にほんご ONLINEภาษาญี่ปุ่น ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4–ม.6)
2
ระดับ 6 — ประยุกต์ · บทที่ 2

ฮิรางานะ は–ん และเสียงพิเศษทั้งหมด

เรียนฮิรางานะที่เหลือ พร้อมเสียงขุ่น เสียงกึ่งขุ่น เสียงควบ เสียงกัก และเสียงยาว

🎯 จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 แถว は — は ひ ふ へ ほ

แถวนี้มีข้อยกเว้นคือ ふ ซึ่งอ่านว่า “ฟุ” (fu) แต่เป็นเสียง f ที่เบามาก เกิดจากการเป่าลมผ่านริมฝีปากทั้งสองข้าง ไม่ใช่เอาฟันบนแตะริมฝีปากล่างแบบภาษาอังกฤษ

และมีเรื่องสำคัญมากอีกเรื่อง: เมื่อ は ทำหน้าที่เป็น คำช่วย จะอ่านว่า “วะ” (wa) ไม่ใช่ “ฮะ”

は
ha
ひ
hi
ふ
fu
へ
he
ほ
ho

💡 คลิกที่ตัวอักษรเพื่อฟังเสียง

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
hanaดอกไม้ / จมูก
hitoคน
funeเรือ
heyaห้อง
hoshiดวงดาว

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
はな
hana
ดอกไม้ = は + な
💡 คำพ้องเสียงกับ はな ที่แปลว่า “จมูก” แยกด้วยระดับเสียงสูงต่ำ
ตัวอย่างที่ 2
わたしは がくせいです。
わたしわ がくせいです
Watashi wa gakusei desu.
ฉันเป็นนักเรียน
💡 は ตัวนี้เป็นคำช่วย จึงอ่าน “วะ” แม้จะเขียนด้วย は
ตัวอย่างที่ 3
ふねで いきます。
ふねで いきます
Fune de ikimasu.
ไปโดยเรือ
💡 ふ ออกเสียงเบา เป่าลมผ่านปาก
ตัวอย่างที่ 4
がっこうへ いきます。
がっこうえ いきます
Gakkō e ikimasu.
ไปโรงเรียน
💡 へ เมื่อเป็นคำช่วยบอกทิศทาง จะอ่านว่า “เอะ” (e) ไม่ใช่ “เฮะ”

2.2 แถว ま ・ や ・ ら ・ わ และ ん

รวม 4 แถวสุดท้าย สังเกตว่าแถว や มีเพียง 3 ตัว (や ゆ よ) และแถว わ เหลือใช้จริงเพียง 2 ตัว (わ を) ส่วน ん เป็นอักษรตัวเดียวในภาษาญี่ปุ่นที่เป็นพยัญชนะล้วน ไม่มีสระ

ลักษณะพิเศษของ ん: นับเป็น 1 จังหวะเต็ม และเปลี่ยนเสียงตามอักษรที่ตามมา

  • ตามด้วย ば/ぱ/ま → ออกเสียง “ม” เช่น しんぶん (ชิม-บุน)
  • ตามด้วย た/だ/な/ら → ออกเสียง “น” เช่น みんな (มิน-นะ)
  • ตามด้วย か/が → ออกเสียง “ง” เช่น にほんご (นิ-ฮง-โงะ)
ま
ma
み
mi
む
mu
め
me
も
mo
や
ya
ゆ
yu
よ
yo
ら
ra
り
ri
る
ru
れ
re
ろ
ro
わ
wa
を
o
ん
n

💡 คลิกที่ตัวอักษรเพื่อฟังเสียง

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
mizuน้ำ
yamaภูเขา
yukiหิมะ
ringoแอปเปิล
watashiฉัน
honหนังสือ

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
やま
yama
ภูเขา = や + ま
💡 ふじさん (ภูเขาไฟฟูจิ) ใช้คำนี้เป็นรากศัพท์
ตัวอย่างที่ 2
にほん
Nihon
ประเทศญี่ปุ่น = に + ほ + ん
💡 ん นับเป็น 1 จังหวะ จึงอ่าน “นิ-โฮ-น” 3 จังหวะ
ตัวอย่างที่ 3
しんぶん
shinbun
หนังสือพิมพ์
💡 ん ตัวแรกออกเสียง “ม” เพราะตามด้วย ぶ
ตัวอย่างที่ 4
ほんを よみます。
ほんを よみます
Hon o yomimasu.
อ่านหนังสือ
💡 を อ่านว่า “โอะ” ใช้เป็นคำช่วยกรรมเท่านั้น ไม่ใช้ในคำศัพท์ทั่วไป
ตัวอย่างที่ 5
わたしの ほん
watashi no hon
หนังสือของฉัน
💡 เกร็ดภาษา: ตอนนี้อ่านฮิรางานะได้ครบ 46 ตัวแล้ว ลองเปิดเมนูร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วอ่านดู จะพบว่าอ่านออกเกินครึ่ง

