ครบทั้งตาราง เมื่อรวมกับเสียงขุ่น ゛ และกึ่งขุ่น ゜ จะเขียนคำยืมได้เกือบทุกคำ
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ホテル | hoteru | โรงแรม |
| メール | mēru | อีเมล |
| ラーメン | rāmen | ราเมน |
| パソコン | pasokon | คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล |
| ゲーム | gēmu | เกม |
3.4 เสียงยาว ー และเสียงพิเศษสำหรับคำต่างประเทศ
คาตากานะใช้ขีดยาว ー แทนการเติมสระ (เขียนขีดตั้งเมื่อเขียนแนวตั้ง) และมีการผสมตัวเล็กแบบพิเศษเพื่อรองรับเสียงที่ไม่มีในภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิม
| เสียง | เขียน | ตัวอย่างคำ |
|---|---|---|
| fa fi fe fo | ファ フィ フェ フォ | ファイル (ไฟล์) |
| ti / di | ティ ディ | パーティー (ปาร์ตี้) |
| she / che / je | シェ チェ ジェ | シェフ (เชฟ) |
| v | ヴァ ヴィ ヴ | ヴァイオリン (ไวโอลิน) |
| wi / we | ウィ ウェ | ウェブ (เว็บ) |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| コーヒー | kōhī | กาแฟ |
| スーパー | sūpā | ซูเปอร์มาร์เก็ต |
| エアコン | eakon | เครื่องปรับอากาศ |
| パーティー | pātī | งานเลี้ยง |
| サッカー | sakkā | ฟุตบอล |
3.5 เขียนชื่อไทยเป็นคาตากานะ
เป็นทักษะที่ใช้จริงมากที่สุดสำหรับนักเรียนไทย เพราะต้องใช้ตอนแนะนำตัว เขียนใบสมัคร หรือทำบัตรนักเรียนแลกเปลี่ยน
หลักการ 4 ข้อ
- ภาษาญี่ปุ่นไม่มีตัวสะกด ต้องเติมสระให้พยัญชนะท้าย เช่น “สม” → ソム
- พยัญชนะท้ายเสียง k/t/p มักแทนด้วย ッ หรือเติมสระ เช่น “นัท” → ナット
- เสียง ง สะกด ใช้ ン เช่น “จง” → ジョン
- ภาษาญี่ปุ่นไม่แยกเสียง r/l ใช้แถว ラ ทั้งคู่
| ชื่อไทย | คาตากานะ |
|---|---|
| สมชาย | ソムチャイ |
| มาลี | マーリー |
| ณัฐพล | ナッタポン |
| ปรียา | プリーヤー |
| กิตติ | キッティ |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| なまえ | namae | ชื่อ |
| みょうじ | myōji | นามสกุล |
| ニックネーム | nikkunēmu | ชื่อเล่น |
- คาตากานะมีเสียงเหมือนฮิรางานะ แต่ใช้กับคำยืม ชื่อต่างชาติ และเสียงเลียนธรรมชาติ
- คู่ที่สับสนบ่อย: ソ/ン, シ/ツ, ク/タ
- เสียงยาวใช้ขีด ー
- เขียนชื่อไทยได้โดยเติมสระให้พยัญชนะท้ายเสมอ
การทักทายและมารยาทในสังคมญี่ปุ่น
あいさつと マナー
สรุปย่อ: ใช้คำทักทายได้ถูกกาลเทศะ พร้อมเข้าใจวัฒนธรรมการโค้งคำนับ
- ใช้คำทักทายตามช่วงเวลาของวันได้ถูกต้อง
- กล่าวขอบคุณ ขอโทษ และตอบรับได้เหมาะสมกับระดับความสุภาพ
- ใช้สำนวนประจำวันในบ้าน โรงเรียน และร้านอาหารได้
- อธิบายความหมายของการโค้งคำนับ 3 ระดับได้
4.1 ทักทายตามช่วงเวลา
ภาษาญี่ปุ่นไม่มีคำว่า “สวัสดี” คำเดียวที่ใช้ได้ตลอดวันแบบภาษาไทย แต่แบ่งตามช่วงเวลาอย่างชัดเจน และยังแบ่งระดับความสุภาพอีกชั้นหนึ่งด้วย
| ช่วงเวลา | แบบสุภาพ | แบบกันเอง |
|---|---|---|
| เช้า (ตื่นนอน–11 โมง) | おはようございます | おはよう |
| กลางวัน (11–17 น.) | こんにちは | こんにちは |
