5.1 โครงสร้างหลัก 〜は〜です
นี่คือโครงสร้างประโยคที่เป็นรากฐานของภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด
คำนาม A は คำนาม B です。
= A คือ/เป็น B
แยกส่วนประกอบ
- は (อ่าน “วะ”) = คำช่วยชี้หัวเรื่อง แปลว่า “สำหรับ…นั้น”
- です = ส่วนลงท้ายแสดงความสุภาพ เทียบได้กับ “ครับ/ค่ะ” ผสมกับ verb to be
- 。 = เครื่องหมายจบประโยค (まる) ใช้แทนจุดฟูลสต็อป
สังเกตว่าภาษาญี่ปุ่นวาง กริยาไว้ท้ายประโยคเสมอ ต่างจากภาษาไทยที่วางไว้กลางประโยค
🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย | ฟัง |
| わたし | watashi | ฉัน / ผม | |
| がくせい | gakusei | นักเรียน / นักศึกษา | |
| こうこうせい | kōkōsei | นักเรียนมัธยมปลาย | |
| せんせい | sensei | ครู / อาจารย์ | |
| ともだち | tomodachi | เพื่อน | |
| なまえ | namae | ชื่อ | |
📝 ตัวอย่างประโยค
ตัวอย่างที่ 1
わたしは こうこうせいです。
わたしわ こうこうせいです
Watashi wa kōkōsei desu.
ฉันเป็นนักเรียนมัธยมปลาย
💡 ประโยคมาตรฐานที่สุดในการแนะนำตัวของนักเรียน ม.ปลาย
ตัวอย่างที่ 2
たなかさんは せんせいです。
たなかさんわ せんせいです
Tanaka-san wa sensei desu.
คุณทานากะเป็นครู
💡 เวลาพูดถึงคนอื่นต้องเติม さん เสมอ
ตัวอย่างที่ 3
わたしの なまえは マリーです。
わたしの なまえわ マリーです
Watashi no namae wa Marī desu.
ชื่อของฉันคือมารี
💡 の เชื่อมคำนามแสดงความเป็นเจ้าของ
ตัวอย่างที่ 4
これは ほんです。
これわ ほんです
Kore wa hon desu.
นี่คือหนังสือ
💡 これ จะเรียนละเอียดในระดับ 2 บทที่ 1
5.2 รูปปฏิเสธ 〜じゃありません
เปลี่ยน です เป็นรูปปฏิเสธได้ 3 แบบ ต่างกันที่ระดับความสุภาพ
A は B では ありません。(ทางการที่สุด)
A は B じゃ ありません。(สุภาพ ใช้พูดทั่วไป)
A は B じゃ ないです。(สุภาพแบบลำลอง)
ทั้งสามแบบแปลว่า “A ไม่ใช่ B” เหมือนกัน ในการสอบมักใช้ ではありません ส่วนในชีวิตประจำวันใช้ じゃありません มากที่สุด
🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย | ฟัง |
| がいこくじん | gaikokujin | ชาวต่างชาติ | |
| かいしゃいん | kaishain | พนักงานบริษัท | |
| いしゃ | isha | แพทย์ | |
| だいがくせい | daigakusei | นักศึกษามหาวิทยาลัย | |
📝 ตัวอย่างประโยค
ตัวอย่างที่ 1
わたしは だいがくせいでは ありません。
わたしわ だいがくせいでわ ありません
Watashi wa daigakusei dewa arimasen.
ฉันไม่ใช่นักศึกษามหาวิทยาลัย
💡 では อ่านว่า “เดวะ” เพราะ は เป็นคำช่วย
ตัวอย่างที่ 2
たなかさんは いしゃじゃ ありません。
たなかさんわ いしゃじゃ ありません
Tanaka-san wa isha ja arimasen.
คุณทานากะไม่ใช่หมอ
💡 じゃ เป็นรูปย่อของ では ใช้พูดเป็นหลัก
ตัวอย่างที่ 3
わたしは にほんじんじゃ ないです。タイじんです。
わたしわ にほんじんじゃ ないです タイじんです
Watashi wa Nihonjin ja nai desu. Tai-jin desu.
ฉันไม่ใช่คนญี่ปุ่น เป็นคนไทย
💡 เทคนิคที่ดี: ปฏิเสธแล้วบอกคำตอบที่ถูกต้องต่อทันที
ตัวอย่างที่ 4
あのひとは せんせいじゃ ありません。がくせいです。
あのひとわ せんせいじゃ ありません がくせいです
Ano hito wa sensei ja arimasen. Gakusei desu.
