Tuesday, 25/6/2019 | 4:41 UTC+7
i-News

โพลล์ชี้ คะแนนนิยมผู้นำฝรั่งเศส ปรับเพิ่มขึ้น หลังเหตุโจมตีกลางกรุงปารีส

คะแนนนิยมของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ ผู้นำฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปีครึ่ง หลังเกิดเหตุโจมตีของพวกอิสลามิสต์ใจกลางกรุงปารีส

โอลลองด์ซึ่งถูกเปรียบเป็นผู้นำที่ไม่เป็นที่นิยมที่สุดในฝรั่งเศสยุคใหม่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก จากสื่อสำนักต่างๆในแดนน้ำหอม รวมถึง บรรดานักวิเคราะห์ทางการเมืองจากบทบาทของเขาในการรับมืออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด กับเหตุโจมตีสำนักงานสื่อที่สร้างความแตกแยกในสังคมฝรั่งเศส ที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 มกราคมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 12 ราย

ผลสำรวจล่าสุดโดยสำนักวิจัย “BVA” ที่มีการเผยแพร่ในวันเสาร์ (17 ม.ค.) ระบุว่า คะแนนนิยมของโอลลองด์ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 10 จุดจากระดับ 24 เปอร์เซ็นต์ในช่วงก่อนเกิดการโจมตีในปารีส และระดับคะแนนนิยมที่ 34 เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวของโอลลองด์ ยังถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2013 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจล่าสุดซึ่งทำการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนเกือบ 1,300 คน ในระหว่างวันที่ 13-14 มกราคมที่ผ่านมาพบว่า มิได้มีแต่เพียงประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์เท่านั้น ที่มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นหลังเหตุก่อการร้ายในปารีส เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมานูเอล วัลล์ส ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีคะแนนนิยมปรับเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จากระดับ 35 เปอร์เซ็นต์ในช่วงก่อนเกิดการโจมตี เป็น 44 เปอร์เซ็นต์

คะแนนนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ถือเป็นผลพลอยได้ทางการเมืองสำหรับโอลลองด์และรัฐบาลพรรคสังคมนิยมของเขา ในช่วงจังหวะเวลาเดียวกับที่รัฐสภาแดนน้ำหอม จะเริ่มการอภิปรายร่างกฏหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาของประเทศ และระดับคะแนนนิยมที่กระเตื้องขึ้นยังถือเป็นสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูความมั่นใจสำหรับสมาชิกพรรคสังคมนิยมที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ยับเยินในการเลือกตั้งระดับภูมิภาค ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม

ทั้งนี้เหตุโจมตีฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับผลประโยชน์ชัดเจนคือกลุ่มที่เรียกร้องต่อต้านอิสลามในยุโรป ชาวยิวไซออนิสต์ที่เรียกร้องให้ชาวยิวเดินทางเข้าไปในดินแดนเยลูซาเล็มของชาวปาเลสไตน์ และกลุ่มที่ตกเป็นเหยือของความรุนแรงจากผลพวงของเหตุการณ์ดังกล่าวคือชาวมุสลิมในยุโรป

 

ความคิดเห็น

comments

About