อาบน้ำ แต่งกาย และใส่น้ำหอม
غُسْلُ يَوْمِ الْجُمُعَةِ وَاجِبٌ عَلَى كُلِّ مُحْتَلِمٍ
- อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุด ใช้น้ำหอม ตัดเล็บ แปรงฟันด้วยสิวาก
- ไปมัสญิดแต่เนิ่นๆ โดยเดินด้วยความสงบ
ละหมาดที่ผูกกับเหตุการณ์หรือช่วงเวลาเฉพาะ — ญุมอะฮฺ อีดทั้งสอง ขอฝน สุริยุปราคา ญะนาซะฮฺ ผู้เดินทาง และผู้ป่วย พร้อมหลักฐานและขั้นตอนที่ปฏิบัติตามได้จริง
เป็น ฟัรฎูอัยนฺ เหนือชายมุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะ มีสติ เป็นผู้พำนัก (ไม่ใช่ผู้เดินทาง) และไม่มีอุปสรรค — ทำแทนละหมาดซุฮฺรฺในวันศุกร์ ประกอบด้วย คุฏบะฮฺ ๒ ตอน + ละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺ อ่านออกเสียงดัง
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓا۟ إِذَا نُودِىَ لِلصَّلَوٰةِ مِن يَوْمِ ٱلْجُمُعَةِ فَٱسْعَوْا۟ إِلَىٰ ذِكْرِ ٱللَّهِ وَذَرُوا۟ ٱلْبَيْعَ ۚ ذَٰلِكُمْ خَيْرٌ لَّكُمْ إِن كُنتُمْ تَعْلَمُونَ
لَيَنْتَهِيَنَّ أَقْوَامٌ عَنْ وَدْعِهِمُ الْجُمُعَاتِ، أَوْ لَيَخْتِمَنَّ اللَّهُ عَلَى قُلُوبِهِمْ، ثُمَّ لَيَكُونُنَّ مِنَ الْغَافِلِينَ
غُسْلُ يَوْمِ الْجُمُعَةِ وَاجِبٌ عَلَى كُلِّ مُحْتَلِمٍ
مَنِ اغْتَسَلَ يَوْمَ الْجُمُعَةِ غُسْلَ الْجَنَابَةِ ثُمَّ رَاحَ فَكَأَنَّمَا قَرَّبَ بَدَنَةً، وَمَنْ رَاحَ فِي السَّاعَةِ الثَّانِيَةِ فَكَأَنَّمَا قَرَّبَ بَقَرَةً، وَمَنْ رَاحَ فِي السَّاعَةِ الثَّالِثَةِ فَكَأَنَّمَا قَرَّبَ كَبْشًا أَقْرَنَ، وَمَنْ رَاحَ فِي السَّاعَةِ الرَّابِعَةِ فَكَأَنَّمَا قَرَّبَ دَجَاجَةً، وَمَنْ رَاحَ فِي السَّاعَةِ الْخَامِسَةِ فَكَأَنَّمَا قَرَّبَ بَيْضَةً، فَإِذَا خَرَجَ الْإِمَامُ حَضَرَتِ الْمَلَائِكَةُ يَسْتَمِعُونَ الذِّكْرَ
ละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺก่อนนั่ง (แม้ขณะอิมามกำลังคุฏบะฮฺก็ให้ละหมาดสั้นๆ ๒ ร็อกอะฮฺ) แล้วอ่านสูเราะฮฺอัลกะฮฺฟิ
إِذَا جَاءَ أَحَدُكُمْ يَوْمَ الْجُمُعَةِ وَالْإِمَامُ يَخْطُبُ فَلْيَرْكَعْ رَكْعَتَيْنِ وَلْيَتَجَوَّزْ فِيهِمَا
مَنْ قَرَأَ سُورَةَ الْكَهْفِ فِي يَوْمِ الْجُمُعَةِ أَضَاءَ لَهُ مِنَ النُّورِ مَا بَيْنَ الْجُمُعَتَيْنِ
إِذَا قُلْتَ لِصَاحِبِكَ يَوْمَ الْجُمُعَةِ: أَنْصِتْ، وَالْإِمَامُ يَخْطُبُ، فَقَدْ لَغَوْتَ
