บทที่ 4
เสียงพิเศษที่ต้องระวัง
特殊な発音 — し ち つ ふ ら行
1. ทำไมถึงเรียกว่า “เสียงพิเศษ”?
เสียงเหล่านี้ไม่มีตรงเป๊ะในภาษาไทย หรือคนไทยมักออกเสียงผิดบ่อยที่สุด
ถ้าออกผิด คนญี่ปุ่นอาจฟังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจเป็นคำอื่น
2. し (shi)
ออกเสียงคล้าย “ชิ” โดยปลายลิ้นอยู่ใกล้เพดานปากส่วนหน้า
- ไม่ใช่ “ซิ” (si)
- ไม่ใช่ “ชี” ที่ยาว
- เสียงเสียดแทรก [ɕi]
3. ち (chi)
ออกเสียงคล้าย “จิ” หรือ “ch” ในคำว่า “chair”
- ไม่ใช่ “ทิ” หรือ “ติ”
- เป็นเสียงกักเสียดแทรก [tɕi]
4. つ (tsu)
ออกเสียง “ซึ” โดยมีเสียง t นำหน้าเล็กน้อย แล้วตามด้วย “ซึ”
- ไม่ใช่ “สุ” หรือ “ซุ” ธรรมดา
- ลิ้นแตะปุ่มเหงือกแล้วปล่อยพร้อมเสียงเสียดแทรก [tsɯ]
- คนไทยมักออกเป็น “ซุ” หรือ “ทซุ” ที่หนักเกินไป
เทคนิค: พูดคำว่า “cats” แล้วหยุดที่เสียง “ts” → นั่นคือต้นทางของ つ
5. ふ (fu)
ออกเสียงโดยเป่าลมผ่านริมฝีปากที่เกือบชิดกัน (ไม่ใช่ฟันกับริมฝีปากแบบ “ฟ” ไทย)
- ใกล้เคียง “ฟุ” แต่ลมอ่อนกว่า
- ไม่ใช่ “ฮุ” และไม่ใช่ “ฟู” เต็มๆ
- สัญลักษณ์สัทศาสตร์ [ɸɯ]
เทคนิค: ทำปากเหมือนจะเป่าเทียนเบาๆ แล้วออกเสียง “อึ”
6. แถว ら (ra ri ru re ro)
เสียงนี้ไม่มีตรงในภาษาไทยหรืออังกฤษ
- ปลายลิ้นแตะปุ่มเหงือกเบาๆ แล้วปล่อยทันที
- ไม่ใช่ R ที่ม้วนลิ้น (อังกฤษ)
- ไม่ใช่ L ที่กดแน่น (อังกฤษ)
- ใกล้เคียง “ร” ภาษาไทยที่เบาและสั้นมาก หรือเสียง flap
7. ฝึกเปรียบเทียบเสียงที่คล้ายกัน
| เสียง | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|
| し / ち / つ | shi / chi / tsu | |
| す / つ | su / tsu | |
| ふ / ほ | fu / ho |
สรุปบทที่ 4
- し = ชิ, ち = จิ, つ = ซึ (มี t), ふ = ฟุ (เป่าลม)
- ら行 = ลิ้นแตะแล้วปล่อยเร็ว
- ฝึกฟังและพูดเปรียบเทียบบ่อยๆ จนแยกแยะได้