ญี่ปุ่นประกาศในวันอังคาร (15 กันยา) ถึงการเปลี่ยนแปลงระบบผู้ลี้ภัยที่บรรดานักเคลื่อนไหวระบุว่าจะทำให้ประเทศนี้ ซึ่งรับผู้ลี้ภัยไม่ถึง 12 คนในปีที่แล้ว เป็นที่ๆ ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองเข้าถึงได้ยากมากยิ่งขึ้น

มาตรการดังกล่าวรวมถึงการเร่งประเมินคำร้องซึ่งถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ภายใต้กฎหมายผู้ลี้ภัยระหว่างประเทศ การเพิกถอนใบอนุญาตพำนักอาศัยสำหรับผู้ยื่นคำร้องซ้ำบางคน และการควบคุมเรื่องใบอนุญาตทำงานของผู้แสวงหาที่พักพิงที่เข้มงวดขึ้น ถูกร่างขึ้นโดยกระทรวงยุติธรรม ในฐานะส่วนหนึ่งของข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับระบบตรวจคนเข้าเมืองของแดนอาทิตย์อุทัย

กระทรวงนี้ยังจะเสนอการคุ้มครองด้านมนุษยธรรมแต่ไม่ใช่สถานะผู้ลี้ภัยอย่างสมบูรณ์แก่ผู้อพยพหนีความขัดแย้ง และจะจัดตั้งระบบจัดหาที่ลี้ภัยแก่ผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจาก “การข่มเหงรูปแบบใหม่” เช่น ความรุนแรงจากเรื่องทางเพศด้วย

บรรดานักเคลื่อนไหวกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งถูกคาดหวังอย่างกว้างขวางจะยิ่งเพิ่มอุปสรรคให้กับผู้แสวงหาที่พักพิงที่พยายามเข้ามาในญี่ปุ่น และจะทำให้สภาพการณ์ของผู้ขอลี้ภัยจำนวนมากจากทั้งหมดราว 10,000 คนที่อยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้วยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

“เรามีความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้มากกว่าความคาดหวัง” ฮิโรเอกิ อิชิอิ ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมเพื่อผู้ลี้ภัยแห่งญี่ปุ่น (the Japan Association for Refugees) กล่าว “ในตอนนี้คนอาจลังเลที่จะยื่นคำร้องเพราะว่ากฎเกณฑ์ดังกล่าวกำลังเข้มงวดยิ่งขึ้น”

ในปี 2014 ญี่ปุ่นรับผู้ลี้ภัยน้อยเป็นประวัติการณ์เพียง 11 คนเท่านั้นจากทั้งหมด 5,000 คำร้อง ทำให้ประเทศนี้เป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้วที่รับผู้ลี้ภัยน้อยที่สุด รัฐบาลคาดว่าจำนวนผู้ขอลี้ภัยจะเกินกว่า 6,000 คนในปีนี้

ความคิดเห็น

comments

By admin