เมื่อวันพุธ (29 มีนาคม) นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนางวรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ไทยประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) ร่วมกันเปิดตัวโครงการ “รวมพลังสร้างสรรค์ตะกาฟุล”..นึกถึง ตะกาฟุล นึกถึงไอแบงก์.. ณ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ อาคารคิวเฮ้าส์อโศก

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กล่าวว่า “เราต้องยอมรับสภาวการณ์แข่งขันของธุรกิจธนาคารมีการแข่งขันกันอย่างสูง และจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ถึงแม้ธนาคารจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันธุรกิจทางด้านตะกาฟุล (ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตามหลักศาสนาอิสลาม) สู่การเป็นผู้นำในปัจจุบัน ก็ต้องไม่หยุดนิ่ง ที่จะต้องมีการพัฒนาทั้งด้านบุคลากรภายในองค์กร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชนทั้งชาวไทยมุสลิม และทุกศาสนิก ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิต ผมเล็งเห็นความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะถือเป็นปัจจัยในชีวิตอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้เกิดการออมเงิน การสร้างความมั่นคงเมื่อวัยเกษียณ หรือเจ็บป่วย รวมทั้งเป็นทรัพย์สินให้กับลูกหลานต่อไปในอนาคต”

“จากความสำเร็จของโครงการ “ตะกาฟุลร่วมใจเพื่อ IBank” ในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีมีพนักงานของธนาคารทั้งในสำนักงานใหญ่ และสาขา ให้ความสนใจและกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ทำให้เงินสมทบบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสำหรับปีนี้โครงการ “รวมพลังสร้างสรรค์ ตะกาฟุล” เรายังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรอันดีของธนาคาร ทั้ง บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุนเราในด้านผลิตภัณฑ์ตะกาฟุลที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และโครงการนี้เป็น อีกหนึ่งก้าวของเราที่จะพลิกสถานการณ์ทางธุรกิจ และเรามั่นใจในศักยภาพของพนักงานทุกคนเช่นกัน การเริ่มโครงการอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง ก็เสมือนเป็นสนามให้พนักงานได้ลองปฏิบัติ และเป็นการพัฒนาสิ่งต่างๆ รอบด้านตัวเราเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายสาระ ล่ำซำ เปิดเผยว่า “บมจ. เมืองไทยประกันชีวิตต้องขอบคุณทางธนาคารฯ ที่ได้ให้บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ “รวมพลังสร้างสรรค์ตะกาฟุล” อีกครั้ง จากครั้งก่อนคือโครงการ “ตะกาฟุลร่วมใจเพื่อ IBank” ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทางเมืองไทยประกันชีวิตก็ยังยึดมั่นและให้ความสำคัญในการนำเสนอสิ่งที่เราห่วงใยให้กับพี่น้องชาวมุสลิมและประชาชนทั่วไป โดยผ่านผลิตภัณฑ์ตะกาฟุลของบริษัทฯ ซึ่งเรามีบอร์ดเมืองไทยชะรีอะห์ที่ให้คำปรึกษาในด้านหลักการศาสนาที่ถูกต้องและโปร่งใส ซึ่งโครงการในปีนี้เรานำ “ผลิตภัณฑ์ตะกาฟุล 10/4” ที่มีจุดเด่นที่ให้ความคุ้มครองระยะยาว 10 ปี แต่ชำระเงินสมทบตะกาฟุลระยะสั้นเพียง 4 ปี โดยมีเงินหลักประกันตะกาฟุลขั้นต่าที่ 20,000 บาท สมัครได้ง่ายโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพและไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การวางแผนชีวิตและออมเงินระยะยาว “ตะกาฟุลออมทรัพย์ 20/15” เน้นการออมเงินระยะยาวด้วยจำนวนเงินสมทบตะกาฟุลที่ไม่สูงมากนัก พร้อมความคุ้มครองชีวิตถึง 20 ปี แต่ชำระเงินสมทบตะกาฟุล 15 ปี เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ครอบครัว และธนาคารได้รับค่าธรรมเนียมที่สูง”

“เราเน้นย้ำด้านการให้บริการเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเรามีสำนักงานบริการสาขาที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ การให้บริการ Call Center # 1766 กิจกรรม Smile Club กระบวนการทำงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ อีกทั้งยังมีทีมงานฝ่ายขายและฝ่ายสนับสนุนที่จะอำนวยความสะดวกและสนับสนุนทุกท่านตลอดเวลา” นายสาระ กล่าว

ด้าน นางวรางค์ ไชยวรรณ เปิดเผยว่า “ไทยประกันชีวิตและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีต่อกันมาอย่างต่อเนื่องโครงการ “รวมพลังสร้างสรรค์ตะกาฟุล” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไทยประกันชีวิตได้รับเกียรติให้มีส่วนร่วมสนับสนุนเพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับพี่น้องชาวมุสลิมผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ถูกต้องตามหลักศาสนาตามความเห็นชอบของคณะกรรมการชารีอะห์ไทยประกันชีวิต ซึ่งประกอบด้วย แบบเตาฟี๊ดร์ 10/5 สำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินระยะสั้นเพราะชำระเงินสมทบตะกาฟุลเพียง 5 ปี แต่ได้รับฮิบะห์สูงถึง 500% ของเงินหลักประกันตะกาฟุล เมื่อครบกำหนดสัญญา นอกจากนี้ ในระหว่างสัญญา ยังได้รับฮิบะห์ 10% ทุกๆปี สมัครได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือแถลงข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ส่วนแบบตะฮ์ซีน 20/20 เหมาะสาหรับพี่น้องมุสลิมที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในระยะยาว โดยครบสัญญารับฮิบะห์ 110% ของเงินหลักประกันตะกาฟุล”

“ไทยประกันชีวิตมุ่งพัฒนาบริการที่มากกว่าและแตกต่างไม่ว่าจะเป็นไทยประกันชีวิตฮอตไลน์บริการฉุกเฉินทางการแพทย์และเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง หรือไทยประกันชีวิตแคร์เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ลูกค้ารวมถึงมีสาขาและศูนย์บริการลูกค้าพร้อมให้บริการมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งไทยประกันชีวิตยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ดูแลพี่น้องมุสลิม รวมถึงขอบคุณผู้บริหารธนาคารอิสลามฯ ที่มอบความไว้วางใจให้บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการครั้งนี้” นางวรางค์ กล่าวทิ้งท้าย

ความคิดเห็น

comments

By admin