| เย็น–ค่ำ (หลัง 17 น.) | こんばんは | こんばんは |
| ก่อนนอน | おやすみなさい | おやすみ |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| おはようございます | Ohayō gozaimasu | อรุณสวัสดิ์ (สุภาพ) |
| こんにちは | Konnichiwa | สวัสดีตอนกลางวัน |
| こんばんは | Konbanwa | สวัสดีตอนค่ำ |
| おやすみなさい | Oyasuminasai | ราตรีสวัสดิ์ |
| さようなら | Sayōnara | ลาก่อน |
4.2 ขอบคุณ ขอโทษ และการตอบรับ
ระดับความสุภาพของคำขอบคุณและขอโทษในภาษาญี่ปุ่นมีหลายขั้น การเลือกผิดระดับอาจดูไม่สุภาพหรือดูห่างเหินเกินไป
(กันเอง) ─────────────→ (สุภาพมาก)
สำหรับการขอโทษ แบ่งตามน้ำหนักความผิด
- すみません — ขอโทษทั่วไป และใช้เรียกคนได้ด้วย (เหมือน excuse me)
- ごめんなさい — ขอโทษจากใจ ใช้กับคนสนิท
- もうしわけ ありません — ขอโทษอย่างเป็นทางการ ใช้ในที่ทำงาน
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ありがとうございます | Arigatō gozaimasu | ขอบคุณครับ/ค่ะ |
| どういたしまして | Dō itashimashite | ไม่เป็นไร / ด้วยความยินดี |
| すみません | Sumimasen | ขอโทษ / ขอประทานโทษ |
| ごめんなさい | Gomennasai | ขอโทษ (จากใจ) |
| だいじょうぶです | Daijōbu desu | ไม่เป็นไร / โอเค |
4.3 สำนวนประจำวันในบ้านและโรงเรียน
สำนวนชุดนี้เป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยตรง หลายคำไม่มีคำแปลตรงตัวในภาษาไทย
| สำนวน | ใช้เมื่อไร | ความหมาย |
|---|---|---|
| いってきます | ตอนออกจากบ้าน | ไปแล้วนะ (แล้วจะกลับมา) |
| いってらっしゃい | คนที่อยู่บ้านตอบ | ไปดี ๆ นะ |
| ただいま | ตอนกลับถึงบ้าน | กลับมาแล้ว |
| おかえりなさい | คนที่อยู่บ้านตอบ | ยินดีต้อนรับกลับ |
| いただきます | ก่อนกินอาหาร | ขอรับประทาน (ขอบคุณทุกชีวิตในจาน) |
| ごちそうさまでした | หลังกินเสร็จ | ขอบคุณสำหรับอาหาร |
| しつれいします | ตอนเข้า–ออกห้องครู | ขออนุญาตครับ/ค่ะ |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| いってきます | Ittekimasu | ไปแล้วนะ |
| ただいま | Tadaima | กลับมาแล้ว |
| いただきます | Itadakimasu | ขอรับประทาน |
| ごちそうさまでした | Gochisōsama deshita | ขอบคุณสำหรับอาหาร |
| おつかれさまです | Otsukaresama desu | เหนื่อยหน่อยนะ / ขอบคุณที่ทำงานหนัก |
4.4 วัฒนธรรมการโค้งคำนับ おじぎ
การโค้ง (おじぎ) คือภาษากายที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ใช้แทนการจับมือและการไหว้ มี 3 ระดับหลักตามองศาการก้มตัว
| ชื่อ | องศา | ใช้เมื่อไร |
|---|---|---|
| えしゃく | ประมาณ 15° | ทักทายเพื่อน เดินสวนกับคนรู้จัก |
| けいれい | ประมาณ 30° | ทักทายครู ลูกค้า แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ |
| さいけいれい | ประมาณ 45° | ขอโทษอย่างจริงจัง ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง |
หลักปฏิบัติ: หลังตรง มือแนบข้างลำตัว (ผู้หญิงอาจประสานมือไว้ด้านหน้า) ก้มจากสะโพก ไม่ก้มเฉพาะคอ และ ไม่สบตาระหว่างโค้ง