อิมามอ่านออกเสียงดัง สูเราะฮฺที่เป็นสุนนะฮฺคือ อัลญุมุอะฮฺ + อัลมุนาฟิกูน หรือ อัลอะอฺลา + อัลฆอชิยะฮฺ (เศาะฮีหฺมุสลิม ๘๗๗–๘๗๘)
إِذَا صَلَّى أَحَدُكُمُ الْجُمُعَةَ فَلْيُصَلِّ بَعْدَهَا أَرْبَعًا
فِيهِ سَاعَةٌ لَا يُوَافِقُهَا عَبْدٌ مُسْلِمٌ وَهُوَ قَائِمٌ يُصَلِّي يَسْأَلُ اللَّهَ شَيْئًا إِلَّا أَعْطَاهُ إِيَّاهُ
أَكْثِرُوا عَلَيَّ مِنَ الصَّلَاةِ يَوْمَ الْجُمُعَةِ، فَإِنَّ صَلَاتَكُمْ مَعْرُوضَةٌ عَلَيَّ

ละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺ อ่านออกเสียงดัง ไม่มีอะซานและอิกอมะฮฺ ทำก่อนคุฏบะฮฺ — เป็น สุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (บางทัศนะถือเป็นฟัรฎูกิฟายะฮฺ) ท่านนบี ﷺ ไม่เคยละทิ้งเลย
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลา | หลังดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ ๑๕–๒๐ นาที จนถึงก่อนเที่ยงวัน |
| อีดอัลฟิฏรฺ | ควรเลื่อนออกไปเล็กน้อย เพื่อให้มีเวลาจ่ายซะกาตฟิฏรฺ |
| อีดอัลอัฎหา | ควรรีบทำแต่เช้า เพื่อให้มีเวลาเชือดกุรบาน |
| สถานที่ | ลานโล่งนอกมัสญิด (มุศ็อลลา) ตามแบบท่านนบี ﷺ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น เช่น ฝนตก |
| จำนวน | ๒ ร็อกอะฮฺ |
صَلَّيْتُ مَعَ رَسُولِ اللَّهِ ﷺ الْعِيدَ غَيْرَ مَرَّةٍ وَلَا مَرَّتَيْنِ بِغَيْرِ أَذَانٍ وَلَا إِقَامَةٍ
كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ لَا يَغْدُو يَوْمَ الْفِطْرِ حَتَّى يَأْكُلَ تَمَرَاتٍ، وَيَأْكُلُهُنَّ وِتْرًا
كَانَ النَّبِيُّ ﷺ إِذَا كَانَ يَوْمُ عِيدٍ خَالَفَ الطَّرِيقَ
أَمَرَنَا رَسُولُ اللَّهِ ﷺ أَنْ نُخْرِجَ فِي الْعِيدَيْنِ الْعَوَاتِقَ وَذَوَاتِ الْخُدُورِ، وَأَمَرَ الْحُيَّضَ أَنْ يَعْتَزِلْنَ مُصَلَّى الْمُسْلِمِينَ
وَلِتُكْمِلُوا۟ ٱلْعِدَّةَ وَلِتُكَبِّرُوا۟ ٱللَّهَ عَلَىٰ مَا هَدَىٰكُمْ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ
اللَّهُ أَكْبَرُ، اللَّهُ أَكْبَرُ، لَا إِلَٰهَ إِلَّا اللَّهُ، وَاللَّهُ أَكْبَرُ، اللَّهُ أَكْبَرُ، وَلِلَّهِ الْحَمْدُ
อัลลอฮุอักบัรฺ · อัลลอฮุอักบัรฺ · ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ · วัลลอฮุอักบัรฺ · อัลลอฮุอักบัรฺ · วะลิลลาฮิล หัมดฺ
