กองกำลังอิสราเอลฆ่าชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 43 คนจากการรวมตัวประท้วงในฉนวนกาซา ขณะที่สหรัฐฯย้ายสถานทูตไปยังกรุงเยรูซาเล็มท่ามกลางเสียงค้านจากทั่วโลก จอร์แดนแถลงประณามยิว ด้านอิยิปต์เปิดจุดผ่านแดนช่วยชาวกาซาด้านมนุษยธรรม
อัล-ญะซีเราะห์ รายงานว่าชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 43 คนถูกสังหารในวันจันทร์ ที่ฉนวนกาซา และอีกกว่า 1,900 คนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่กองทัพอิสราเอลยิงกระสุนปืน และกระสุนยางเข้าใส่ผู้ประท้วงที่รวมตัวกันอยู่หลายจุดใกล้แนวรั้วที่อิสราเอลกั้นไว้ใกล้ฉนวนกาซา
การประท้วงเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงที่ยาวนานเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อเรียกร้องสิทธิในการกลับคืนสู่มาตุภูมิของผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ หลังจากพวกเขาถูกกองกำลังอิสราเอลขับไล่ออกจากบ้านเกิดของตนเองไปตั้งแต่ปี 1948
ตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมกองกำลังอิสราเอลได้ฆ่าชาวปาเลสไตน์ไปแล้วอย่างน้อย 90 คนที่บริเวณชายแดนฉนวนกาซา และชาวปาเลสไตน์อีกราว 10,500 คน ได้รับบาดเจ็บ
การประท้วงเกิดขึ้นก่อนการระลึกถึงวันนักบา หรือวันแผ่ง “ภัยพิบัติ” เมื่อรัฐอิสราเอลถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1948 ในดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ที่มาซึ่งการใช้กำลังขับไล่ชาวปาเลสไตน์นับแสนคนออกจากบ้านเกิดของตนเพื่อเปิดทางให้ชาวยิวเข้ายึดครองพื้นที่
กระทรวงสาธารณสุขได้ออกแถลงการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิต 43 รายและอีก 2503 คนได้รับบาดเจ็บแล้ว
กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 43 คน รวมทั้งเด็กสาวที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และอีก 1960 ได้รับบาดเจ็บ โดยมีอย่างน้อย 200 คนอายุต่ำกว่า 18 ปี 78 คนเป็นหญิง 11 คนเป็นผู้สื่อข่าว
ตามที่กระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีผู้บาดเจ็บที่เกิดจากการถูกยิงด้วยกระสุนจริง 918 คน
อย่างน้อย 39 คนอยู่ในสภาพวิกฤติซึ่งหมายความว่าผู้เสียชีวิตคาดว่าจะเพิ่มขึ้น
“โรงพยาบาลมีกลิ่นเหม็นคาว มีเลือดอยู่ทุกหนทุกแห่ง” นักข่าวท้องถิ่น Maram Humaid กล่าวกับ อัล-ญะซีเราะห์ จากโรงพยาบาลอินโดนีเซีย ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา
Humaid กล่าวเสริมว่า “ผู้ที่บาดเจ็บอยู่บนพื้น – ไม่มีเตียงที่เพียงพอสำหรับรองรับพวกเขา โรงพยาบาลล้น”
“โรงพยาบาลอยู่ในอาการโกลาหน รถพยาบาลยังไม่หยุดวิ่ง ห้องเย็นเต็มไปด้วยศพ และผู้คนจำนวนมากมารวมอยู่ในพื้นที่ท่ามกลางข่าวการเสียชีวิตของคนอันเป็นที่รัก” Humaid กล่าว
อียิปต์และจอร์แดนได้ประณามการกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาซึ่งชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนถูกสังหารโดยกองกำลังอิสราเอลที่ชายแดน
โฆษกของรัฐบาลจอร์แดน Mohammed al-Momani กล่าวว่าเป็น “การใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับชาวปาเลสไตน์ที่ไม่มีความสามารถในการสู้” และกล่าวถึงความรุนแรงในฐานะ “อาชญากรรม”
ด้านอียิปต์เรียกร้อง “ให้มีการลงโทษอย่างรุนแรงต่อการใช้ความรุนแรงในการกำหนดเป้าหมายที่พลเรือนปาเลสไตน์ที่ปราศจากอาวุธ ของกองกำลังอิสราเอลผู้ยึดครอง” ตามแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศ
อียิปต์และจอร์แดนเป็นประเทศอาหรับเพียงสองแห่งที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับอิสราเอล อิยิปต์ได้ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับอิสราเอลเมื่อปี 1979 และจอร์แดนลงนามในปี 1994
ขณะที่สถานทูตปาเลสไตน์ในกรุงไคโรประกาศว่าอียิปต์จะเปิดพรมแดนเราะห์ฟะห์ เป็นเวลา 4 วันและจะอนุญาตให้มีการเดินทางได้ทั้งเข้า และออกจากอิยิปต์
การเปิดด่านพรมแดนหมายถึงการเข้าร่วมกับกรณีความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเช่นเดียวกับผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อรอออกจากฉนวนกาซาก่อนหน้านี้
