เจ้าหน้าที่ตำรวจเขตลูซอนกลาง (Central Luzon) ออกมาเรียกร้องนโยบาย บังคับให้พลเมืองมุสลิมในพื้นที่ต้องมีบัตรประจำตัว อ้างว่าประชากรมุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่ร่วมมือช่วยต้านก่อการร้าย ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ออกประณามแนวคิด “ลงโทษแบบเหมารวม”

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานวันศุกร์ (7 กรกฎาคม) ว่า เจ้าหน้าที่เขตลูซอนกลาง (Central Luzon) ของฟิลิปปินส์ ออกมากดดันให้บังคับใช้นโยบายพลเมืองมุสลิมในพื้นที่ต้องติดบัตรประจำตัวเพื่อป้องกันการก่อการร้าย อ้างอิงจากสื่อท้องถิ่นฟิลิปปินส์

ภูมิภาคลูซอนกลางนี้มีพื้นที่ครอบคลุม 7 จังหวัด ที่เขตอยู่ทางตอนบนของกรุงมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ มีพลเมืองมุสลิมอาศัยอยู่แค่ 26,000 คน ซึ่งในเขตนี้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือศาสนาคริสต์

ทั้งนี้ ในรายงานกล่าวว่า เป็นมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย หลังจากที่กลุ่มดาอิช ใช้กำลังเข้ายึดเมืองมาราวี ทางใต้ของประเทศ เกือบ 2 เดือนก่อนหน้า

โดยสำนักข่าว Rappler ของฟิลิปปินส์ ระบุว่า การหารือเกิดขึ้นภายในที่ว่าการของเมืองเอกของจังหวัด ท่ามกลางตัวแทนผู้นำชุมชนมุสลิม และบุคคลสำคัญทางการศาสนาอิสลาม 200 คน และกับทางเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบไปด้วย ตำรวจ กองทัพ และนักการเมืองคนสำคัญ

ด้านผู้กำกับการตำรวจ อารอน อากีโน (Aaron Aquino) ออกมาแสดงความเห็นถึง บัตรประจำตัวมุสลิม นี้ว่าจะช่วยทำให้ทางตำรวจสามารถยืนยันบุคคล และสามารถจัดการกับบุคคลต้องสงสัยอันไม่เป็นที่ประสงค์ และกลุ่มผู้ก่อนการร้ายได้ทันที

ในแถลงการณ์ อากีโนกล่าวอ้างว่า ระบบบังคับใช้บัตรประจำตัวนี้ได้ถูกใช้แล้วในเมืองปานิคุย (Paniqui) “และทางเราต้องการให้ระบบนี้ถูกใช้ในชุมชนมุสลิมทุกแห่งทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อเป็นการง่ายต่อการแสดงตัวสำหรับพี่น้องหญิงชายมุสลิมของพวกเรา”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนออกมาประณามแนวคิดนี้ โดยชี้ว่า “นี่ถือเป็นการโดดเดี่ยวชาวมุสลิมอย่างชัดเจน” จากการต้องให้ติดบัตรประจำตัว และยังชี้ว่า นโยบายนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิการถูกปฏิบัติใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และรวมไปถึงเสรีภาพของการเดินทาง

กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์ที่มีฐานอยู่ในเมืองนิวยอร์ก แถลงว่า “การบังคับให้แต่พลเมืองมุสลิมต้องมีบัตรประจำตัว เพื่อตอบโต้กับความล้มเหลวของชุมชนมุสลิมที่ไม่สามารถห้ามนักรบมุสลิมติดอาวุธเดินทางเข้าเมืองมาราวีเพื่อก่อการร้าย ถือเป็นการลงโทษแบบเหมารวม”

ความคิดเห็น

comments

By admin