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| おじぎ | ojigi | การโค้งคำนับ |
| マナー | manā | มารยาท |
| れい | rei | การคำนับ |
| ぶんか | bunka | วัฒนธรรม |
- คำทักทายแบ่งตามช่วงเวลา: おはようございます / こんにちは / こんばんは
- ขอบคุณและขอโทษมีหลายระดับ ต้องเลือกตามความสนิทและสถานการณ์
- สำนวนคู่ที่ต้องตอบรับ: いってきます–いってらっしゃい, ただいま–おかえりなさい
- การโค้งมี 3 ระดับ: えしゃく 15° / けいれい 30° / さいけいれい 45°
การแนะนำตัว และโครงสร้าง 〜は〜です
じこしょうかい 〜は〜です
สรุปย่อ: สร้างประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถามด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่สุดของภาษาญี่ปุ่น
- ใช้คำช่วย は ระบุหัวเรื่องของประโยคได้
- สร้างประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถามด้วย です ได้
- ใช้คำช่วย も เพื่อบอกว่า “ก็เช่นกัน” ได้
- แนะนำตัวต่อหน้าชั้นเรียนได้อย่างครบถ้วน
5.1 โครงสร้างหลัก 〜は〜です
นี่คือโครงสร้างประโยคที่เป็นรากฐานของภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด
= A คือ/เป็น B
แยกส่วนประกอบ
- は (อ่าน “วะ”) = คำช่วยชี้หัวเรื่อง แปลว่า “สำหรับ…นั้น”
- です = ส่วนลงท้ายแสดงความสุภาพ เทียบได้กับ “ครับ/ค่ะ” ผสมกับ verb to be
- 。 = เครื่องหมายจบประโยค (まる) ใช้แทนจุดฟูลสต็อป
สังเกตว่าภาษาญี่ปุ่นวาง กริยาไว้ท้ายประโยคเสมอ ต่างจากภาษาไทยที่วางไว้กลางประโยค
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| わたし | watashi | ฉัน / ผม |
| がくせい | gakusei | นักเรียน / นักศึกษา |
| こうこうせい | kōkōsei | นักเรียนมัธยมปลาย |
| せんせい | sensei | ครู / อาจารย์ |
| ともだち | tomodachi | เพื่อน |
| なまえ | namae | ชื่อ |
5.2 รูปปฏิเสธ 〜じゃありません
เปลี่ยน です เป็นรูปปฏิเสธได้ 3 แบบ ต่างกันที่ระดับความสุภาพ
A は B じゃ ありません。(สุภาพ ใช้พูดทั่วไป)
A は B じゃ ないです。(สุภาพแบบลำลอง)
ทั้งสามแบบแปลว่า “A ไม่ใช่ B” เหมือนกัน ในการสอบมักใช้ ではありません ส่วนในชีวิตประจำวันใช้ じゃありません มากที่สุด
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| がいこくじん | gaikokujin | ชาวต่างชาติ |
| かいしゃいん | kaishain | พนักงานบริษัท |
| いしゃ | isha | แพทย์ |
| だいがくせい | daigakusei | นักศึกษามหาวิทยาลัย |
5.3 คำถาม 〜ですか และคำตอบ
ภาษาญี่ปุ่นสร้างคำถามง่ายมาก เพียง เติม か ท้ายประโยค โดยไม่ต้องสลับลำดับคำใด ๆ
รูปแบบการตอบ
- ตอบรับ: はい、〜です。
- ตอบปฏิเสธ: いいえ、〜じゃ ありません。
- ไม่ทราบ: わかりません。
ในภาษาเขียน มักไม่ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) เพราะ か ทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| はい | hai | ใช่ / ครับ-ค่ะ |
| いいえ | iie | ไม่ใช่ |
| だれ | dare | ใคร |
| なん / なに | nan / nani | อะไร |
| わかりません | wakarimasen | ไม่เข้าใจ / ไม่ทราบ |