2.3 เสียงขุ่น だくおん และเสียงกึ่งขุ่น はんだくおん

เพียงเติมเครื่องหมาย 2 ขีด ゛(เท็นเท็น) ที่มุมขวาบนของอักษร เสียงจะเปลี่ยนจากเสียงไม่ก้องเป็นเสียงก้อง ทำให้ได้อักษรเพิ่มอีก 25 เสียงโดยไม่ต้องจำรูปใหม่เลย

เดิมเติม ゛เสียงที่ได้
ga gi gu ge go
za ji zu ze zo
da ji zu de do
ba bi bu be bo

ส่วนเครื่องหมายวงกลมเล็ก ゜(มารุ) ใช้กับแถว は เท่านั้น ได้เสียง p:

ぱ (pa) ・ ぴ (pi) ・ ぷ (pu) ・ ぺ (pe) ・ ぽ (po)
が
ga
ぎ
gi
ぐ
gu
げ
ge
ご
go
ざ
za
じ
ji
ず
zu
ぜ
ze
ぞ
zo
だ
da
で
de
ど
do
ば
ba
び
bi
ぶ
bu
べ
be
ぼ
bo
ぱ
pa
ぴ
pi

💡 คลิกที่ตัวอักษรเพื่อฟังเสียง

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
gakkōโรงเรียน
gohanข้าว / มื้ออาหาร
jikanเวลา
denwaโทรศัพท์
bunkaวัฒนธรรม
sanpoการเดินเล่น

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
かさ → がさ
かさ がさ
kasa / gasa
เปรียบเทียบเสียงไม่ก้องกับเสียงก้อง
💡 ฝึกวางมือที่ลำคอ เสียง が จะรู้สึกสั่น ส่วน か ไม่สั่น
ตัวอย่างที่ 2
ごはんを たべます。
ごはんを たべます
Gohan o tabemasu.
กินข้าว
💡 ごはん หมายถึงทั้งข้าวสวยและมื้ออาหารโดยรวม
ตัวอย่างที่ 3
でんわばんごう
denwa bangō
หมายเลขโทรศัพท์
💡 มีเสียงขุ่นถึง 3 จุด ฝึกอ่านช้า ๆ ก่อน
ตัวอย่างที่ 4
さんぽに いきます。
さんぽに いきます
Sanpo ni ikimasu.
ไปเดินเล่น
💡 ぽ ใช้เครื่องหมายวงกลม เสียง p

2.4 เสียงควบ ようおん (きゃ きゅ きょ)

เสียงควบเกิดจากการนำอักษรในคอลัมน์ い (き し ち に ひ み り ぎ じ び ぴ) มาประกบกับ ゃ ゅ ょ ตัวเล็ก ผลคือได้ 1 จังหวะเท่านั้น ไม่ใช่ 2 จังหวะ

き + ゃ = きゃ (kya) — นับเป็น 1 จังหวะ
き + や = きや (ki-ya) — นับเป็น 2 จังหวะ
ตัวตั้ง+ ゃ+ ゅ+ ょ
ききゃ kyaきゅ kyuきょ kyo
ししゃ shaしゅ shuしょ sho
ちちゃ chaちゅ chuちょ cho
ににゃ nyaにゅ nyuにょ nyo
じじゃ jaじゅ juじょ jo
きゃ
kya
きゅ
kyu
きょ
kyo
しゃ
sha
しゅ
shu
しょ
sho
ちゃ
cha
ちゅ
chu
ちょ
cho
にゃ
nya
ひゃ
hya
ひゅ
hyu
ひょ
hyo
みゃ
mya
みょ
myo
りゃ
rya
りゅ
ryu
りょ
ryo
じゃ
ja
じょ
jo

💡 คลิกที่ตัวอักษรเพื่อฟังเสียง

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
kyōวันนี้
shukudaiการบ้าน
jugyōคาบเรียน
ryōriอาหาร / การทำอาหาร
chairoสีน้ำตาล

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
きょうは げつようびです。
きょうわ げつようびです
Kyō wa getsuyōbi desu.
วันนี้เป็นวันจันทร์
💡 きょう = きょ + う เป็นเสียงยาว รวม 2 จังหวะ
ตัวอย่างที่ 2
しゅくだいが あります。
しゅくだいが あります
Shukudai ga arimasu.
มีการบ้าน
💡 しゅ 1 จังหวะ + く + だ + い รวม 4 จังหวะ
ตัวอย่างที่ 3
にほんりょうりが すきです。
にほんりょうりが すきです
Nihon ryōri ga suki desu.
ชอบอาหารญี่ปุ่น
💡 りょう เป็นเสียงควบ + เสียงยาว
ตัวอย่างที่ 4
じゅぎょうは 8じからです。
じゅぎょうわ はちじからです
Jugyō wa hachi-ji kara desu.
คาบเรียนเริ่มตั้งแต่ 8 โมง
💡 มีเสียงควบ 2 จุดในคำเดียว
💡 เกร็ดภาษา: วิธีสังเกตง่าย ๆ: ถ้าเห็น ゃゅょ ตัวเล็ก ให้อ่านรวบกับอักษรหน้าเป็นพยางค์เดียว ถ้าเป็น やゆよ ขนาดปกติ ให้อ่านแยก

