Saturday, 20/7/2019 | 5:06 UTC+7
i-News

พิพากษาประหาร “บอล-เบิ้ม” อุ้มฆ่า “เอกยุทธ” สารภาพลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ศาลพิพากษาประหารชีวิต “บอล-เบิ้ม” ร่วมกันอุ้มฆ่า “เอกยุทธ อัญชันบุตร” แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมกันนี้ให้ชดใช้ทรัพย์สินคืนให้แก่ทายาทของ “เอกยุทธ” จำนวน 1.9 ล้าน ส่วนพ่อและแม่จำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานรับของโจร เจ้าตัวปรึกษาทนายเพื่อยื่นอุทธรณ์ ขณะที่บุตรชายเอกยุทธพอใจคำตัดสิน แต่จะหารือร่วมกับทนายว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่

วันนี้ (30 ธ.ค.)ที่ห้องพิจารณาคดี 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น.ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง จำเลยที่ 1 นายสุทธิพงศ์ หรือเบิ้ม พิมพิสาร จำเลยที่ 2 นายชวลิต หรือเชาว์ วุ่นชุม จำเลยที่ 3 นายทิวากร หรือทิว เกื้อทอง จำเลยที่ 4 จ.ส.อ.อิทธิพล เพ็งด้วง จำเลยที่ 5 และนางจิตอำไพ เพ็งด้วง จำเลยที่ 6 บิดาและมารดานายสันติภาพ ทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดพัทลุง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ฯ, ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, รับของโจร และข้อหาอื่นๆ รวม 8 ข้อหา

สืบเนื่องจากระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน 2556 นายสันติภาพ อดีตคนขับรถของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ได้ร่วมกับนายสุทธิพงศ์ ใช้ปืนและมีดปล้นเอาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ รวม 9 รายการ มูลค่า 6,600,000 บาท โดยบังคับให้นายเอกยุทธออกเช็คเบิกถอนเงิน และใช้เชือกรัดคอจนนายเอกยุทธถึงแก่ความตายก่อนนำศพไปไว้ในรถตู้ และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้างที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อปกปิดความผิด โดยมีนายชวลิตและนายทิวากรเป็นผู้ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ.ส.อ.เอกอิทธิพล นางจิตอำไพ บิดามารดาของนายสันติภาพนั้นเป็นผู้รับฝากเงินสดของนายเอกยุทธที่นายสันติภาพนำมาฝากไว้จำนวน 2,402,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานบุคคลและพยานแวดล้อมเบิกความสอดคล้องกันว่าเห็นนายสันติภาพ จำเลยที่ 1 อยู่กับนายเอกยุทธ ตามสถานที่ต่างๆ ตรงกับภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ด้วย โดยร่วมกับนายสุทธิพงศ์ จำเลยที่ 2 ชิงทรัพย์นายเอกยุทธก่อนฆาตกรรม

ส่วนนายชวลิต นายทิวากร จำเลยที่ 3 และ 4 ถึงแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานแวดล้อมเบิกความยืนยันว่าทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์และฆาตกรรมนายเอกยุทธ แต่ด้วยพฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 และ 4 ที่มีพยานเห็นว่ารถยนต์ของนายชวลิต ได้ขับนำรถยนต์ 2 คันเข้าไปที่เขาจิงโจ้ อ.เมือง จ.พัทลุง และไปขุดหลุมกันในเวลากลางคืนโดยอ้างว่าขุดหาสิ่งของ ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ พยานหลักฐานมีน้ำหนักน้อยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

ขณะที่ จ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตอำไพ จำเลยที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายสันติภาพ ศาลเห็นว่าเมื่อทั้งสองรับเงินมาจากนายสันติภาพซึ่งอ้างว่าได้มาจากการพนันฟุตบอล แต่กลับนำเงินไปฝากไว้ที่บ้านญาติโดยไม่เอาเงินฝากธนาคาร ระบุว่าช่วงนั้นเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ถือว่าผิดปกติ มีพิรุธ มีน้ำหนักน้อย ดังนั้น ศาลถือว่าจำเลยที่ 5-6 ร่วมกันซ่อนเร้นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีความผิดฐานรับของโจร ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตนายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ แต่ทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตส่วนนายชวลิต พิพากษาจำคุก 13 เดือน และให้บวกโทษในคดีค้างเก่าที่ศาลจังหวัดพัทลุงรวมเป็น 19 เดือน และนายทิวากร พิพากษาให้จำคุก 8 เดือน ขณะที่ จ.ส.อ.อิทธิพล และนางจิตอำไพ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน พร้อมกันนี้ให้นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ ร่วมกันชดใช้ทรัพย์สินคืนแก่ทายาทของนายเอกยุทธ จำนวน 1,941,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว นายสันติภาพระบุว่าเบื้องต้นจะปรึกษาทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์ ด้านบุตรชายของนายเอกยุทธระบุว่าพอใจกับคำตัดสิน โดยจากนี้จะหารือร่วมกับทนายว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่

ASTV

 

ความคิดเห็น

comments

About