Sunday, 16/12/2018 | 6:23 UTC+7
i-News

ลูกนักข่าวซาอุฯ ประณามพวกเอาการหายตัวของพ่อมาเล่นการเมือง

ซอลาห์ คาช็อกกี (Salah Khashoggi) ลูกชายคนโตของ จามาล คาช็อกกี (Jamal Khashoggi) นักข่าวชาวซาอุดิอาระเบียที่หายตัวไปในกรุงอิสตันบูล ของตุรกีตั้งแต่วันอังคาร(2 ตุลาคม)ได้ประณามความพยายามของฝ่ายต่างๆ ในต่างประเทศที่ทำให้การหายตัวไปของพ่อกลายเป็นประเด็นการเมือง มากกว่าที่เร่งสืบหาตัวพ่อ ด้านเพื่อนร่วมงานชี้เป็นเรื่องเกินจริงที่รัฐบาลจะลวงประชาชนของตนเองไปสังหารในสถานกงสุลในประเทศอื่น

ในการให้สัมภาษณ์กับ Al Arabiya ซอลาห์ กล่าวว่า “ปัญหาคือมีพลเมืองซาอุดิอาราเบียหายตัวไป เรากำลังร่วมมือกับทางการซาอุดิอาระเบียในการตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว “ซอลาห์ กล่าวยืนยันว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ตอบสนองต่อเหตุดังกล่าวในทันทีที่เกิดเหตุขึ้น

ซอลาห์กล่าวว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนตัว และอยู่ห่างไกลจากกรอบทางการเมือง เขาเน้นว่าครอบครัวของเขากำลังมองหา “ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ” การติดต่อครั้งล่าสุดของผม กับพ่อของผม อยู่ระหว่างการเข้าพักที่วอชิงตัน: ​​”ผมไม่ทราบว่าเขาอยู่ในตุรกี และการเดินทางครั้งล่าสุดของเขาเป็นอย่างไร?” ซอลาห์ กล่าว

สำหรับหญิงสาวชาวตุรกีชื่อ Khadija ผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นของ จามาล คาช็อกกี ซอลาห์ ผู้เป็นลูกชายกลับบอกว่า “ฉันไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ และฉันไม่เคยได้ยินเรื่องของเธอ โดยเพิ่งได้ยินมันจากสื่อมวลชน”

เขาเรียกร้องให้หญิงชาวตุรกียุติการแทรกแซงคดีของบิดาในสื่อ “เราเป็นครอบครัวของเขา และเราสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์การหายตัวไปของเขา และการค้นหาเขา” เขากล่าว

ซอลาห์ ยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวของเขาสนับสนุนการสืบสวนของซาอุดิอารเบียซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นบวก และค้นพบความจริงเท่านั้น

ข่าวเท็จที่แพร่หลายเกิดขึ้นหลังจากที่ทางการซาอุดิอาระเบียออกมาเรียกร้องให้ตุรกีเร่งสอบสวนการหายตัวไปของ จามาล คาช็อกกี แต่สื่อตุรกี และกาตาร์ กลับรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยว่าเขาถูกฆ่าตายในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบีย แต่ประธานาธิบดี รอยับ ตอยยิบ ออโดกัน ออกมาปฎิเสธข่าวการตายของจามาลหลังจากนั้น พร้อมระบุว่าเขาหวังว่าจามาลจะออกมาจากสถานกงสุลได้อย่างปลอดภัย แต่แทนที่จะดำเนินการสอบสวนการหายตัวไปของจามาล เขากลับเรียกร้องให้ซาอุดิอาระเบียออกมาเปิดเผยหลักฐานว่าจามาลได้ออกจากสถานกงสุลแล้ว

ข้อเรียกร้องของของออโดกันมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันศุกร์ที่(5 ตุลาคม)ผ่านมาผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ได้เข้าไปตรวจสอบภายในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบีย พร้อมยืนยันว่าได้ตรวจสอบทุกพื้นที่ของสถานกงสุลแล้วไม่พบตัว จามาล อยู่ภายในตามข้อกล่าวหา โดยได้แจ้งให้ทางการตุรกีทราบแล้ว

แต่ทว่าสื่อตุรกีนำประเด็นดังกล่าวของรอยเตอร์มาขยายผล โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่อ้างว่าเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก จามาล ถูกฆ่าตายแล้วในสถานกงสุล และถูกนำศพออกไปแล้ว ขณะที่รอยเตอร์ตอบโต้ว่าหลักฐานนั้นอ่อน และเราไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ ตามอ้าง
แต่สื่อในเครือข่ายของกลุ่มอิควานทั้งในตุรกี และกาตาร์ นำประเด็นไปขยายผลต่อเนื่อง

จากนั้นไม่นานบัญชีทวิตเตอร์จำนวนมากได้เริ่มทวิตเกี่ยวกับการตายของจามาล โดยผู้สื่อข่าวอัลญะซีเราะห์อ้างว่าพบศพของเขาแล้ว และจะประกอบพิธีทางศาสนาในอีก 2 วัน แต่ทวิตดังกล่าวกลับถูกลบออกจากระบบในภายหลัง