| ประเภทตักบีรฺ | ช่วงเวลา |
|---|---|
| ตักบีรฺมุฏลัก (อีดอัลฟิฏรฺ) | ตั้งแต่ค่ำคืนวันอีด (มัฆริบวันสุดท้ายของเราะมะฎอน) จนอิมามเริ่มละหมาดอีด |
| ตักบีรฺมุฏลัก (อีดอัลอัฎหา) | ตั้งแต่วันที่ ๑ ซุลหิจญะฮฺ จนถึงอัศรฺของวันที่ ๑๓ ซุลหิจญะฮฺ |
| ตักบีรฺมุก็อยยัด (หลังละหมาดฟัรฎู) | ตั้งแต่ฟัจญ์รฺวันอะเราะฟะฮฺ (๙ ซุลหิจญะฮฺ) จนถึงอัศรฺวันที่ ๑๓ |
سُبْحَانَ اللَّهِ، وَالْحَمْدُ لِلَّهِ، وَلَا إِلَٰهَ إِلَّا اللَّهُ، وَاللَّهُ أَكْبَرُ
สุบหานัลลอฮฺ · วัลหัมดุลิลลาฮฺ · วะลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ · วัลลอฮุอักบัรฺ
التَّكْبِيرُ فِي الْفِطْرِ سَبْعٌ فِي الْأُولَى، وَخَمْسٌ فِي الْآخِرَةِ، وَالْقِرَاءَةُ بَعْدَهُمَا كِلْتَيْهِمَا
كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ يَقْرَأُ فِي الْفِطْرِ وَالْأَضْحَى بِـ ق وَالْقُرْآنِ الْمَجِيدِ، وَاقْتَرَبَتِ السَّاعَةُ وَانْشَقَّ الْقَمَرُ
شَهِدْتُ الْعِيدَ مَعَ رَسُولِ اللَّهِ ﷺ فَبَدَأَ بِالصَّلَاةِ قَبْلَ الْخُطْبَةِ بِغَيْرِ أَذَانٍ وَلَا إِقَامَةٍ
تَقَبَّلَ اللَّهُ مِنَّا وَمِنْكُمْ
ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วะมิงกุม
คือละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺ เพื่อวิงวอนขอฝนจากอัลลอฮฺยามเกิดภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง หรือแหล่งน้ำขาดแคลน เป็น สุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ
فَقُلْتُ ٱسْتَغْفِرُوا۟ رَبَّكُمْ إِنَّهُۥ كَانَ غَفَّارًا يُرْسِلِ ٱلسَّمَآءَ عَلَيْكُم مِّدْرَارًا وَيُمْدِدْكُم بِأَمْوَٰلٍ وَبَنِينَ وَيَجْعَل لَّكُمْ جَنَّٰتٍ وَيَجْعَل لَّكُمْ أَنْهَٰرًا
خَرَجَ النَّبِيُّ ﷺ مُتَوَاضِعًا مُتَبَذِّلًا مُتَخَشِّعًا مُتَرَسِّلًا مُتَضَرِّعًا، فَصَلَّى رَكْعَتَيْنِ كَمَا يُصَلِّي فِي الْعِيدِ
كَانَ النَّبِيُّ ﷺ لَا يَرْفَعُ يَدَيْهِ فِي شَيْءٍ مِنْ دُعَائِهِ إِلَّا فِي الِاسْتِسْقَاءِ، وَإِنَّهُ يَرْفَعُ حَتَّى يُرَى بَيَاضُ إِبْطَيْهِ
อิมามกลับผ้าคลุมไหล่ โดยเอาด้านขวาไปไว้ซ้าย และด้านซ้ายไปไว้ขวา เป็นการแสดงความหวังให้สภาพเปลี่ยนจากแล้งเป็นฝน — ประชาชนทำตามด้วย
خَرَجَ النَّبِيُّ ﷺ إِلَى الْمُصَلَّى يَسْتَسْقِي، وَاسْتَقْبَلَ الْقِبْلَةَ فَصَلَّى رَكْعَتَيْنِ وَقَلَبَ رِدَاءَهُ
