กองทัพอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า มีแผนจะเปิดฉากการซ้อมรบครั้งใหญ่ในเมืองเอลัต (Eilat) ซึ่งเป็นเมืองท่าริมฝั่งทะเลแดง รวมถึงพื้นที่หุบเขาอาราบา (Arava Valley) ตามแนวชายแดนประเทศจอร์แดน ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อจำลองสถานการณ์รับมือการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
แถลงการณ์จากกองทัพระบุว่า การซ้อมรบดังกล่าวจะนำโดยกองพลที่ 80 โดยประชาชนในพื้นที่อาจพบเห็นการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของกำลังพลฝ่ายความมั่นคง อากาศยาน และเรือรบของกองทัพเรือตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป
ฝ่ายกองทัพจะทำการฝึกซ้อมเพื่อรองรับ “หลากหลายรูปแบบสถานการณ์” ซึ่งรวมถึงการโจมตีแบบสายฟ้าแลบและการบุกรุกเข้าสู่ดินแดนอิสราเอลทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก ทั้งนี้ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่ชัดของการฝึกซ้อม โดยกล่าวเพียงว่าจะมีการซ้อมรบเกิดขึ้น “ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้”
นอกจากนี้ กองทัพยังระบุเพิ่มเติมว่า การซ้อมรบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทดสอบระบบการป้องกันชุมชนต่างๆ ของอิสราเอลที่อยู่ใกล้ชายแดนจอร์แดนและพื้นที่เมืองเอลัต เสริมสร้างความพร้อมของกำลังพล รวมถึงใช้ศักยภาพทางอากาศและทางเรือเพื่อยกระดับการป้องกันในภูมิภาคดังกล่าว โดยการฝึกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “กระบวนการต่อเนื่องในการยกระดับความพร้อม ศักยภาพ และทบทวนบทเรียนที่ได้รับจากการสู้รบและเหตุการณ์ความมั่นคงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”
การซ้อมรบดังกล่าวเกิดขึ้นให้หลังเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่กองทัพอิสราเอลได้จัดการฝึกซ้อมรบบนกราบที่ราบสูงโกลานของซีเรีย ซึ่งระบุว่าเป็นไปเพื่อปรับปรุงความพร้อมรับมือกับการโจมตีแบบฉับพลันและมีความซับซ้อน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คำเตือนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการบุกรุกข้ามชายแดนตะวันออกของอิสราเอลมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แหล่งข่าวทางทหารของอิสราเอลเปิดเผยว่าสามารถยับยั้งความพยายามบุกรุกทางน้ำบริเวณพื้นที่โรงแรมในเมืองเอลัตไว้ได้
ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ช่อง 15 ของอิสราเอลในขณะนั้น กองทัพเรือได้ตรวจพบบุคคลบนเจ็ตสกีที่กำลังแล่นมุ่งหน้ามาจากทิศทางชายแดนจอร์แดนเข้ามายังบริเวณโรงแรม กองกำลังอิสราเอลจึงได้ยิงเตือน และต่อมาได้เปิดฉากยิงใส่นักบิดเจ็ตสกีคนดังกล่าวหลังจากที่ไม่ยอมหยุดเรือ ก่อนที่บุคคลนั้นจะเลี้ยวเรือขับกลับไปในทิศทางเดิม ทั้งนี้ ทางการจอร์แดนไม่ได้ออกมายืนยันหรือแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวของอิสราเอลแต่อย่างใด