5.4 คำช่วย も (ก็…เช่นกัน)
เมื่อข้อมูลซ้ำกับที่พูดไปก่อนหน้า ให้เปลี่ยน は เป็น も แปลว่า “ก็…เหมือนกัน”
マリーさんも がくせいです。
(ฉันเป็นนักเรียน มารีก็เป็นนักเรียนเหมือนกัน)
ใช้ได้ทั้งประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ ถ้าปฏิเสธจะแปลว่า “ก็ไม่…เหมือนกัน”
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| わたしたち | watashitachi | พวกเรา |
| みんな | minna | ทุกคน |
| クラスメート | kurasumēto | เพื่อนร่วมชั้น |
5.5 คำเรียกชื่อ さん・くん・ちゃん・せんせい
ภาษาญี่ปุ่นมีคำต่อท้ายชื่อที่บอกความสัมพันธ์และระดับความสุภาพ การเลือกใช้ผิดอาจเสียมารยาทได้
| คำต่อท้าย | ใช้กับใคร | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| さん | ทั่วไป ปลอดภัยที่สุด ใช้ได้ทั้งชายหญิง | たなかさん |
| くん | เด็กผู้ชาย รุ่นน้องชาย | けんくん |
| ちゃん | เด็กเล็ก เพื่อนสนิท (น่ารัก) | ゆきちゃん |
| せんせい | ครู แพทย์ ทนาย นักการเมือง | やまだせんせい |
| さま | ลูกค้า จดหมายทางการ | おきゃくさま |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| せんぱい | senpai | รุ่นพี่ |
| こうはい | kōhai | รุ่นน้อง |
| おきゃくさま | okyakusama | ลูกค้า (สุภาพ) |
5.6 บทสนทนา: แนะนำตัวหน้าชั้นเรียน
นำทุกอย่างในบทนี้มาประกอบเป็นการแนะนำตัวฉบับเต็ม ซึ่งใช้ได้จริงในวันแรกของการเรียน หรือในการสอบปากเปล่า
② わたしは ○○です。
③ ○○こうこうの がくせいです。
④ ○○から きました。
⑤ どうぞ よろしく おねがいします。
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| はじめまして | Hajimemashite | ยินดีที่ได้รู้จัก (ครั้งแรก) |
| どうぞ よろしく | Dōzo yoroshiku | ฝากเนื้อฝากตัวด้วย |
| しゅっしん | shusshin | ภูมิลำเนา |
| しゅみ | shumi | งานอดิเรก |
- โครงสร้างหลัก: A は B です。(A คือ B)
- ปฏิเสธ: じゃ ありません / では ありません
- คำถาม: เติม か ท้ายประโยค ตอบด้วย はい / いいえ
- も = ก็…เหมือนกัน ใช้แทนที่ は
- さん ใช้กับคนอื่นเท่านั้น ห้ามใช้กับตัวเอง
ประเทศ อาชีพ อายุ และคำช่วย の
くに・しごと・ねんれい・「の」
สรุปย่อ: บอกสัญชาติ อาชีพ อายุ และระดับชั้นของตนเองได้ พร้อมใช้ の เชื่อมคำนาม
- บอกประเทศ สัญชาติ และภาษาที่ใช้ได้
- บอกอาชีพของตนเองและคนในครอบครัวได้
- ใช้คำช่วย の เชื่อมคำนามแสดงความเป็นเจ้าของและสังกัดได้
- บอกอายุและระดับชั้นเรียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้
6.1 ประเทศ สัญชาติ และภาษา
ภาษาญี่ปุ่นสร้างคำว่า “คนชาติ…” และ “ภาษา…” จากชื่อประเทศด้วยสูตรง่าย ๆ
ชื่อประเทศ + 語(ご) = ภาษาของชาตินั้น
| ประเทศ | คน | ภาษา |
|---|---|---|
| タイ | タイじん | タイご |
| にほん | にほんじん | にほんご |
| ちゅうごく | ちゅうごくじん | ちゅうごくご |
| かんこく | かんこくじん | かんこくご |
| アメリカ | アメリカじん | えいご * |
* ภาษาอังกฤษใช้คำว่า えいご ไม่ใช่ アメリカご
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| くに | kuni | ประเทศ |
