ทิ้งแก๊ส toxic ฆ่า 58 ซีเรีย ผลงานโฉด บาชาร์ or ปูติน ฆ่าเด็กทั้งเป็น

เกิดเหตุโจมตีทางอากาศที่มาจากเครื่องบินรบของรัสเซีย หรือระบอบชีอะห์บาชาร์ อัล-อัสซาดด้วยแก๊ส toxic ซึ่งเป็นอาวุธเคมีต้องห้ามในพื้นที่ปกครองของฝ่ายต่อต้านในจังหวัดอิดลิบทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 58 ราย รวมทั้งเด็กอย่างน้อย 11 คน

กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย หรือ SOHR เปิดเผยในวันอังคาร (4) ว่าผู้คนจำนวนมากในเมือง Khan Sheikhoun ใจกลางจังหวัดอิดลิบ เสียชีวิตจากก๊าซ toxic ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนและมีเด็กอย่างน้อย 11 คน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาในระบบหายใจและอาการอื่นๆ

การโจมตีด้วยก๊าซพิษครั้งนี้มีขึ้นไล่เลี่ยกับการเปิดประชุมเกี่ยวกับอนาคตของซีเรียที่สหภาพยุโรป (EU) และสหประชาชาติ (UN) ร่วมจัดขึ้นที่บรัสเซลส์เป็นเวลา 2 วัน จนทำให้เกิดคำถามจากผู้แทนเจรจาจากฝ่ายต่อต้านซีเรียว่า “มันคือสันติภาพหรือ???” ในขณะที่การเจรจาเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับการเข่นฆ่าพลเรือนชาวซีเรีย

รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่การแพทย์ของเมืองดังกล่าว ระบุว่า ผู้ได้รับก๊าซพิษมีอาการหน้ามืด อาเจียน และน้ำลายฟูมปาก

The Edlib Media Centre (EMC) ได้เผยแพร่ภาพที่เผยให้เห็นผู้ป่วยจำนวนมากที่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล และเด็กหลายคนถูกฆ่าตาย

ชาวบ้านเล่าว่าการโจมตีเกิดขึ้นในตอนเช้าตรู่เมื่อพวกเขาได้ยินเครื่องบินบนท้องฟ้าตามด้วยเสียงระเบิดดังขึ้นหลังจากนั้นผู้คนเริ่มแสดงอาการอย่างรวดเร็ว พวกเขากล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถระบุได้เป็นเครื่องบินรบของกลุ่มใด โดยเครื่องบินลักษณะดังกล่าวมีทั้งของรัสเซีย และซีเรีย

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยแก๊สพิษที่เกิดขึ้นตามรายงานของสำนักข่าว RIA ของรัฐบาลรัสเซียในวันอังคาร

ขณะที่ระบอบการปกครองชีอะห์บาชาร์ อัล-อัสซาดได้ออกมาปฏิเสธการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนเหมือนเช่นทุกครั้ง แม้ผลสอบสวนของสหประชาชาติยืนยันได้อย่างที่ผ่านมามีอย่างน้อย 3 ครั้งที่ระบอบการปกครองชีอะห์บาชาร์ ใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชน

ทั้งนี้พลเรือนซีเรียเคยถูกสังหารหมู่ที่รุนแรงที่สุดมาแล้วด้วยแก๊สพิษซาริน ทำให้พลเรือนจำนวนมากในเมือง Ghouta ซึ่งอยู่ใกล้เมืองหลวงดามัสกัดในเดือนสิงหาคม 2013 ในเวลานั้นตะวันตกประกาศว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นฟางเส้นสุดท้าย และระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาดต้องเป็นผู้รับผิดชอบเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นในปี 2013 ขณะที่ระบอบบาชาร์อ้างว่าฝ่ายต่อต้านซีเรียทิ้งระเบิดโจมตีพื้นที่ปกครองของตนเอง โดยข้อกล่าวหามีขึ้นที่ฝ่ายต่อต้านซีเรียไม่มีเครื่องบินรบในปฎิบัติการทางทหาร

Staffan de Mistura ทูตพิเศษสหประชาชาติประจำซีเรียกล่าวถึงการโจมตีที่เกิดขึ้นในระหว่าที่มีการเจรจาในกรุงบรัสเซลส์ว่า มันเป็นความพยายามทำลายการเจรจาที่เกิดขึ้น

Federica Mogherini นักการทูตชั้นนำของสหภาพยุโรป กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าความรับผิดชอบหลักคือระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด เพราะมีความรับผิดชอบหลักในการปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนของตนเอง”

สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานจากผู้สื่อข่าวที่อยู่ในที่เกิดเหตุกล่าวว่าจรวดลูกล่าสุดโจมตีเข้าใส่อาคารโรงพยาบาล ในขณะที่มีผู้บาดเจ็บกำลังรักษาตัวอยู่

นายอลัน ฟิชเชอร์ผู้สื่อข่างอัล-ญะซีเราะห์รายงานจากเบรุตกล่าวว่าชาวบ้านคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นและหลายคนได้รับบาดเจ็บเป็นเด็ก “มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากนอนพักรักษาตัวอยู่โดยที่พวกเขามีอาการอาเจียนไม่หยุด”

“ในสถานการณ์เช่นนี้แนวทางการรักษาคือการล้างสารพิษออกจากตัวของผู้ป่วยให้เร็วที่สุด แต่ถึงกระนั้นภาพบางส่วนที่โพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปนับชั่วโมง แต่ผู้บาดเจ็บจำนวนมากยังคงดิ้นรนอย่างทุรนทุรายเนื่องจากไม่สามารถหายใจได้ อันเป็นผลมาจากแก๊สพิษ”

ฟิชเชอร์ ยังรายงานอีกว่าโรงพยาบาลในพื้นที่เต็มไปด้วยถูกป่วยจากการโจมตี โดยภาพวิดีโอแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ฟิชเชอร์กล่าวว่า “แน่นอน อัล-ญะซีเราะห์ไม่มีทางที่จะยืนยันเรื่องราวที่มาจากที่นี่(เบรุต)ได้ แต่ความจริงก็คือมีรายงานจากคนในพื้นที่จำนวนมากที่รายงานตรงกัน

“ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือภาพสะท้อนที่เป็นธรรมของเหตุการณ์ปัจจุบันใน Khan Sheikhoun ในจังหวัด Idlib ในประเทศซีเรีย”

สมาชิกคนหนึ่งของอาสาสมัครกู้ภัย อัศวินหมวกขาวที่ทำงานอยู่ในพื้นที่บอกกับอัล-ญะซีเราะห์ ว่ามีผู้บาดเจ็บมากกว่า 300 คน

Jean-Marc Ayrault รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ระบุว่า “การโจมตีด้วยอาวุธเคมีรอบใหม่ และร้ายแรงโดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในจังหวัดอิดลิบเมื่อเช้าวันนี้ จากข้อมูลแสดงให้เห็นถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมากรวมถึงเด็ก ๆ ขอประณามต่อการกระทำที่น่ารังเกียจนี้”

“เมื่อเผชิญกับการกระทำที่ร้ายแรงเช่นนี้ที่คุกคามความมั่นคงระหว่างประเทศ ผมขอเรียกร้องให้ทุกคนไม่ละเลยหน้าที่ของตน” เขากล่าว

Boris Johnson รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษกล่าวว่าหากพิสูจน์ได้ว่าการโจมตีโจมตีดังกล่าวเป็นผลงานของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด เขาจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรรมสงคราม

ด้าน Recep Tayyip Erdogan ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวกับประธานาธิบดีรัสเซียว่าการโจมตีแบบนี้ “โหดร้าย” อาจเป็นอันตรายต่อการเจรจาสันติภาพ

ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ (2 เมษายน) ผ่านมา อาสาสมัครกู้ภัยกลุ่มอัศวินหมวกขาวรายงานว่า เครื่องบินรบที่ต้องสงสัยเป็นของรัสเซียได้ทิ้งระเบิกโจมตีโรงพยาบาลในเมือง Maaret al-Numan ในจังหวัดอิดลิบ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน ขณะที่อาคารโรงพยาบาลได้รับความเสียหายไม่สามารถทำการได้

Majid หนึ่งในอาสาสมัครกู้ภัยเปิดเผยว่า “สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดอิดลิบตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง และผลของการโจมตีที่โรงพยาบาลหลักของเมืองทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายหนัก และไม่สามารถเปิดบริการได้”

กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนระบุว่า ในปีที่ผ่านมามีรายงานการโจมตีในซีเรียอย่างน้อย 71 ครั้งเกิดขึ้นกับสถานบริการด้านสุขภาพที่มีอยู่อย่างน้อย 32 แห่งซึ่งดำเนินการหรือได้รับการสนับสนุนจากแพทย์ไร้พรมแดน

ความคิดเห็น

comments