รัสเซียกำลังศึกษาโอกาสที่จะเข้าร่วมลงทุน ในโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในลาว และ โครงการท่อส่งน้ำมันลาว-เวียดนาม เพื่อส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยังเวียดนาม ขณะเดียวกันก็อาจจะส่งก๊าสจากเวียดนามเข้าลาว รัฐมนตรีอุตสาหกรรมรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ โนวัก (Alexander Novac) กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์ สถานีโทรทัศน์ “รัสเซีย 24 (Rossiya 24) ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
โครงการโรงกลั่นน้ำมันในลาว นับเป็นเรื่องใหม่ที่ผุดขึ้นมา ในช่วงการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน ที่จัดขึ้นที่แล้วา ที่เมืองโซชิ (Sochi) เมืองท่องเที่ยว ริมฝั่งทะเลดำในรัสเซีย ซึ่งฝ่ายเจ้าภาพกล่าวว่า พร้อมจะขยายความร่วมมือด้านพลังงาน และ ให้การสนับสนุนด้านน้ำมันต่อกลุ่มอาเซียน เพิ่มขึ้นอีกหากมีความต้องการ
นายโนวัคกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทก๊าซพร็อมเน็ฟต์ (Gazprom Neft) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทสำรวจและผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศ กำลังพิจารณาเกี่ยวกับการร่วมทุน กับฝ่ายเวียดนาม ในโครงการโรงกลั่นในลาว สำนักข่าวทาสส์ของทางการรายงาน
“ก๊าซพร็อมกำลังปรึกษาหารือกับหุ้นส่วนฝ่ายเวียดนาม กำลังมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ของการร่วมทุนที่มีผลในทางเศรษฐกิจกับฝ่ายเวียดนาม” นายโนวัคกล่าวถึงโครงการนี้ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในช่วงหนึ่ง
ยังไม่ทราบในรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการโรงกลั่นน้ำมันในลาวขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้ง ตัวเลขคาดการณ์ต่างๆ ตลอดจนมูลค่าการลงทุน แต่เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นมา ในขณะที่เวียดนามกับลาว กำลังก่อสร้าง ระบบท่อส่งก๊าซและน้ำมัน ยาว 260 กิโลเมตร ระหว่างท่าเรือแห่งหนึ่ง ใน จ.กว๋างบี่ง (Quang Binh) ของเวียดนาม กับที่ตั้งคลังเก็บน้ำมันและก๊าซ ที่กำหนดขึ้นในเขตเมืองยมมะลาด แขวง (จังหวัด) คำม่วนของลาว
ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนาม สองฝ่ายได้บรรลุความตกลงเกี่ยวกับโครงการนี้เมื่อต้นปี 2558 การก่อสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้เริ่มขึ้นในดินแดนลาว ตั้งแต่ปีที่แล้ว
สำหรับการสำรวจและผลิตน้ำมันนั้น กลุ่มก๊าซพร็อมจากรัสเซีย ได้มีความร่วมมือกับเวียดนามมาเป็นเวลานาน ฝ่ายรัสเซียได้เจรจาซื้อหุ้น 49% ในโรงกลั่นยวุ๋งกว๊าต (Dung Quat) ที่ จ.กว๋างหงาย (Quang Ngai) เคยมีรายงานก่อนหน้านี่้ว่า ก๊าซพร็อมได้ยุติการเจรจาลง แต่รัฐมนตรีรัสเซีย บอก Rossiya 24 ว่า เรื่องนี้เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2556 และ ยังคงดำเนินต่อไป
ยวุ๋งกว๊าตเป็นโรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียวในเวียดนามขณะนี้ สร้างมาตั้งแต่ปี 2551 มีกำลังผลิต 6.5 ล้านตันต่อปี การร่วมทุนจากฝ่ายรัสเซียอาจจะมีมูลค่าถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายความสามารถในการกลั่นน้ำมัน ขึ้นเป็น 10-12 ล้านตันต่อปี และ ยังไม่มีรายละเอียดอื่นใดในขณะนี้ว่า การเจรจาเข้าร่วมทุนในโครงการโรงกลั่นในลาว รวมอยู่ในแผนการนี้ด้วยหรือไม่อย่างไร
ก๊าซพร็อมเนฟต์ได้พักการเจรจาเมื่อปีที่แล้ว หลังจากรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม กล่าวว่าโรงกลั่นยวุ๋งกว๊าตอาจจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาลอีก เมื่อดำเนินธุรกิจครบ 10 ปีในปี 2561 นี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายที่จะเข้าร่วมทุนเป็นหุ้นส่วนขนาดใหญ่ มีความต้องการ
แต่อย่างน้อยที่สุด แผนการเข้าซื้อหุ้นในโรงกลั่นเวียดนามยังคงอยู่ ซึ่งฝ่ายรัสเซียอาจสรุปผลการพิจารณาได้ในปลายปี 2559 นี้ นายโนวัคกล่าว
สำนักข่าวทาสส์รายงานด้วยว่า ในวันที่ 16 พ.ค. มีการประชุมเจรจาทวิภาคี ระหว่างนายกรัฐมนตรีรัสเซีย นายดมิตริ เม็ดเวเดฟ กับ นายเหวียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ที่ไปร่วมการประชุมสุดยอดรัสเซีย-อาเซียน เกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเวียดนาม รวมทั้งความร่วมมือด้านการพัฒนาก๊าซและน้ำมันด้วย
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมรัสเซียกล่าวในคราวเดียวกันว่า ปัจจุบันรัสเซียมีความร่วมมือด้านน้ำมัน กับหลายประเทศอาเซียน รวมทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยการ “สว็อป” (Swap) น้ำมัน ซึ่งหมายถึงการทำความตกลง ซื้อขายน้ำมันระหว่างกัน ในราคาคงที่เป็นระยะเวลาตามกำหนด โดยไม่ขึ้นต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก
รัสเซียแสดงความปรารถนาจะขยายความร่วมมือด้านนี้กับชาติอาเซียนอื่นๆ รวมทั้งไทย กัมพูชาและฟิลิปปินส์ด้วย
