Saturday, 25/5/2019 | 7:22 UTC+7
i-News

บุกตลาดจีน นักธุรกิจมุสลิมปิดห้องติวเข้ม

สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม จับมือ อินอาร์ม อินเตอร์เทรด ปิดห้องเสวนาเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้แนะเทคนิคเข้าสู้ตลาดจีนอย่างรอบคอบ ให้สามารถทำกำไรได้ เสริมนักธุรกิจมุสลิมให้เข้มแข็งนำรายได้กลับมาพัฒนาสังคม

เมื่อวันเสาร์ (13) ที่ผ่านมา ห้องอีสการดา โรงแรมรีเจนท์ รามคำแหง สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม TMTA ร่วมมือกับบริษัท อินอาร์ม อินเตอร์เทรด จำกัด จัดเสวนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “นักธุรกิจมุสลิมยุคใหม่..บุกตลาดการค้าสู่ประเทศจีน” เปิดมุมมองการลงทำธุรกิจในตลาดจีน วิเคราะห์เจาะลึกผลิตภัณฑ์ในประเทศจีน วางกลยุทธ์การทำกำไร หลักการนำเข้า-ส่งออก ทุกขั้นตอนสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ

คุณอดุลย์ วงศ์เสงี่ยม หรือ มูซา นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม TMTA เปิดเผยถึงการตั้งสมาคมว่า อยากให้มีการรวมตัวของพี่น้องมุสลิมในการทำธุรกิจ ที่ผ่านมามุสลิมเป็นผู้ผลิตซะส่วนมาก แล้วส่งให้คนอื่นที่ไม่ใช่มุสลิมไปจำหน่าย ทั้งที่ริสกี 9 จาก 10 ส่วนมาจากการค้า (ฮะดิษฮะซัน) แต่ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้นำสิ่งนี้มาปฏิบัติ

คุณวสุ เซ็นสม หรืออีซา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินอาร์ม อินเตอร์เทรด จำกัด เล่าประสบการณ์การทำธุรกิจ เผยอยากให้มุสลิมทำธุรกิจ “ถ้าเรามีพนักงานมุสลิม 1 คน เขาไปดูแลคนในครอบครัวของเขาได้ 5 คน เราจะสามารถช่วยเหลือสังคมได้”

นอกจากนี้คุณวสุยังแนะนำให้ต้องทำความรู้จักสินค้าของเรา มีการวิเคราะห์ตลาด โดยเล่าว่ากว่า 7-11 จะเปิดสาขาได้ เขาต้องส่งคนไปทำวิจัย นับจำนวนคน ประเมินกำลังซื้อ หักต้นทุนต่างๆ หากได้กำไรคุ้มแก่การลงทุนเขาถึงจะเปิด รวมถึงยังแนะนำสูตรในการตั้งราคา เพื่อให้ง่ายในการบริหารจัดการ

คุณอับดุลลอฮฺ เปาะซา นักธุรกิจที่มีบริษัทอยู่ในประเทศจีน บอกว่า อิสลามได้เข้าไปในประเทศจีนตั้งแต่ ค.ศ.600 โดยเฉพาะทางตอนกลางของประเทศ บางช่วงในบางเมืองมีการปกครองด้วยกฎหมายอิสลาม แต่ช่วงหลังมีการทำสงครามกันแล้วมุสลิมแพ้จนสูญเสียการปกครองไป

คุณอับดุลลอฮฺ แนะนำว่ามีสินค้าหลายชนิดที่มุสลิมสามารถทำได้ เช่นกระดุม หรือเข็มกลัด ที่เราไปรับมาจากมาเลย์ แต่มาเลย์เขาเอามาจากจีน โดยสินค้าแต่ละชนิดจะมีแหล่งผลิตที่แตกต่างกัน เราต้องศึกษาแหล่งผลิตให้ดีก่อน โดยในจีนจะมีงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ เราควรไปดูและวางแผนการตลาดก่อน “อย่านำเข้าสินค้ามาโดยไม่มีตลาด” คุณอับดุลลอฮฺกล่าว

ขณะที่เผยถึงปัญหาอันหนึ่งที่สำคัญของมุสลิมว่า เราไม่อดทน บาทีเหนื่อยหน่อยก็ไม่ไหว และไม่ค่อยมีความรู้ในสินค้าของเราเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข

นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญ ด้านผลิตภัณฑ์ของประเทศจีน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ในการทำกำไรในตัวสินค้า รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในการนำเข้า และส่งออกมาร่วมให้ความรู้ด้วย

ขณะที่นักธุรกิจที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กล่าวว่า “ถ้าสังคมมุสลิมมีธุรกิจใหญ่ๆ เยอะๆ ก็จะได้ผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคมด้วย ไม่ว่าจะรูปของซะกาต หรือเซาะดาเกาะ” และยังกล่าวว่า “เราอย่าไปมองว่าคนอื่นจะสนับสนุนเราหรือไม่ ถ้าเราไม่สนับสนุนมุสลิมกันเอง ใครจะช่วยเรา”

ทั้งนี้นอกจากการจัดเสวนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ซึ่งทางสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม TMTA ได้นำรายได้ทั้งหมดมอบกับคืนสู่สังคมโดยให้กับมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษา และเด็กกำพร้าแล้ว ทางสมาคมฯ ยังมีแผนในการนำนักธุรกิจมุสลิมไปดูตลาดจริงในประเทศจีนด้วย พี่น้องที่สนใจสามารถติดตามได้ทางเพจของสมาคมที่ facebook.com/TMTA1436

 

ความคิดเห็น

comments

About