2.5 เสียงกัก そくおん (っ ตัวเล็ก)

っ คือ つ ขนาดเล็ก ไม่มีเสียงของตัวเอง แต่ทำหน้าที่ “หยุดกลั้นลม 1 จังหวะ” ก่อนออกเสียงพยางค์ถัดไป เทียบได้กับตัวสะกดแม่กก/กด/กบ ในภาษาไทย

きて (ki-te) = มา 2 จังหวะ
きって (ki-t-te) = แสตมป์ 3 จังหวะ

ความยาวต่างกันเพียง 1 จังหวะ แต่ความหมายคนละเรื่อง จึงเป็นจุดที่ต้องฝึกให้ชัด

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
gakkōโรงเรียน
kitteแสตมป์
zasshiนิตยสาร
issho niด้วยกัน
kippuตั๋ว

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
がっこうへ いきます。
がっこうえ いきます
Gakkō e ikimasu.
ไปโรงเรียน
💡 が-っ-こ-う = 4 จังหวะ ต้องหยุดหลัง が ชัดเจน
ตัวอย่างที่ 2
いっしょに たべましょう。
いっしょに たべましょう
Issho ni tabemashō.
กินด้วยกันเถอะ
💡 มีทั้งเสียงกัก っ และเสียงควบ しょ
ตัวอย่างที่ 3
きってを かいました。
きってを かいました
Kitte o kaimashita.
ซื้อแสตมป์แล้ว
💡 เปรียบเทียบกับ きて (มาสิ) ซึ่งไม่มี っ
ตัวอย่างที่ 4
ざっしを よみます。
ざっしを よみます
Zasshi o yomimasu.
อ่านนิตยสาร
💡 ざ มีเสียงขุ่น ตามด้วยเสียงกัก

2.6 เสียงยาว ちょうおん

เสียงยาวคือการลากสระให้ยาวเป็น 2 จังหวะ ในฮิรางานะใช้วิธีเติมอักษรสระต่อท้ายตามกฎนี้

สระเติมตัวอย่าง
あ+ あおかあさん (แม่)
い+ いおにいさん (พี่ชาย)
う+ うくうき (อากาศ)
え+ い (บางคำ + え)せんせい (ครู) / おねえさん (พี่สาว)
お+ う (บางคำ + お)こうこう (ม.ปลาย) / おおきい (ใหญ่)

ความยาวของสระเปลี่ยนความหมายได้อย่างสิ้นเชิง จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของการออกเสียง

🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้

คำศัพท์โรมาจิความหมายฟัง
kōkōโรงเรียนมัธยมปลาย
senseiครู / อาจารย์
okāsanคุณแม่
yūmeiมีชื่อเสียง
ōkiiใหญ่

📝 ตัวอย่างประโยค

ตัวอย่างที่ 1
おばさん / おばあさん
おばさん おばあさん
obasan / obāsan
คุณป้า / คุณยาย
💡 ต่างกันแค่ 1 จังหวะ แต่ความหมายต่างกันมาก ควรระวังเวลาพูดกับผู้ใหญ่
ตัวอย่างที่ 2
ゆき / ゆうき
ゆき ゆうき
yuki / yūki
หิมะ / ความกล้าหาญ
💡 ฝึกฟังเปรียบเทียบโดยกดปุ่มเสียงทั้งสองคำ
ตัวอย่างที่ 3
わたしは こうこう2ねんせいです。
わたしわ こうこう にねんせいです
Watashi wa kōkō ni-nensei desu.
ฉันเป็นนักเรียนชั้น ม.5
💡 こうこう มีเสียงยาว 2 จุด รวม 4 จังหวะ
ตัวอย่างที่ 4
せんせい、おはようございます。
せんせい おはようございます
Sensei, ohayō gozaimasu.
สวัสดีตอนเช้าครับ/ค่ะ คุณครู
💡 ทั้ง せんせい และ おはよう ต่างมีเสียงยาว
💡 เกร็ดภาษา: เวลาฝึกออกเสียง ให้ตบมือ 1 ครั้งต่อ 1 จังหวะ こうこう = ตบ 4 ครั้ง วิธีนี้ใช้ในห้องเรียนญี่ปุ่นจริงและได้ผลดีมาก