TO GO WITH ARAFAT 10 YEARS PACKAGE (FILES) -- A file picture taken in the West Bank city of Ramallah on June 7, 2002, shows Palestinian leader Yasser Arafat attending Friday Muslim prayers. Arafat's death on November 11, 2004 still remains a mystery with some research indicating he may have been poisoned by polonium, a theory which is accepted by much of the Palestinian street. AFP PHOTO / Thomas COEX

หัวหน้าทีมสืบสวนปาเลสไตน์ออกมาประกาศความเชื่อมั่นอีกครั้งเมื่อวันอังคาร (10 พฤศจิกายน) ว่ารัฐบาลอิสราเอลอยู่เบื้องหลังแผนลอบสังหาร “ยัสเซอร์ อาราฟัต” อดีตผู้นำคนสำคัญของปาเลสไตน์ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงปารีส

คำกล่าวของเตาฟีก ติราวี หัวหน้าทีมสืบสวนปาเลสไตน์ มีขึ้นในช่วงครบรอบ 11 ปีการเสียชีวิตของ อาราฟัต และห่างมาเพียง 2 เดือนหลังผู้พิพากษาฝรั่งเศสสั่งปิดคดีโดยไม่มีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ใด

“คณะกรรมการสอบสวนสามารถระบุได้ว่า ใครคือมือสังหารอดีตประธานาธิบดียัสเซอร์ อาราฟัต” ติราวี ซึ่งเริ่มต้นทำคดีนี้ตั้งแต่ปี 2009 ระบุ

“อิสราเอลอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” เขากล่าวโดยระบุว่า “เรายังต้องการเวลาอีกสักหน่อยเพื่ออธิบายขั้นตอนการลอบสังหารให้แน่ชัด”

อาราฟัตซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงขณะอยู่ที่สำนักงานของเขาในเมืองรามัลเลาะห์ เขตเวสต์แบงก์ ระหว่างที่ถูกกองกำลังอิสราเอลปิดล้อมมาเป็นเวลานาน จนเมื่ออาการทรุดหนักเขาถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทหารเพอร์ซีชานกรุงปารีส และเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2004 ขณะมีอายุได้ 75 ปี

เมื่อปี 2012 นางซูฮา ภรรยาหม้ายของอาราฟัต ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเขตนองแตร์ โดยระบุว่าสามีถูกลอบสังหาร ส่งผลให้ต้องมีการเปิดหลุมฝังศพอาราฟัตในปีเดียวกัน เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 ชุดจากฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และรัสเซีย ได้เก็บตัวอย่างทางชีวภาพประมาณ 60 ชิ้นไปตรวจสอบ

ชาวปาเลสไตน์จำนวนไม่น้อยเชื่อว่าอาราฟัตถูกอิสราเอลวางยาพิษ โดยมีบุคคลใกล้ชิดของอดีตผู้นำปาเลสไตน์สมรู้ร่วมคิดกับอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ ห้องปฏิบัติการในเมืองโลซานน์เคยนำตัวอย่างทางชีวภาพจากสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของอาราฟัต ที่ตกเป็นสมบัติของภรรยาหม้ายของเขามาตรวจสอบ และพบ “พอโลเนียม” สารกัมมันตรังสีที่มีอันตรายสูงเกินระดับปกติ แต่ไม่ได้สรุปออกมาแน่ชัดว่าอาราฟัตตายเพราะถูกพิษดังกล่าว

อันตรายจากพิษของพอโลเนียม-210 เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายในปี 2006 เมื่อ อเล็กซานเดอร์ ลิตวิเน็นโก อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซียซึ่งผันตัวมาเป็นศัตรูของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ถูกลอบสังหารที่กรุงลอนดอน และผลชันสูตรก็พบไอโซโทปพอโลเนียมปริมาณสูงอยู่ในร่างของศพ

ทีมสืบสวนฝรั่งเศสประกาศปิดคดีนี้ลงโดยไม่ตั้งข้อหาใครเพิ่ม เช่นเดียวกับทีมสืบสวนของรัสเซีย ขณะที่ภริยาหม้ายของอาราฟัต ก็ยังไม่ถอดใจ และได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของเมืองน้ำหอมแล้ว

ความคิดเห็น

comments

By admin