| タイ | Tai | ประเทศไทย |
| にほん | Nihon | ประเทศญี่ปุ่น |
| アメリカ | Amerika | สหรัฐอเมริกา |
| えいご | eigo | ภาษาอังกฤษ |
| がいこく | gaikoku | ต่างประเทศ |
6.2 อาชีพ
คำศัพท์อาชีพเป็นหมวดที่ใช้บ่อยมากในการแนะนำตัวและพูดถึงครอบครัว
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| かいしゃいん | kaishain | พนักงานบริษัท |
| こうむいん | kōmuin | ข้าราชการ |
| いしゃ | isha | แพทย์ |
| かんごし | kangoshi | พยาบาล |
| エンジニア | enjinia | วิศวกร |
| べんごし | bengoshi | ทนายความ |
| しゅふ | shufu | แม่บ้าน |
| けいさつかん | keisatsukan | ตำรวจ |
6.3 คำช่วย の — ตัวเชื่อมที่ใช้บ่อยที่สุด
の ใช้เชื่อมคำนาม 2 คำเข้าด้วยกัน โดย คำที่อยู่หน้า の เป็นคำขยาย และคำหลังเป็นคำหลัก ลำดับตรงข้ามกับภาษาไทย
| ความหมาย | ตัวอย่าง | คำแปล |
|---|---|---|
| เจ้าของ | わたしの ほん | หนังสือของฉัน |
| สังกัด | サクラこうこうの がくせい | นักเรียนโรงเรียนซากุระ |
| ประเภท | にほんごの ほん | หนังสือภาษาญี่ปุ่น |
| แหล่งผลิต | にほんの くるま | รถยนต์ญี่ปุ่น |
| ตำแหน่ง | つくえの うえ | บนโต๊ะ |
ใช้ の ซ้อนกันหลายชั้นได้ โดยอ่านจากขวาไปซ้ายเมื่อแปลเป็นไทย
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| かばん | kaban | กระเป๋า |
| くるま | kuruma | รถยนต์ |
| ぶんかさい | bunkasai | งานวัฒนธรรมของโรงเรียน |
| ふぞくこうこう | fuzoku kōkō | โรงเรียนสาธิต |
6.4 อายุ และระดับชั้นเรียน
บอกอายุด้วยการเติม 〜さい ท้ายตัวเลข และบอกระดับชั้นด้วย 〜ねんせい
ตัวเลข + ねんせい = ชั้นปีที่…
เสียงพิเศษที่ต้องจำ (เสียงเปลี่ยนตามกฎการออกเสียง)
| อายุ | อ่านว่า | อายุ | อ่านว่า |
|---|---|---|---|
| 1 さい | いっさい | 10 さい | じっさい |
| 8 さい | はっさい | 20 さい | はたち * |
| 15 さい | じゅうごさい | 16 さい | じゅうろくさい |
| 17 さい | じゅうななさい | 18 さい | じゅうはっさい |
* 20 ปี อ่านพิเศษว่า はたち เป็นอายุบรรลุนิติภาวะเดิมของญี่ปุ่น มีพิธี せいじんしき
ระบบชั้นเรียนของญี่ปุ่นเทียบกับไทย
| ไทย | ญี่ปุ่น | อ่าน |
|---|---|---|
| ม.4 | こうこう1ねんせい | こうこういちねんせい |
| ม.5 | こうこう2ねんせい | こうこうにねんせい |
| ม.6 | こうこう3ねんせい | こうこうさんねんせい |
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย |
|---|---|---|
| なんさい | nansai | อายุเท่าไร |
| おいくつ | o-ikutsu | อายุเท่าไร (สุภาพ) |
| はたち | hatachi | อายุ 20 ปี |
| ねんせい | nensei | นักเรียนชั้นปีที่… |
6.5 บทสนทนารวม: ทำความรู้จักเพื่อนใหม่
รวมทุกหัวข้อในระดับ 1 มาไว้ในบทสนทนาเดียว ลองอ่านออกเสียงพร้อมกดฟังเสียงทีละประโยค
- ประเทศ + じん = คนชาตินั้น / ประเทศ + ご = ภาษา
- คำเรียกญาติของตัวเองกับของคนอื่นใช้คนละคำ
- A の B = B ของ A (ลำดับกลับกับภาษาไทย)
- อายุใช้ 〜さい (ยกเว้น はたち = 20 ปี) ระดับชั้นใช้ 〜ねんせい
- ม.4-5-6 ของไทย = こうこう1・2・3ねんせい ของญี่ปุ่น