หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียเร่งค้นหา 38 คนที่คาดว่าถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารโรงเรียนประจำสอนศาสนา Al-Khoziny ในจังหวัดชวาตะวันออก หลังอาคารถล่มระหว่างการละหมาดเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (29 กันยายน) ขณะนักเรียนกำลังละหมาด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ภัยพิบัติ
อับดุล มูฮารี โฆษกหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า อาคารดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างและเกิดการถล่มอย่างกะทันหัน ทำให้วัสดุก่อสร้างถล่มลงมาทับนักเรียนและคนงานจำนวนมาก
ด้านโมฮัมหมัด ชาฟีอี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยอินโดนีเซีย ระบุว่า มีผู้รอดชีวิตแล้ว 99 คน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้รถแบ็กโฮและเครนช่วยเคลื่อนย้ายซากอาคาร อย่างไรก็ตาม นานัง สิกิจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นเผยว่า มีผู้สูญหาย 38 คน และทีมค้นหาจะหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องจักรหนักในบางพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าโครงสร้างที่เหลืออยู่จะพังถล่มลงมาอีก
อับดุล มูฮารี กล่าวเพิ่มเติมว่า เกือบ 80 คนที่บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่ภาพจากสถานีโทรทัศน์ KompasTV แสดงให้เห็นครอบครัวนักเรียนจำนวนมากกำลังมุงดูรายชื่อผู้รอดชีวิตที่ติดประกาศบนไวท์บอร์ด
หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของอินโดนีเซียระบุว่า สาเหตุหนึ่งอาจมาจากฐานรากของอาคารไม่สามารถรับน้ำหนักการก่อสร้างชั้นที่ 4 ได้
ด้าน อับดุส ซาลาม มูจิบ ผู้ดูแลโรงเรียน ออกมากล่าวกับสำนักข่าว Antara ของทางการว่า การก่อสร้างได้หยุดก่อนเวลาละหมาดแล้ว แต่ยอมรับว่าฐานรากของอาคารไม่สามารถรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้
บีบีซี รายงานว่า สุบันดี ผู้สำเร็จราชการเมืองซิโดอาร์โจ ระบุว่าไม่มีใบอนุญาตใดๆ ออกให้สำหรับการขยายโรงเรียนประจำ 2 ชั้น ต่อเติมเป็น 4 ชั้น
คนงานได้เทคอนกรีตสำหรับชั้น 3 แล้ว แต่ “การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน… ดังนั้นทุกอย่างจึงพังทลาย” สุบันดี กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ KompasTV ของอินโดนีเซียเมื่อวันจันทร์
เคยมีกรณีในอดีตที่โรงเรียนประจำอิสลามสร้างมัสยิดและหอพัก “ทันที แล้วจึงขอรับใบอนุญาต” เขากล่าวอ้าง
