กลุ่มประชาชนเครือข่ายต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ประกาศปักหลักใกล้สะพานชมัยมรุเชฐ จนกว่าศาลแพ่งจะมีคำตัดสิน การชุมนุมผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะหรือไม่ วันที่ 20 กุมภานี้ ด้าน”ทนายนิติธร”พร้อมเป็นทหนายให้ 5 แกนนำที่ถูกควบคมตัว “อังคณา”ยันชาวบ้านชุมนุมโดยสงบ ไม่กีดขวางจรจา รัฐควรให้สิทธิชุมนุม

MGR Online รายงานความคืบหน้าการชุมนุมของเครือข่ายประชาชนคัดค้านโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินกระบี่ ที่บริเวณริมรั้วข้างทำเนียบรัฐบาล วันเสาร์(18) เวลาประมาณ 07.30 น.เจ้าหน้าที่ได้ตัดการส่งอาหารและน้ำให้ผู้ชุมนุมและปิดตึกทุกตึกในบริเวณใกล้เคียงไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้ห้องน้ำ รวมทั้งห้ามสื่อมวลชนเข้าพื้นที่ชุมนุมด้วย

ต่อมาเวลประมาณ 9.00 น. เจ้าหน้าที่ได้กันผู้ชุมนุมไปอยู่ที่ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) พร้อมกับปิดล้อมให้อยู่แต่ภายในบริเวณ กพร.เท่านั้น

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว 3 แกนนำผู้ชุมนุม ประกอบด้วย นายประสิทธิชัย นายอัครเดช ฉากจินดา และหม่อมหลวงรุ่งคุณ กิตติยากร ไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ฐานขัดคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน หลังจากนั้นได้ปิดรั้ว กพร.ควบคุมผู้ชุมนุมให้อยู่ภายใน พร้อมกับเปิดเพลงกลบเสียงตะโกนต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินของผู้ชุมนุม

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าตำรวจนครบาล จะจัดรถนำผู้ชุมนุมทั้งหมดไปส่งยังภูมิลำเนา ล่าสุดยังไม่อนุญาตให้มีการส่งน้ำและอาหารให้แก่ผู้ชุมนุม ขณะที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 4 กองร้อย และทหารจากกองทัพภาคที่ 1 อีก 1 กองร้อย ควบคุมสถานการณ์อยู่

ต่อมา เวลาประมาณ 11.40 น.เจ้าหน้าที่พยายามเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมขึ้นรถบัสเพื่อนำไปสอบประวัติและส่งกลับจังหวัดกระบี่ต่อไป

จน เวลาประมาณ 12.39 น.ประชาชนที่ถูกควบคุมอยู่ภายใน กพร.ยังไม่ได้รับประทานอาหารแต่อย่างใด

ต่อมา เวลาประมาณ 13.30 น.เจ้าหน้าที่กำลังเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกรอบ และได้นำตัวแกนนำอีก 2 คน คือ นายบรรจง นะแส และนายธัชพงศ์ แกดำ ไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 ส่วนแกนนำ 3 คน ที่ถูกควบคุมตัวไปยังมณฑลทหารบกที่ 11 ก่อนหน้านี้ คือนายประสิทธิชัย หนูนวล ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร และนายอัครเดช ฉายจินดา นั้น มีรายงานว่าถูกนำไปตรวจร่างกาย ยึดอุปกรณ์สื่อสาร และนำไปกักตัว ห้ามญาติเข้าเยี่ยม

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเจรจาผู้ชุมนุมที่เหลืออยู่ใน กพร.เพื่อให้ยุติการชุมนุมและขึ้นรถที่เตรียมไว้เดินทางกลับภูมิลำเนา

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ภายใน กพร.พร้อมกับควบคุมตัวผู้ชุมนุมที่ยังเหลือ 7 คน ไปทำการสอบสวนที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ถนนกพแพงเพชร ทั้งหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่เหลือซึ่งไม่สามารถเข้าไปบริเวณข้างประตูทำเนียบรัฐบาลได้ในตอนเช้า ยังคงปักหลักชุมนุมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างสถาบันราชมงคลพระนคร หลังจากแกนนำและเพื่อนหลายคนถูกควบคุมตัวไป โดยจะใช้วัดโสมนัสเป็นที่อาบน้ำและพักค้างแรม

เมื่อเวลาประมาณ 16.15 น.นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เดินทางมาพบปะกับผู้ชุมนุม พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการชุมนุม โดยขอให้ชุมนุมอย่างสงบและมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจน เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะรับฟัง พร้อมกับจะประสานเพื่อจัดหาห้องน้ำสำหรับชาวบ้านที่มาชุมนุมด้วย

นางอังคณา กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านชุมนุมโดยสงบ ไม่กีดขวางการจราจร และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จึงขอให้รัฐบาลคุ้มครองชาวบ้านตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายด้วย

ขณะที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ และนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อสอบถามถึงการควบคุมตัวแกนนำและชาวบ้านครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

นายวีระกล่าวว่า นายนิติธรจะเป็นตัวแทนเข้าไปเจรจากับรัฐบาล และไม่ควรโยงเรื่องนี้กับการเมือง เพราะชาวบ้านเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ตนเคยเรียกร้องให้รัฐบาลจับคนโกง แต่ก็ไม่จับ ทั้งที่เห็นชัดเจนว่าโกง ทีชาวบ้านก็อ้างกฎหมายเข้ามาจับกุมทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

ด้านนายนิติธรกล่าภายหลังจากเข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่ ว่าจะเป็นทนายความให้ 5 แกนนำที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ พร้อมกับได้ขอประสานพูดคุยกับแกนนำทางโทรศัพท์ ทราบว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหา เพียงแต่เป็นการควบคุมตามอำนาจของ คสช.เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกันเท่านั้น

ต่อมาเวลาประมาณ 17.45 น.เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินได้แถลงที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ประกาศยืนหยัดต่อสู้เพื่อหยุดโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และจะอยู่หน้าทำเนียบจนถึงจะชุมนุมจนถึงวันที่ 20 ก.พ.นี้ ซึ่งศาลแพ่งจะตัดสินว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะหรือไม่

ทั้งนี้ มีรานงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรบนนถนนพิษณุโลกด้านข้างทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ไปจนถึงแยกมิสกวัน

ความคิดเห็น

comments

By admin