หลังจากการประกาศใช้กฏหมายอิสลามในบรูไน ทำให้ดินแดนที่มีความสงบสุขแห่งนี้ได้มีความสงบสุขมากยิ่งขึ้น และผู้คนต่างยึดมั่นและเข้าใจในหลักการศาสนาตามความเชื่อของต้นมากขึ้น และเพื่อเป็นการส่งเสริมการปฎิบัติตามหลักการศาสนาอิสลาม และการอยู่ร่วมกันอย่างศานติของศาสนิกต่างๆ ในประเทศ บรูไนจึงได้ให้เสรีภาพแก่ชุมชนชาวคริสต์ในประเทศได้จัดกิจกรรมคริสต์มาส แต่ห้ามชาวมุสลิมร่วมกิจกรรมทางศาสนาดังกล่าวเพราะการร่วมพิธีกรรมในศาสนาอื่น ขัอต่อหลักการอิสลาม
“การนำสัญลักษณ์ทางศาสนามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นไม้กางเขน การจุดเทียน ต้นคริสต์มาส การร้องเพลงศาสนา หรือส่งการ์ดอวยพรในวันคริสต์มาส ล้วนเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักอิสลามทั้งสิ้น” หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานบทบัญญัติทางศาสนาที่ถูกถ่ายทอดโดยบรรดาผู้รู้ทางศาสนาอิสลาม
รัฐบาลบรูไนประกาศเตือนชาวมุสลิมตั้งแต่ปีที่แล้วว่า การสวมหมวกหรือเครื่องแต่งกายที่คล้ายคลึง “ซานตาคลอส” เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 5 ปี
โดยที่ข้อห้ามดังกล่าวมีผลบังคับใช้เฉพาะกับชาวมุสลิมเท่านั้น โดยที่ชาวคริสต์ในบรูไนจะยังสามารถฉลองเทศกาลคริสต์มาสกันได้ตามปกติ แต่การจัดงานจะเกิดขึ้นตามความจำเป็นเท่านั้น
ข้อห้ามดังกล่าวรวมไปถึงห้างร้าน และโรงแรมต่างๆ ที่จะไม่สามารถจัดกิจกรรมทางศาสนาอื่นนอกจากความเชื่อในศาสนาของตนได้ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ถูกระบุอยู่ในอัลกุรอานอย่างชัดเจน ในซูเราะห์ อัลกาฟิรูน (Al-Kafirun) ทั้ง 6 อายะห์ความว่า
“1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัดว่า โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย
2. ฉันจะไม่เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดีอยู่
3. และพวกท่านก็ไม่ใช่เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี
4. และฉันก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดี
5. และพวกท่านก็มิใช่เป็นผู้เคารพภักดีพระเจ้าที่ฉันเคารพภักดี
6. สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน”
ขณะที่ AFP สื่อของฝรั่งเศสรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในบรูไนโดยอ้างว่าชาวบรูไนส่วนใหญ่ไม่กล้าวิจารณ์คำสั่งของรัฐบาลอย่างเปิดเผย เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางทำอะไรได้มากนัก แต่ก็มีบางคนที่โพสต์ภาพงานฉลองคริสต์มาสลงสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็ก #MyTreedom โดยอ้างว่าเพื่อแสดงพลังต่อต้านการกดขี่ชาวคริสต์
คุณแม่ชาวมุสลิมคนหนึ่งในกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน กล่าวว่า “คำสั่งของรัฐบาลเป็นเรื่องน่าตลก และทำให้คนเข้าใจผิดว่าอิสลามไม่ยอมรับสิทธิของคนศาสนาอื่นที่จะจัดงานฉลองตามความศรัทธาของพวกเขา”
“อิสลามสอนให้เราเคารพซึ่งกันและกัน และฉันคิดว่ามันจะต้องเริ่มจากการให้เกียรติศาสนาอื่นๆ ก่อน แม้สิ่งที่รัฐบาลทำในขณะนี้จะเป็นเพียงการห้ามประดับตบแต่งก็ตาม”
ขณะที่ชาวคริสต์กลับเป็นผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนเคารพกฎหมายบ้านเมือง
“ที่นี่เป็นประเทศมุสลิม โบสถ์ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยจัดเทศกาลคริสต์มาสด้วยการประดับประดาภายในอาคารเท่านั้น” ชาวคริสต์ในบรูไนคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์
“ความหมายของคริสต์มาสสำหรับพวกเราไม่ได้อยู่ที่การตบแต่งเท่านั้นหรอก”
