ในที่สุดรัสเซียก็ได้เริ่มทำตลาดเครื่องบิน Su-34 หลังใช้ซีเรียเป็นสนามทดสอบโชว์ตลาดโลกในฐานะพระเอกตัวจริงในสงครามซีเรีย โดยเป็นหัวหอกสำคัญที่สุด ในการทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายต่างๆ ของชาวซีเรีย ในพื้นที่ปกครองของฝ่ายต่อต้านซีเรีย โดยใช้ข้ออ้าง ISIL บังหน้าทำให้มีชาวซีเรียจำนวนมากเสียชีวิต และหลายหมื่นคนต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยชุดใหม่หลบหนีเอาชีวิตรอดออกจากซีเรีย ขณะที่ล่าสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อของทางการรัสเซียได้เผยแพร่ ตัวอย่างการใช้งาน และโชว์ศักยภาพของ Su-34 ล็อตใหม่ ที่ติดตั้งระบบต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทผู้ผลิตอ้างว่า จะทำให้ระบบเรดาร์ข้าศึก “บอดใบ้” มองไม่เห็น “ไอ้เป็ดน้อย” ตัวนี้
สำนักข่าวทาสส์ และซเวซดาทีวี ได้ช่วยกันโฆษณาขายโดยการนำเอาวิดีโอคลิปซีรีส์เก่า จำนวน 4 ตอน สำหรับโปรโมต Su-34 ออกมารีวิวอีกครั้งหนึ่งสำหรับผู้ที่พลาดโอกาส เพื่อสนับสนุนข้ออ้างที่ว่านี่คือสุดยอดเครื่องบินรบรุ่นล่าสุด ที่รัสเซียพร้อมส่งถึงมือลูกค้าต่างแดนที่มีตังค์ซื้อ
วิดีโอคลิปดังกล่าวหาชมได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต และพบว่าเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องบินรบอเนกประสงค์แบบ Su-30 จากรัสเซียประจำการมากกว่าใครๆ มีสิทธิ์ที่จะเป็นลูกค้าของ Su-34 รายแรก ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ เป็นรายแรกในโลก
วิดีโอคลิปตอนสุดท้ายของซีรีส์ แสดงให้เห็น Su-34 ลำหนึ่ง ไล่กวดติดตาม Su-27 “แฟล็งเคอร์” ลำหนึ่ง ในสถานการณ์ “ด็อกไฟต์” สมมติ เหตุการณ์ที่เครื่องบินต่างประเภทกันทั้งสองลำ ไล่ล่าพันตูกันกลางอากาศ ถ่ายทำในระบบเอชดี เป็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจ หาดูได้ยากจากรัสเซีย ก่อนที่นักบิน Su-34 จะบอกให้ผู้ที่ติดตามชมได้ทราบว่า พวกเขาสามารถ “ล็อกเป้า” Su-27 ได้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งในทางยุทธวิธีหมายความว่า “ครั้งเดียวก็เกินพอ” คือ ศัตรูโดนยิงร่วงไปแล้วด้วยจรวดนำวิถีแบบ “ไฟร์ แอนด์ ฟอร์เก็ต” ซึ่งจะวิ่งเข้าหาเป้าหมายได้เอง
Su-34 สร้างขึ้นมาเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด (Bomber) ยุคใหม่ เพื่อนำเข้าประจำการแทน Su-24 กองทัพอากาศรัสเซีย ที่จะปลดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทั้งๆ ที่เพิ่งจะใช้มาไม่กี่ปี คือ นำเข้าประจำการเมื่อปี 2551 และ Su-24 ก็เป็นอีกรุ่นหนึ่ง ที่รัสเซียนำออกศึกในซีเรีย เพื่ออวดสักยภาพให้โลกภายนอกได้รู้ว่า “ยังไม่เก่าและยังเก๋า”.. พร้อมที่จะขายให้เช่นกัน
เมื่อเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด โครงสร้างของ Su-34 ก็ต้องมีความมั่นคงมากกว่า เครื่องบินขับไล่ (Interceptor) ทั่วไป จะต้องแบกรับน้ำหนักได้มากกว่า ซึ่งหมายความว่าตัวเครื่อง ก็จะมีน้ำหนักมากกว่า เครื่องบินโจมตีขับไล่ หรือ Fighter Jet และ วิดีโอคลิปตั้งใจแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะผลิตขึ้นมาเป็น “บอมบ์เบอร์” แต่สามารถใช้เป็น “อินเตอร์เซ็ปเตอร์” ได้ และ สมรรถนะไม่เบา
Su-27 เอวบางร่างน้อยที่นั่งเดี่ยว นักบินคนเดียว ได้ชื่อเป็นเครื่องบินรบอเนกประสงค์ ที่แคล่วคล่องว่องไว ทำความเร็วได้สะใจ หาตัวจับได้ยากอีกรุ่นหนึ่ง ถึงกระนั้่น Su-34 ก็ยังสามารถไล่กวดติดตาม “สอย” ได้สำเร็จ ด้วยพลังแห่งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ แล้วประสาอะไรกับเครื่องบินรบหนักๆ รูปทรงแบบ “ต้นไม้บิน” หรือ “ก้อนอิฐบิน” ของยุโรปตะวันตกและสหรัฐ?
https://www.youtube.com/watch?time_continue=193&v=yCVXMVrVxxo