اللَّهُمَّ اسْقِنَا غَيْثًا مُغِيثًا مَرِيئًا مَرِيعًا، نَافِعًا غَيْرَ ضَارٍّ، عَاجِلًا غَيْرَ آجِلٍ
อัลลอฮุมมัสกินา ฆ็อยษัน มุฆีษัน มะรีอัน มะรีอา · นาฟิอัน ฆ็อยเราะ ฎอรฺ · อาญิลัน ฆ็อยเราะ อาญิล
اللَّهُمَّ أَغِثْنَا، اللَّهُمَّ أَغِثْنَا، اللَّهُمَّ أَغِثْنَا
อัลลอฮุมมะ อะฆิษนา (๓ ครั้ง)
اللَّهُمَّ اسْقِ عِبَادَكَ وَبَهِيمَتَكَ، وَانْشُرْ رَحْمَتَكَ، وَأَحْيِ بَلَدَكَ الْمَيِّتَ
อัลลอฮุมมัสกิ อิบาดะกะ วะบะฮีมะตัก · วันชุรฺ เราะหฺมะตัก · วะอะหฺยิ บะละดะกัล มัยยิต
اللَّهُمَّ صَيِّبًا نَافِعًا
อัลลอฮุมมะ ศ็อยยิบัน นาฟิอา
مُطِرْنَا بِفَضْلِ اللَّهِ وَرَحْمَتِهِ
มุฏิรฺนา บิฟัฎลิลลาฮิ วะเราะหฺมะติฮฺ
اللَّهُمَّ حَوَالَيْنَا وَلَا عَلَيْنَا، اللَّهُمَّ عَلَى الْآكَامِ وَالظِّرَابِ، وَبُطُونِ الْأَوْدِيَةِ، وَمَنَابِتِ الشَّجَرِ
อัลลอฮุมมะ หะวาลัยนา วะลา อะลัยนา · อัลลอฮุมมะ อะลัล อาการิ วัซซิรอบ · วะบุฏูนิล เอาดิยะฮฺ · วะมะนาบิติช ชะญัรฺ
กุสูฟ = สุริยุปราคา · คุสูฟ = จันทรุปราคา — เป็น สุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (บางทัศนะถือเป็นฟัรฎูกิฟายะฮฺ) ทำทันทีเมื่อเริ่มเกิดปรากฏการณ์ จนกระทั่งคลี่คลาย
إِنَّ الشَّمْسَ وَالْقَمَرَ آيَتَانِ مِنْ آيَاتِ اللَّهِ، لَا يَنْخَسِفَانِ لِمَوْتِ أَحَدٍ وَلَا لِحَيَاتِهِ، فَإِذَا رَأَيْتُمْ ذَلِكَ فَادْعُوا اللَّهَ وَكَبِّرُوا وَصَلُّوا وَتَصَدَّقُوا
ไม่มีอะซานและอิกอมะฮฺ แต่ให้ประกาศเรียกว่า
الصَّلَاةُ جَامِعَةٌ
อัศเศาะลาตุ ญามิอะฮฺ
فَبَعَثَ مُنَادِيًا يُنَادِي: الصَّلَاةَ جَامِعَةً
ทำเหมือนร็อกอะฮฺที่ ๑ ทุกประการ (อ่าน ๒ ครั้ง · รุกูอฺ ๒ ครั้ง · สุญูด ๒ ครั้ง) แต่ให้สั้นกว่า จากนั้นนั่งตะชะฮฺฮุดและให้สลาม
فَصَلَّى فَقَامَ قِيَامًا طَوِيلًا، ثُمَّ رَكَعَ رُكُوعًا طَوِيلًا، ثُمَّ رَفَعَ فَقَامَ قِيَامًا طَوِيلًا وَهُوَ دُونَ الْقِيَامِ الْأَوَّلِ، ثُمَّ رَكَعَ رُكُوعًا طَوِيلًا وَهُوَ دُونَ الرُّكُوعِ الْأَوَّلِ، ثُمَّ سَجَدَ فَأَطَالَ السُّجُودَ، ثُمَّ فَعَلَ فِي الرَّكْعَةِ الْآخِرَةِ مِثْلَ ذَلِكَ
อิมามกล่าวคุฏบะฮฺเตือนให้ยำเกรง กลับตัว ขออภัยโทษ ละหมาด บริจาคทาน และปล่อยทาส (ในบริบทปัจจุบันคือช่วยเหลือผู้ยากไร้)
