เผย “ชาวตะวันตก” เริ่มผันตัวเป็นนักรบต่างชาติ “ดอด” รบต้าน IS ในซีเรีย

ขณะลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนอิรักเข้าสู่ซีเรียอย่างผิดกฎหมาย ปีเตอร์ ดักลาส ชายชาวแคนาดาตั้งใจแน่วแน่เอาไว้ว่า เขาบุกเข้าไปคราวนี้เพื่อทำภารกิจด้านมนุษยธรรม ซึ่งก็คือการช่วยเหลือประชาชนชาวซีเรีย

นักรบต่างชาติกลุ่มนี้โดยมากอ้างว่า พวกเขาลักลอบเข้าซีเรียเพื่อดำเนินภารกิจมนุษยธรรม แต่พวกเขาก็ยอมรับว่า คนบางส่วนอาจไม่ได้มองว่า การตัดสินใจจับอาวุธขึ้นสู้ปกป้องชาวซีเรียอย่างที่พวกเขากำลังทำเป็นเรื่องที่ถูกที่ควร

“ผมอยากสู้รบกับกลุ่มไอเอส ถึงแม้อาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ทำก็ตาม” ดักลาส ผู้ซึ่งบัดนี้มีวัย 66 ปี กล่าว ขณะเตรียมตัวขึ้นเรือข้ามแม่น้ำไทกริส

เขากล่าวเสริมว่า “ผมรู้ดีว่าอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 10 ปี ก่อนที่ตัวเองจะสมองเสื่อม หรือเส้นเลือดสมองแตก ผมจึงอยากทำเรื่องดีๆ บ้าง” ในขณะที่เขายอมรับว่า การลุกขึ้นจับอาวุธยังเป็นทางเลือกใหม่ ในบรรดาอาชีพที่เขาเคยฝันเอาไว้

จนถึงตอนนี้ มีการประมาณการว่า มีชาวตะวันตกเพียงไม่กี่สิบคนจากประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา เยอรมัน และอังกฤษเดินทางไปร่วมรบกับกลุ่มนักรบเคิร์ด เพื่อปราบปรามกลุ่มไอเอส ทางเหนือของซีเรีย

กลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดในซีเรีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “วายพีจี” ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนนักรบต่างชาติ หรือ “นักรบเสรี” อย่างเป็นทางการ ในขณะที่นักวิชาการต่างชี้ว่า การประเมินยอดรวมนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังนับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับยอดนักรบต่างชาติจาก 90 ประเทศที่ดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่มไอเอส ตั้งแต่ปี 2012 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุ

ทางด้าน องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกโรงเตือนว่า กลุ่มนักรบหัวรุนแรงในซีเรียและอิรักกำลังเชิญชวนต่างชาติเข้าร่วมทำสงครามเป็นจำนวนมหาศาล “ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

*** การต่อสู้อย่างมีมูลเหตุ? ***

ในขณะที่รัฐบาลตะวันตกต่างเฝ้าจับตามองนักรบต่างชาติอย่างใกล้ชิด บรรดาหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายกลับปฏิบัติต่อผู้ที่เข้าร่วมสู้รบเคียงข้างกลุ่มไอเอส แตกต่างจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองกำลังชาวเคิร์ดออกไป เนื่องจากเชื่อว่า คนทั้งสองกลุ่มมีแรงจูงใจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า การลุกขึ้นต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวเคิร์ด กับกลุ่มที่สู้รบถวายหัวให้กลุ่มไอเอสนั้นมีความแตกต่างกันในระดับรากฐาน กฎหมายอังกฤษกำหนดว่า การสู้รบในสงครามต่างแดนไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดเสียทีเดียว เนื่องจากเป็นประเด็นที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

เจมี รีด และเจมส์ ฮิวจ์ส อดีตทหารกองทัพอังกฤษซึ่งเดินทางกลับอังกฤษเมื่อเดือนที่แล้ว หลังร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองกำลังวายพีจีมานานหลายเดือน ระบุว่า พวกเขาต่อสู้ “เพื่อมนุษยธรรม” และไม่ได้รับกระแสต่อต้าน เมื่อเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด

พวกเขาขันอาสาเข้าร่วมกับกองกำลังเคิร์ด ภายหลังได้ดูคลิปวีดีโอบันทึกภาพการฆ่าตัดศีรษะ ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน 2 ราย เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชาวอเมริกัน 1 คน และเจ้าหน้าที่มนุษยธรรมชาวอังกฤษ 2 ราย ที่กลุ่มหัวรุนแรงนำออกเผยแพร่ รวมทั้งได้รับทราบชะตากรรมของชาวซีเรียหลายล้านคนที่ต้องเผชิญภัยสู้รบระหว่างกลุ่มไอเอส กับกองกำลังของรัฐบาลซีเรีย

ในหมู่นักรบกลุ่มนี้ มีจำนวนมากที่เคยเข้ารับการฝึกวิชาทหาร และสมัครเข้าร่วมทำสงครามต้านไอเอส ผ่านทางเฟซบุ๊ก

ดีน พาร์คเกอร์ นักรบชาวอเมริกันวัย 49 ปีตัดสินใจเข้าร่วมสู้รบ หลังมีโอกาสดูคลิปวีดีโอการก่อเหตุโจมตีบนเทือกขาซินจาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิรัก เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มหัวรุนแรง “ไอเอส” บุกจับชนกลุ่มน้อยชาวยาซิดีหลายพันคนไปเป็นทาส

เมื่อเร็วๆ นี้ กิลล์ โรเซนเบิร์ก อดีตทหารหญิงชาวแคนาดา-อิสราเอล วัย 31 ปีจากกรุงเทลอาวีฟ ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุอิสราเอลว่า เธอตัดสินใจเข้าร่วมกับวายพีจี ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม และอุดมการณ์

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่านักรบจะมีแรงจูงใจในการก้าวเข้าสู่สมรภูมิเหมือนกันทุกคนไป

จอร์แดน แมทสัน อดีตทหารสหรัฐฯ วัย 28 ปีจากมลรัฐวิสคอนซิน ซึ่งเข้าร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่มวายพีจี ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนบอกว่า เขาตัดสินใจโดดเข้าสนามเพราะต้องการหลีกหนีชีวิต “พลเรือน” ที่ตนไม่ชอบ

ความคิดเห็น

comments

ใส่ความเห็น