การโจมตีทางอากาศ และการยิงปืนใหญ่จากระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด และรัสเซีย เข้าถล่ม ฆุตเฎาะห์ตะวันออกดินแดนที่ถูกปิดล้อม ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วกว่า 500 ราย ในเวลาเพียง 7 วัน รวมทั้งเด็กมากถึง 121 ศพ
กลุ่มสังเกตุการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรียกล่าวว่าการทิ้งระเบิดทางอากาศโจมตีเป้าหมายในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออก ดินแดนที่ถูกปิดล้อมมากว่า 5 ปีแห่งนี้ หนักหน่วงขึ้น โดยมีการค้นหาศพเพิ่มเติมได้จากซากอาคารที่พังถล่มจากการโจมตีได้เป็นจำนวนมาก
การโจมตีอย่างรุแรงที่สื่อหลายสำนักอธิบายว่าเป็นระเบิดที่ตกลงมาเหมือนเม็ดฝน เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพยายามหาข้อยุติเพื่อหลีกเลี่ยงการวีโต้ของรัสเซียต่อร่างมติให้หยุดยิงในซีเรีย 30 วัน เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าพื้นที่ และให้มีการอพยพผู้ป่วยเกือบพันรายออกจากพื้นที่ เนื่องจากโรงพยาบาลเกือบทั้งหมดตกเป็นเป้าโจมตีจนไม่สามารถให้บริการไทย
การโจมตีทางอากาศในวันเสาร์(24 กุมภาพันธ์)ยังได้ฆ่าพลเรือนไปอีก 21 คน ในฆุตเฎาะห์ตะวันออก และอีก 12 คนในเมืองดูมาเมืองใหญิที่สุดของดินแดนที่ถูกปิดล้อมมากว่า 5 ปีแห่งนี้
การโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงระรอกล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินรบจากระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด และรัสเซีย โดยมีการยิงปืนใหญ่ และจรวดจากพื้นสู่พื้นของกองกำลังพันธมิตรชีอะห์ร่วมปฎิบัติการด้วย
ขณะที่มีรายงานการใช้อาวุธต้องห้ามในการโจมตีพลเรือนในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออกด้วย ทั้งระเบิดดาวกระจาย ก๊าซคอรีน บาเรล์บอม และฟอสฟอรัสขาวด้วย
This video, from Eastern Ghouta shows @SyriaCivilDef team putting our fires caused by incendiary munitions (White Phosphorous). 23/24 Feb. pic.twitter.com/7Pe2NR43qJ
— The White Helmets (@SyriaCivilDef) February 24, 2018
SCD @SyriaCivilDefe teams are working incessantly to evacuate the injured civilians amidst massive destruction, caused by aerial attacks of residential areas by Russian and Regime warplanes in #Douma city today. #SaveGhouta #Syria Feb 24 pic.twitter.com/iiLg1ghD9o
— The White Helmets (@SyriaCivilDef) February 24, 2018