คนนั้นไม่ใช่ครู เป็นนักเรียน
5.3 คำถาม 〜ですか และคำตอบ
ภาษาญี่ปุ่นสร้างคำถามง่ายมาก เพียง เติม か ท้ายประโยค โดยไม่ต้องสลับลำดับคำใด ๆ
A は B ですか。 → A เป็น B หรือเปล่า
รูปแบบการตอบ
- ตอบรับ: はい、〜です。
- ตอบปฏิเสธ: いいえ、〜じゃ ありません。
- ไม่ทราบ: わかりません。
ในภาษาเขียน มักไม่ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) เพราะ か ทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว
🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย | ฟัง |
| はい | hai | ใช่ / ครับ-ค่ะ | |
| いいえ | iie | ไม่ใช่ | |
| だれ | dare | ใคร | |
| なん / なに | nan / nani | อะไร | |
| わかりません | wakarimasen | ไม่เข้าใจ / ไม่ทราบ | |
📝 ตัวอย่างประโยค
ตัวอย่างที่ 1
A: あなたは がくせいですか。 B: はい、がくせいです。
あなたわ がくせいですか はい がくせいです
A: Anata wa gakusei desu ka. B: Hai, gakusei desu.
A: คุณเป็นนักเรียนหรือเปล่า B: ใช่ เป็นนักเรียน
💡 คนญี่ปุ่นมักละ あなた แล้วเรียกชื่อแทน เช่น ソムチャイさんは〜
ตัวอย่างที่ 2
A: たなかさんは いしゃですか。 B: いいえ、いしゃじゃ ありません。
たなかさんわ いしゃですか いいえ いしゃじゃ ありません
A: Tanaka-san wa isha desu ka. B: Iie, isha ja arimasen.
A: คุณทานากะเป็นหมอหรือเปล่า B: ไม่ ไม่ใช่หมอ
ตัวอย่างที่ 3
あのひとは だれですか。
あのひとわ だれですか
Ano hito wa dare desu ka.
คนนั้นคือใคร
💡 คำถามที่ใช้คำแสดงคำถาม (だれ) ห้ามตอบด้วย はい/いいえ ต้องตอบเนื้อหาโดยตรง
ตัวอย่างที่ 4
おなまえは なんですか。
おなまえわ なんですか
O-namae wa nan desu ka.
คุณชื่ออะไรครับ/คะ
💡 เติม お หน้า なまえ เพื่อแสดงความสุภาพต่อคู่สนทนา แต่ห้ามเติมเมื่อพูดถึงชื่อตัวเอง
ตัวอย่างที่ 5
すみません、わかりません。もう いちど おねがいします。
すみません わかりません もう いちど おねがいします
Sumimasen, wakarimasen. Mō ichido onegaishimasu.
ขอโทษครับ ไม่เข้าใจ ขออีกครั้งได้ไหมครับ
💡 ประโยคเอาตัวรอดในห้องเรียนที่ควรจำให้ขึ้นใจ
💡 เกร็ดภาษา: น้ำเสียงตอนถามด้วย か ให้ยกขึ้นเล็กน้อยท้ายประโยค ถ้าเสียงราบจะฟังเหมือนการยืนยันหรือบ่นกับตัวเอง
5.4 คำช่วย も (ก็…เช่นกัน)
เมื่อข้อมูลซ้ำกับที่พูดไปก่อนหน้า ให้เปลี่ยน は เป็น も แปลว่า “ก็…เหมือนกัน”
わたしは がくせいです。
マリーさんも がくせいです。
(ฉันเป็นนักเรียน มารีก็เป็นนักเรียนเหมือนกัน)
ใช้ได้ทั้งประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ ถ้าปฏิเสธจะแปลว่า “ก็ไม่…เหมือนกัน”
🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย | ฟัง |
| わたしたち | watashitachi | พวกเรา | |
| みんな | minna | ทุกคน | |
| クラスメート | kurasumēto | เพื่อนร่วมชั้น | |
📝 ตัวอย่างประโยค
ตัวอย่างที่ 1
わたしは タイじんです。ノイさんも タイじんです。
わたしわ タイじんです ノイさんも タイじんです
Watashi wa Tai-jin desu. Noi-san mo Tai-jin desu.
ฉันเป็นคนไทย คุณน้อยก็เป็นคนไทยเหมือนกัน
💡 ประโยคที่สองห้ามใช้ は เพราะจะสื่อว่ากำลังเปรียบเทียบความต่าง
ตัวอย่างที่ 2
わたしも こうこう2ねんせいです。
わたしも こうこう にねんせいです
Watashi mo kōkō ni-nensei desu.
ฉันก็อยู่ ม.5 เหมือนกัน
💡 ประโยคที่ใช้ตอบเมื่อเพื่อนบอกระดับชั้นของตัวเอง
ตัวอย่างที่ 3
たなかさんも いしゃじゃ ありません。
たなかさんも いしゃじゃ ありません
Tanaka-san mo isha ja arimasen.
คุณทานากะก็ไม่ใช่หมอเหมือนกัน
💡 も ใช้กับประโยคปฏิเสธได้ด้วย
ตัวอย่างที่ 4
A: わたしは 16さいです。 B: わたしも 16さいです。
わたしわ じゅうろくさいです わたしも じゅうろくさいです
A: Watashi wa jūroku-sai desu. B: Watashi mo jūroku-sai desu.