ขณะที่เว็บไซด์ข่าวของกลุ่มอิควานที่มีฐานอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อ้างว่าจามาลถูกทรมานในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบีย ขณะที่อัลญะซีเราะห์รายงานอีกว่า ศพของจามาลถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ที่นั่น ก่อนที่รายงานดังกล่าวจะถูกยกเลิกไปอีก

ด้านสำนักข่าวอนาดูลูของตุรกีรายงานโดยอ้างว่าชาวซาอุดิอาระเบีย 15 คน เดินทางโดยเครื่องบิน 2 ลำมายังตุรกี และเข้าไปในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียในช่วงที่ จามาล อยู่ที่นั่น และคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการตายของจามาล แต่ทว่าหลังจากนั้นกลับทวิตใหม่อ้างว่านักการทูตซาอุดิอาระเบียเหล่านั้นไปถึงตุรกีในวันอาทิตย์(7 ตุลาคม) หลังการหายตัวไปของจามาลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันอังคาร(2 ตุลาคม) โดยเรื่องนี้ทำให้ Mohammed al-Awadi เพื่อนชาวคูเวตของจามาลออกมาแสดงความผิดหวัง และเสียใจต่อรายงานเหล่านั้น

ขณะที่ล่าสุด วอชิงตันโพสต์สื่อต้อนสังกัดของจามาล ได้นำภาพออกเผยแพร่ในวันอังคาร (9 ตุลาคม) ที่แสดงทั้งวันที่และเวลารวมถึงคำบรรยายภาษาตุรกีว่า บุคคลในภาพคือจามาล คาช็อกกี ซึ่งบันทึกไว้ขณะที่เขาไปถึงสถานกงสุลซาอุฯ ในเมืองอิสตันบูลของตุรกี โดยวอชิงตัน โพสต์ระบุว่า ได้ภาพมาจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดการสอบสวนคดีนี้

ในภาพเผยให้เห็นประตูที่เขาเดินเข้าไปมีลักษณะเหมือนประตูทางเข้าหลักของสถานกงสุลที่ตั้งอยู่ในย่านฟอร์ธเลเวนต์ ใกล้ฮับการเงินของเมืองและเป็นย่านที่ตั้งสถานกงสุลของอีกหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานกงสุลดังกล่าวมีทางเข้าออกหลายทาง และเจ้าหน้าที่ซาอุฯ อ้างว่า ขากลับออกไปคาช็อกกีใช้ประตูอื่น หลังจากเข้าไปทำเรื่องขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี นานครึ่งชั่วโมง และในภาพยังไม่ปรากฎภาพสตรีที่ถูกอ้างว่าเป็นคู่มั่นของเขาที่ถูกระบุว่ารอเขาอยู่ที่หน้าประตูสถานกงสุลตอนที่เขาเข้าไปติดต่อสถานกงสุลด้วย

แม้ไม่รู้ว่า ภาพดังกล่าวมาจากกล้องตัวใดหรือจากใคร แต่รอบสถานกงสุลมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่หลายตัว แต่กลุ่มที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของเขาอ้างว่า ตำรวจตุรกีได้ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในละแวกนั้นแล้วเพื่อใช้ในการสอบสวน

ขณะที่ เฟร็ด ไฮแอตต์ บรรณาธิการหน้าบทบรรณาธิการของวอชิงตัน โพสต์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ซาอุฯ ไม่ได้มอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือหลักฐานใดๆ ตามที่ตุรกีเรียกร้อง แต่เจ้าหน้าที่ตุรกีก็ไม่ได้โชว์หลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวหาที่ว่า จามาล คาช็อกกีถูกสังหารในสถานกงสุลเช่นเดียวกัน

เฟร็ด ไฮแอตต์ ย้ำว่า ความคิดที่ว่า รัฐบาลลวงประชาชนของตนเองไปสังหารในสถานกงสุลในประเทศอื่นโทษฐานที่แสดงความคิดเห็นอย่างสันตินั้นเป็นเรื่องที่เกินจินตนาการ

ทั้งนี้ คาช็อกกี วัย 59 ปี หายตัวไปหลังจากเดินทางไปยังสถานกงสุลซาอุดิอาระเบีย ประจำตุรกีเมื่อวันอังคารที่(2 ตุลาคม)ผ่านมา ทั้งที่เขาลี้ภัยอยู่ในอเมริกาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในซาอุดิอาระเบีย

ในฐานะคอลัมนิส์ของ “วอชิงตันโพสต์” จามาล คาช็อกกีได้เขียนเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับซาอุดิอาระเบียในแง่ลบ ซึ่งรวมถึงการวิจารณ์สงครามในเยเมน ข้อพิพาททางการทูตระหว่างซาอุฯ กับแคนาดา รวมถึงการจับกุมนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีในซาอุฯ หลังจากยกเลิกคำสั่งห้ามผู้หญิงขับรถ โดยพยายามเชื่อมโยงกลับข้อกล่าวหาที่ว่ามกุฎราชกุมารมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

ความคิดเห็น

comments

About