ตอกกลับทรัมป์ สภายุโรปลงมติยกเลิกฟรีวีซ่าพลเมืองสหรัฐฯ

ในวันพฤหัสบดี(2 มีนาคม)รัฐสภายุโรปลงมติแบบไม่มีข้อผูกพัน เรียกร้องให้ผู้บริหารสหภาพยุโรปบังคับให้พลเมืองสหรัฐฯต้องยื่นขอเชงเก้นวีซ่าก่อนเดินทางเข้าสู่ทวีปยุโรป ให้มีผลตั้งแต่หน้าร้อนที่จะถึงนี้ โต้ทรัมป์ไม่อนุญาตให้พลเมืองอียู 5 ชาติเข้าประเทศ

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี(2)ว่า คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นว่า ทางอียูจะพยายามหาทางออกทางการทูตในปัญหาสงครามกีดกันวีซ่า หลังจากที่ผ่านมาพบว่า สหัฐอเมริกาปฎิเสธที่จะให้วีซ่าเสรี เดินทางเข้าประเทศแบบที่ไม่ต้องขอล่วงหน้าแก่พลเมืองอียูที่มาจากยุโรปตะวันออก 4 ชาติ รวมไปถึง ไซปรัส ในขณะที่พลเมืองอียูอีก 23 ชาติได้รับสิทธิ์ให้เดินทางเข้าอเมริกา และทำให้ทางรัฐสภายุโรปได้เรียกร้อง ให้มีการปฎิบัติต่อพลเมืองอียูทั้งหมดอย่างเท่าเทียม

ทางคณะกรรมาธิการยุโรปชี้แจงต่อว่า ทางหน่วยงาน ได้กำหนดให้มีการประชุมร่วมระดับรัฐมนตรีระหว่างสหรัฐฯและยุโรปในวันที่ 15 มิถุนายนที่จะถึงนี้ เพื่อหาทางออกต่อปัญหาสงครามวีซ่า ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 และพบว่า ทางคณะกรรมาธิการยุโรปได้ปล่อยให้เส้นตายในการบังคับให้พลเมืองสหรัฐฯต้องเข้าสู่กระบวนการขอเชงเก้นวีซ่าจากข้อกำหนดของสมาชิกรัฐสภายุโรปในเดือนพฤษภาคมนี้ต้องผ่านไปเกือบ 1 ปีก่อนหน้านี้ โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ

ซึ่งโฆษกหญิงคณะกรรมาธิการยุโรปแถลงว่า “ทางเราจะประกาศให้ทราบถึงความก้าวหน้าที่ได้เกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน และจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับรัฐสภายุโรปและคณะมนตรียุโรป”

ทั้งนี้ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรปชี้ว่า การติดต่อยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในการผลักดันการบังคับใช้วีซ่าอย่างสมบูรณ์ แต่ลืมที่จะกล่าวว่า ทางอียูจะเริ่มลงมือเมื่อใด

รอยเตอร์รายงานว่า 4 ประเทศที่อยู่ใต้ระบอบคอมมิวนิสต์เก่า โปแลนด์ โครเอเชีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย รวมไปถึงประเทศเกาะเมดิเตอร์เรเนียน ไซปรัส ได้เรียกร้องไปยังบรัสเซลส์ ให้ทางสหรัฐฯยุติการกีดกันทางวีซ่าต่อพลเมืองของประเทศเหล่านี้

สำนักข่าว RT รายงานอีกว่า รัฐสภายุโรปได้ออกมติแบบไม่ผูกพัน เรียกร้องให้บรัสเซลส์ตอบโต้สหรัฐฯในสงครามกีดกันวีซ่า

ซึ่งมติที่ผ่านโดยการยกมือ เรียกร้องความเท่าเทียมในการปฎิบัติต่อพลเมืองสหภาพยุโรปทั้งหมดอย่างเสมอภาคจากทางวอชิงตัน โดยพบว่าบรรดาสมาชิกรัฐสภายุโรปได้ยื่นเงื่อนไขไปยังสหภาพยุโรปให้ออกมาตรการที่จำเป็นภายใน 2 เดือนในการจำกัดวีซ่าฟรีของพลเมืองสหรัฐฯเข้าสู่ภาคพื้นยุโรป

โดยในแถลงการณ์ของรัฐสภายุโรปกล่าวว่า คณะกรรมาธิการยุโรปมีความรับผิดชอบผูกพันตามกฎหมายในการออกมาตรการชั่วคราวที่เหมาะสมในข้อกำหนดให้พลเมืองสหรัฐฯต้องยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้ายุโรป จากการที่รัฐบาลสหรัฐฯยังคงไม่อนุญาตบังคับใช้วีซ่าเสรีให้กับพลเมือง 5 ชาติสมาชิกอียู”

ขณะที่ก่อนจะมีการยกมือออกเสียงในวันพฤหัสบดี(2) คณะกรรมาธิการท่องเที่ยวยุโรป ETC (European Travel Commission) ออกมาเตือนว่า การกำหนดให้พลเมืองอเมริกันต้องยื่นขอวีซ่านั้นจะส่งผลร้ายต่อระบบเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งรอยเตอร์ชี้ว่า เชื่อว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยุโรปจะได้รับผลกระทบหากมีการบังคับใช้มาตรการวีซ่านี้จริง

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการบริหาร ETC เอดูอาร์โด ซานทานเดอร์(Eduardo Santander) กล่าวผ่านจดหมายที่ส่งไปยังรัฐสภายุโรปว่า “ทางเรามีความวิตกถึงผลที่จะเกิดขึ้นทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองของการระงับวีซ่าเสรีให้กับพลเมืองสหรัฐฯ” และกล่าวต่อว่า “การที่ให้พลเมืองสหรัฐฯต้องยุ่งยากในการประสบปัญหาการเข้าสู่ยุโรปนั้นจะส่งผลร้ายแรงต่อการท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ และยังทำให้งานจำนวนมากในยุโรปต้องตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาคส่วนที่ยังคงมีความแข็งแกร่งในการจ้างงาน”

ความคิดเห็น

comments