A: ฉันอายุ 16 ปี B: ฉันก็ 16 เหมือนกัน
💡 เป็นบทสนทนาที่ใช้ได้จริงตอนทำความรู้จักเพื่อนใหม่
5.5 คำเรียกชื่อ さん・くん・ちゃん・せんせい
ภาษาญี่ปุ่นมีคำต่อท้ายชื่อที่บอกความสัมพันธ์และระดับความสุภาพ การเลือกใช้ผิดอาจเสียมารยาทได้
| คำต่อท้าย | ใช้กับใคร | ตัวอย่าง |
| さん | ทั่วไป ปลอดภัยที่สุด ใช้ได้ทั้งชายหญิง | たなかさん |
| くん | เด็กผู้ชาย รุ่นน้องชาย | けんくん |
| ちゃん | เด็กเล็ก เพื่อนสนิท (น่ารัก) | ゆきちゃん |
| せんせい | ครู แพทย์ ทนาย นักการเมือง | やまだせんせい |
| さま | ลูกค้า จดหมายทางการ | おきゃくさま |
🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย | ฟัง |
| せんぱい | senpai | รุ่นพี่ | |
| こうはい | kōhai | รุ่นน้อง | |
| おきゃくさま | okyakusama | ลูกค้า (สุภาพ) | |
📝 ตัวอย่างประโยค
ตัวอย่างที่ 1
やまだせんせいは にほんごの せんせいです。
やまだせんせいわ にほんごの せんせいです
Yamada-sensei wa Nihongo no sensei desu.
อาจารย์ยามาดะเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่น
💡 ห้ามพูดว่า やまださん กับครู ต้องใช้ せんせい เสมอ
ตัวอย่างที่ 2
けんくんは わたしの ともだちです。
けんくんわ わたしの ともだちです
Ken-kun wa watashi no tomodachi desu.
เคนคุงเป็นเพื่อนของฉัน
ตัวอย่างที่ 3
さとうせんぱい、おはようございます。
さとうせんぱい おはようございます
Satō-senpai, ohayō gozaimasu.
สวัสดีตอนเช้าครับ รุ่นพี่ซาโต้
💡 せんぱい ใช้แทน さん ได้เลยเมื่อพูดกับรุ่นพี่ในชมรม
ตัวอย่างที่ 4
わたしは ソムチャイです。よろしく おねがいします。
わたしわ ソムチャイです よろしく おねがいします
Watashi wa Somuchai desu. Yoroshiku onegaishimasu.
ผมชื่อสมชายครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
💡 ชื่อตัวเองไม่เติม さん เด็ดขาด
5.6 บทสนทนา: แนะนำตัวหน้าชั้นเรียน
นำทุกอย่างในบทนี้มาประกอบเป็นการแนะนำตัวฉบับเต็ม ซึ่งใช้ได้จริงในวันแรกของการเรียน หรือในการสอบปากเปล่า
① はじめまして。
② わたしは ○○です。
③ ○○こうこうの がくせいです。
④ ○○から きました。
⑤ どうぞ よろしく おねがいします。
🔤 คำศัพท์ในหัวข้อนี้
| คำศัพท์ | โรมาจิ | ความหมาย | ฟัง |
| はじめまして | Hajimemashite | ยินดีที่ได้รู้จัก (ครั้งแรก) | |
| どうぞ よろしく | Dōzo yoroshiku | ฝากเนื้อฝากตัวด้วย | |
| しゅっしん | shusshin | ภูมิลำเนา | |
| しゅみ | shumi | งานอดิเรก | |
📝 ตัวอย่างประโยค
ตัวอย่างที่ 1
はじめまして。わたしは ソムチャイです。
はじめまして わたしわ ソムチャイです
Hajimemashite. Watashi wa Somuchai desu.
ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อสมชาย
💡 はじめまして ใช้ได้เฉพาะการพบกันครั้งแรกเท่านั้น
ตัวอย่างที่ 2
ラムカムヘンだいがく ふぞくこうこうの がくせいです。
ラムカムヘンだいがく ふぞくこうこうの がくせいです
Ramukamuhen daigaku fuzoku kōkō no gakusei desu.
เป็นนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง
💡 ふぞく แปลว่า “สาธิต/ในสังกัด” เป็นคำที่นักเรียนสาธิตควรจำ
ตัวอย่างที่ 3
バンコクから きました。16さいです。
バンコクから きました じゅうろくさいです
Bankoku kara kimashita. Jūroku-sai desu.
มาจากกรุงเทพฯ ครับ อายุ 16 ปี
💡 〜から きました = มาจาก…
ตัวอย่างที่ 4
しゅみは おんがくです。どうぞ よろしく おねがいします。
しゅみわ おんがくです どうぞ よろしく おねがいします
Shumi wa ongaku desu. Dōzo yoroshiku onegaishimasu.
งานอดิเรกคือฟังเพลงครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
💡 ปิดท้ายด้วยการโค้ง 30° ตามที่เรียนในบทที่ 4
💡 เกร็ดภาษา: ลองอัดเสียงตัวเองพูดแนะนำตัวทั้ง 5 ประโยค แล้วเทียบกับเสียงจากปุ่มลำโพงในบทเรียน จะช่วยแก้สำเนียงได้เร็วมาก