فَإِذَا رَأَيْتُمُوهُمَا فَافْزَعُوا إِلَى الصَّلَاةِ

เป็น ฟัรฎูกิฟายะฮฺ — หากมีบางคนทำแล้ว ภาระของคนอื่นก็หมดไป แต่หากไม่มีใครทำเลย ทุกคนที่รู้ย่อมมีบาป · ละหมาดนี้ ยืนอย่างเดียว ไม่มีรุกูอฺและสุญูด ประกอบด้วย ตักบีรฺ ๔ ครั้ง
مَنْ شَهِدَ الْجَنَازَةَ حَتَّى يُصَلِّيَ عَلَيْهَا فَلَهُ قِيرَاطٌ، وَمَنْ شَهِدَهَا حَتَّى تُدْفَنَ فَلَهُ قِيرَاطَانِ. قِيلَ: وَمَا الْقِيرَاطَانِ؟ قَالَ: مِثْلُ الْجَبَلَيْنِ الْعَظِيمَيْنِ
صَلَّى عَلَى رَجُلٍ فَقَامَ عِنْدَ رَأْسِهِ، ثُمَّ جَاءُوا بِجَنَازَةِ امْرَأَةٍ فَقَامَ وَسَطَهَا
مَا مِنْ مُسْلِمٍ يَمُوتُ فَيُصَلِّي عَلَيْهِ ثَلَاثَةُ صُفُوفٍ مِنَ الْمُسْلِمِينَ إِلَّا أَوْجَبَ
กล่าว “อัลลอฮุอักบัรฺ” แล้วอ่านอิสติอาซะฮฺและสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ (อาจอ่านสูเราะฮฺสั้นต่อได้)
صَلَّى عَلَى جَنَازَةٍ فَقَرَأَ بِفَاتِحَةِ الْكِتَابِ، قَالَ: لِتَعْلَمُوا أَنَّهَا سُنَّةٌ
กล่าวตักบีรฺ แล้วอ่านเศาะละวาตอิบรอฮีมียะฮฺ (บทเดียวกับที่อ่านในตะชะฮฺฮุดสุดท้าย)
اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا صَلَّيْتَ عَلَى إِبْرَاهِيمَ وَعَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ، إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ
อัลลอฮุมมะ ศ็อลลิ อะลา มุหัมมัด วะอะลา อาลิ มุหัมมัด · กะมา ศ็อลลัยตะ อะลา อิบรอฮีม วะอะลา อาลิ อิบรอฮีม · อินนะกะ หะมีดุน มะญีด
اللَّهُمَّ اغْفِرْ لَهُ وَارْحَمْهُ، وَعَافِهِ وَاعْفُ عَنْهُ، وَأَكْرِمْ نُزُلَهُ، وَوَسِّعْ مُدْخَلَهُ، وَاغْسِلْهُ بِالْمَاءِ وَالثَّلْجِ وَالْبَرَدِ، وَنَقِّهِ مِنَ الْخَطَايَا كَمَا نَقَّيْتَ الثَّوْبَ الْأَبْيَضَ مِنَ الدَّنَسِ، وَأَبْدِلْهُ دَارًا خَيْرًا مِنْ دَارِهِ، وَأَهْلًا خَيْرًا مِنْ أَهْلِهِ، وَزَوْجًا خَيْرًا مِنْ زَوْجِهِ، وَأَدْخِلْهُ الْجَنَّةَ، وَأَعِذْهُ مِنْ عَذَابِ الْقَبْرِ وَمِنْ عَذَابِ النَّارِ
อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ละฮู วัรฺหัมฮฺ · วะอาฟิฮี วะอฺฟุ อันฮฺ · วะอักริม นุซุละฮฺ · วะวัสสิอฺ มุดเคาะละฮฺ · วัฆสิลฮุ บิลมาอิ วัษษัลญิ วัลบะร็อด · วะนักกิฮี มินัล เคาะฏอยา กะมา นักก็อยตัษ เษาบัล อับยะเฎาะ มินัด ดะนัส · วะอับดิลฮุ ดารอน ค็อยร็อน มิน ดาริฮฺ · วะอะฮฺลัน ค็อยร็อน มิน อะฮฺลิฮฺ · วะเซาวญัน ค็อยร็อน มิน เซาวญิฮฺ · วะอัดคิลฮุล ญันนะฮฺ · วะอะอิซฮุ มิน อะซาบิล ก็อบรฺ วะมิน อะซาบิน นารฺ
