ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสั่งปลดนางแซลลี ควิลเลียน เยตส์ รักษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และเปลี่ยนตัวรักษาการผู้อำนวยการคนเข้าเมืองและศุลกากรอเมริกา ICE หะทันหัน โดยไม่ให้เหตุผล แต่คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่ทั้งคู่สั่งลูกน้องไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์เรื่องผู้ลี้ภัย ซึ่งศาลรัฐบาลกลางมีคำพิพากษาห้ามส่งกลับคนเหล่านี้ตามคำสั่งของทรัมป์ก่อนหน้านี้
ทำเนียบขาวแถลงว่า นางเยตส์ทรยศต่อกระทรวงยุติธรรมจากการไม่บังคับใช้คำสั่งเพื่อปกป้องพลเมืองอเมริกัน ทั้งที่คำสั่งนี้ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ประธานาธิบดีจึงมีคำสั่งปลดและแต่งตั้งนายเดนา โบนที วัย 62 ปี อัยการแขวงตะวันออกของรัฐเวอร์จิเนียเป็นรักษาการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมแทน จนกว่า ส.ว.เจฟฟ์ เซสซันส์ จะได้รับการรับรองจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม
แถลงการณ์ของทำเนียบขาวยังได้วิจารณ์นางเยตส์ว่า ไร้ความสามารถเรื่องพรมแดนและคนลอบเข้าเมือง และวิจารณ์ ส.ว.พรรคเดโมแครตว่าเตะถ่วงเรื่องการรับรอง ส.ว.เซสซันส์ด้วยเหตุผลทางการเมือง
นางเยตส์วัย 56 ปี สังกัดพรรคเดโมแครตถูกปลดหลังจากมีบันทึกถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมว่า เธอเชื่อว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเชื่อว่าการการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ไม่สอดคล้องกับการทำหน้าที่ของกระทรวง
ดังนั้นตราบใดที่เธอยังอยู่ในตำแหน่ง กระทรวงจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์อัยการ 16 รัฐ ประณามคำสั่งของทรัมป์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและจะต่อสู้คัดค้าน
ขณะที่จอห์น เคลลี(John Kelly)รัฐมนตรีกระทรวงมาตุภูมิและความมั่นคงอเมริกาออกแถลงการณ์สั้นในวันจันทร์(30 ม.ค)ถึงการเปลี่ยนตัวล่าสุดว่า “ผมมีความมั่นใจว่า เขาจะสามารถทำหน้าที่ผู้นำองค์กรได้อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพต่อชายและหญิงในองค์กร ICE แห่งนี้”
ในขณะที่ ICE ออกแถลงการณ์มาเช่นกันในคืนวันจันทร์(30 มกราคม)ว่า ในขณะเดียวกัน แดเนียล แร็กสเดล(Daniel Ragsdale )ที่เดิมทำหน้าที่ตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ ICE นั้นจะยังคงกลับไปทำหน้าที่ผู้ช่วยอำนวยการตามปกติ แต่คำสั่งดังกล่าวไม่ได้เป็นการไล่ออกเหมือนกรณีรักษาการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม
ขณะที่สื่อทั่วโลกเรียกปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “คืนวันจันทร์สังหารหมู่” ทรัมป์ได้ส่งอัยการสหรัฐฯเขตตะวันออกรัฐเวอร์จิเนีย ดานา เบนเต (Dana Boente ) เข้าทำหน้าที่แทนทันที ไม่นานหลังจากที่เยตส์ ที่แต่เดิมดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนก Immigration Litigation ในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯต้องรับเรื่องคำฟ้องต่อคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ในวันศุกร์(27 มกราคม) ถึงการห้ามชาวมุสลิมจา 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ
NBC NEWS รายงานว่า เบนเตถูกเรียกให้เข้าสาบานตนรับทำหน้าที่ว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯแทนเยตส์ในเวลา 21.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯในวันจันทร์(30) และก่อนหน้านั้น เบนเตได้ออกคำสั่งลบล้างคำสั่งเดิมของเยตส์ที่ไม่ให้ปกป้องคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเบนเตกล่าวในคำสั่งว่า ทุกคนต้องทำงานตามหน้าที่ซึ่งได้รับการสาบานตน และปกป้องคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เบนเตออกมาระบุว่า เขาตกลง และพร้อมที่จะบังคับใช้คำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในบ่ายวันจันทร์(30)