اللَّهُمَّ اغْفِرْ لِحَيِّنَا وَمَيِّتِنَا، وَشَاهِدِنَا وَغَائِبِنَا، وَصَغِيرِنَا وَكَبِيرِنَا، وَذَكَرِنَا وَأُنْثَانَا. اللَّهُمَّ مَنْ أَحْيَيْتَهُ مِنَّا فَأَحْيِهِ عَلَى الْإِسْلَامِ، وَمَنْ تَوَفَّيْتَهُ مِنَّا فَتَوَفَّهُ عَلَى الْإِيمَانِ
อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลิหัยยินา วะมัยยิตินา · วะชาฮิดินา วะฆออิบินา · วะเศาะฆีรินา วะกะบีรินา · วะซะกะรินา วะอุนษานา · อัลลอฮุมมะ มัน อะหฺยัยตะฮู มินนา ฟะอะหฺยิฮี อะลัล อิสลาม · วะมัน ตะวัฟฟัยตะฮู มินนา ฟะตะวัฟฟะฮู อะลัล อีมาน
กล่าวตักบีรฺครั้งที่ ๔ หยุดนิ่งสักครู่ (อาจขอดุอาอ์สั้นๆ) จากนั้นให้สลามไปทางขวา
السَّلَامُ عَلَيْكُمْ وَرَحْمَةُ اللَّهِ
อัสสลามุ อะลัยกุม วะเราะหฺมะตุลลอฮฺ
| กรณี | คำวินิจฉัย |
|---|---|
| มาไม่ทันตักบีรฺแรก | เข้าร่วมทันที แล้วละหมาดตักบีรฺที่ขาดให้ครบหลังอิมามให้สลาม |
| ละหมาดให้ผู้ตายที่อยู่ไกล (ฆออิบ) | ทำได้เมื่อผู้ตายไม่มีใครละหมาดให้ — ตามหะดีษท่านนบีละหมาดให้นะญาชีย์ (บุคอรีย์ ๑๒๔๕) |
| ละหมาดที่หลุมศพ | ทำได้สำหรับผู้ที่มาไม่ทัน (บุคอรีย์ ๑๓๒๑ · มุสลิม ๙๕๔) |
| ผู้ร่วมละหมาด ๑๐๐ คนขึ้นไป | อัลลอฮฺจะทรงตอบรับการขอชะฟาอะฮฺให้แก่ผู้ตาย (มุสลิม ๙๔๗) |
| สตรีร่วมละหมาดได้หรือไม่ | ได้ — ท่านหญิงอาอิชะฮฺสั่งให้นำศพสะอัด บิน อบีวักกอศ เข้ามาในมัสญิดเพื่อละหมาด (มุสลิม ๙๗๓) |
مَا مِنْ رَجُلٍ مُسْلِمٍ يَمُوتُ فَيَقُومُ عَلَى جَنَازَتِهِ أَرْبَعُونَ رَجُلًا لَا يُشْرِكُونَ بِاللَّهِ شَيْئًا إِلَّا شَفَّعَهُمُ اللَّهُ فِيهِ
อิสลามผ่อนผันแก่ผู้เดินทางด้วย ๒ สิ่ง คือ ก็อศรฺ (ย่อ) และ ญัมอฺ (รวมเวลา) ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกันเสมอไป
وَإِذَا ضَرَبْتُمْ فِى ٱلْأَرْضِ فَلَيْسَ عَلَيْكُمْ جُنَاحٌ أَن تَقْصُرُوا۟ مِنَ ٱلصَّلَوٰةِ
صَدَقَةٌ تَصَدَّقَ اللَّهُ بِهَا عَلَيْكُمْ، فَاقْبَلُوا صَدَقَتَهُ
| ละหมาด | ปกติ | เมื่อเดินทาง |
|---|---|---|
| ฟัจญ์รฺ | ๒ | ๒ (ย่อไม่ได้) |
| ซุฮฺรฺ | ๔ | ๒ |
| อัศรฺ | ๔ | ๒ |
| มัฆริบ | ๓ | ๓ (ย่อไม่ได้) |
| อิชาอ์ | ๔ | ๒ |
قُلْتُ: مَا بَالُ الْمُسَافِرِ يُصَلِّي رَكْعَتَيْنِ إِذَا انْفَرَدَ، وَأَرْبَعًا إِذَا ائْتَمَّ بِمُقِيمٍ؟ فَقَالَ: تِلْكَ السُّنَّةُ
| รูปแบบ | วิธีทำ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ญัมอฺตักดีม (รวมไปข้างหน้า) | ทำละหมาดหลังมาไว้ในเวลาละหมาดแรก | ละหมาดอัศรฺในเวลาซุฮฺรฺ · ละหมาดอิชาอ์ในเวลามัฆริบ |
| ญัมอฺตะอ์คีรฺ (รวมไปข้างหลัง) | เลื่อนละหมาดแรกไปทำในเวลาละหมาดหลัง | ละหมาดซุฮฺรฺในเวลาอัศรฺ · ละหมาดมัฆริบในเวลาอิชาอ์ |
كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ إِذَا عَجِلَ بِهِ السَّيْرُ يَجْمَعُ بَيْنَ الْمَغْرِبِ وَالْعِشَاءِ
ไม่มีข้ออ้างใดที่ทำให้ละทิ้งละหมาดได้ ตราบที่ยังมีสติสัมปชัญญะ — ศาสนาผ่อนผันตามความสามารถของแต่ละคน
فَٱتَّقُوا۟ ٱللَّهَ مَا ٱسْتَطَعْتُمْ
صَلِّ قَائِمًا، فَإِنْ لَمْ تَسْتَطِعْ فَقَاعِدًا، فَإِنْ لَمْ تَسْتَطِعْ فَعَلَى جَنْبٍ، فَإِنْ لَمْ تَسْتَطِعْ فَمُسْتَلْقِيًا
| ระดับ | ท่าทาง | วิธีรุกูอฺและสุญูด |
|---|---|---|
| ๑ | ยืนได้ | ทำตามปกติทุกประการ |
| ๒ | ยืนไม่ได้ → นั่ง | โน้มตัวลงเล็กน้อยสำหรับรุกูอฺ และโน้มต่ำกว่าสำหรับสุญูด |
| ๓ | นั่งไม่ได้ → นอนตะแคงขวา หันหน้าสู่กิบละฮฺ | ใช้การกะพริบหรือพยักศีรษะ โดยสุญูดต่ำกว่ารุกูอฺ |
| ๔ | ตะแคงไม่ได้ → นอนหงาย ปลายเท้าหันสู่กิบละฮฺ | พยักศีรษะ |
| ๕ | ขยับศีรษะไม่ได้ | ให้ตั้งเจตนาในใจ และทบทวนบทอ่านในใจ ละหมาดยังใช้ได้ |
وَإِن كُنتُم مَّرْضَىٰٓ أَوْ عَلَىٰ سَفَرٍ ... فَلَمْ تَجِدُوا۟ مَآءً فَتَيَمَّمُوا۟ صَعِيدًا طَيِّبًا فَٱمْسَحُوا۟ بِوُجُوهِكُمْ وَأَيْدِيكُمْ
إِذَا مَرِضَ الْعَبْدُ أَوْ سَافَرَ كُتِبَ لَهُ مِثْلُ مَا كَانَ يَعْمَلُ مُقِيمًا صَحِيحًا
คือรูปแบบการละหมาดที่ผ่อนผันเมื่ออยู่ในสถานการณ์อันตรายเร่งด่วน เช่น ภัยธรรมชาติ สัตว์ร้ายคุกคาม หรือเหตุคับขันที่ต้องเฝ้าระวัง — แสดงให้เห็นว่าละหมาดไม่เคยถูกยกเว้นแม้ในสถานการณ์คับขันที่สุด
وَإِذَا كُنتَ فِيهِمْ فَأَقَمْتَ لَهُمُ ٱلصَّلَوٰةَ فَلْتَقُمْ طَآئِفَةٌ مِّنْهُم مَّعَكَ وَلْيَأْخُذُوٓا۟ أَسْلِحَتَهُمْ
فَإِنْ خِفْتُمْ فَرِجَالًا أَوْ رُكْبَانًا ۖ فَإِذَآ أَمِنتُمْ فَٱذْكُرُوا۟ ٱللَّهَ كَمَا عَلَّمَكُم مَّا لَمْ تَكُونُوا۟ تَعْلَمُونَ