🌙 ละหมาดสุนนะฮฺ (นาฟิละฮฺ)
ละหมาดอาสาที่ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติเป็นประจำ เป็นสิ่งชดเชยข้อบกพร่องของละหมาดฟัรฎูในวันกิยามะฮฺ และเป็นหนทางสู่ความรักของอัลลอฮฺ
💎 ๑. ความประเสริฐของละหมาดสุนนะฮฺ
ละหมาดสุนนะฮฺคือ “ทุนสำรอง” ของมุสลิม เพราะในวันกิยามะฮฺ หากละหมาดฟัรฎูบกพร่อง อัลลอฮฺจะทรงนำละหมาดสุนนะฮฺมาเติมให้ครบ
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๘๖๔ · ติรมิซีย์ ๔๑๓ (เศาะฮีหฺ)
انْظُرُوا هَلْ لِعَبْدِي مِنْ تَطَوُّعٍ؟ فَيُكَمَّلُ بِهَا مَا انْتَقَصَ مِنَ الْفَرِيضَةِ
อัลลอฮฺตรัสแก่มลาอิกะฮฺว่า “พวกเจ้าจงดูซิว่า บ่าวของข้ามีละหมาดอาสา (สุนนะฮฺ) บ้างไหม? แล้วจะถูกนำมาเติมให้สมบูรณ์แทนส่วนที่บกพร่องจากละหมาดฟัรฎู”
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๖๕๐๒ (หะดีษกุดสีย์)
وَمَا يَزَالُ عَبْدِي يَتَقَرَّبُ إِلَيَّ بِالنَّوَافِلِ حَتَّى أُحِبَّهُ
“และบ่าวของข้าจะยังคงเข้าใกล้ข้าด้วยการทำสิ่งอาสา (นะวาฟิล) ต่างๆ จนกระทั่งข้ารักเขา”
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๔๘๘ (หะดีษเษาบาน)
عَلَيْكَ بِكَثْرَةِ السُّجُودِ لِلَّهِ، فَإِنَّكَ لَا تَسْجُدُ لِلَّهِ سَجْدَةً إِلَّا رَفَعَكَ اللَّهُ بِهَا دَرَجَةً، وَحَطَّ عَنْكَ بِهَا خَطِيئَةً
“ท่านจงสุญูดต่ออัลลอฮฺให้มาก เพราะแท้จริงท่านไม่สุญูดต่ออัลลอฮฺครั้งหนึ่งครั้งใด เว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงยกฐานะของท่านขึ้นหนึ่งขั้น และทรงลบความผิดของท่านออกไปหนึ่งประการ”
หลักสำคัญ: ละหมาดสุนนะฮฺทั้งหมดควรทำ ที่บ้าน ยกเว้นที่มีหลักฐานระบุให้ทำในมัสญิด (เช่น ตะหิยยะตุลมัสญิด ตะรอวีหฺ) ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “ละหมาดที่ประเสริฐสุดของคนหนึ่ง คือละหมาดที่บ้านของเขา เว้นแต่ละหมาดฟัรฎู” (บุคอรีย์ ๗๓๑ · มุสลิม ๗๘๑)
🏡 ๒. สุนนะฮฺรอวาติบ (๑๒ ร็อกอะฮฺประจำวัน)
คือสุนนะฮฺที่ทำควบคู่กับละหมาดฟัรฎู ๕ เวลา รวม ๑๒ ร็อกอะฮฺ ผู้รักษาไว้จะได้บ้านในสวนสวรรค์
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๗๒๘ (หะดีษอุมมุหะบีบะฮฺ)
مَنْ صَلَّى اثْنَتَيْ عَشْرَةَ رَكْعَةً فِي يَوْمٍ وَلَيْلَةٍ بُنِيَ لَهُ بِهِنَّ بَيْتٌ فِي الْجَنَّةِ
“ผู้ใดละหมาดสิบสองร็อกอะฮฺในหนึ่งวันหนึ่งคืน จะถูกสร้างบ้านหลังหนึ่งให้เขาในสวนสวรรค์ด้วยกับมัน”
ตารางสุนนะฮฺรอวาติบ
| เวลา | ก่อนฟัรฎู | หลังฟัรฎู | รวม |
|---|
| ฟัจญ์รฺ | ๒ ร็อกอะฮฺ | — | ๒ |
| ซุฮฺรฺ | ๔ ร็อกอะฮฺ (สลาม ๒ ครั้ง) | ๒ ร็อกอะฮฺ | ๖ |
| อัศรฺ | (๔ ร็อกอะฮฺ — สุนนะฮฺทั่วไป ไม่ใช่รอวาติบ) | — | — |
| มัฆริบ | (๒ ร็อกอะฮฺ — สุนนะฮฺทั่วไป) | ๒ ร็อกอะฮฺ | ๒ |
| อิชาอ์ | (๒ ร็อกอะฮฺ — สุนนะฮฺทั่วไป) | ๒ ร็อกอะฮฺ | ๒ |
| รวมรอวาติบ | | | ๑๒ ร็อกอะฮฺ |
📜 หะดีษสุนันอัตติรมิซีย์ ๔๑๕ (เศาะฮีหฺ) — รายละเอียดการแบ่ง
أَرْبَعًا قَبْلَ الظُّهْرِ، وَرَكْعَتَيْنِ بَعْدَهَا، وَرَكْعَتَيْنِ بَعْدَ الْمَغْرِبِ، وَرَكْعَتَيْنِ بَعْدَ الْعِشَاءِ، وَرَكْعَتَيْنِ قَبْلَ صَلَاةِ الْفَجْرِ
“สี่ร็อกอะฮฺก่อนซุฮฺรฺ สองร็อกอะฮฺหลังจากนั้น สองร็อกอะฮฺหลังมัฆริบ สองร็อกอะฮฺหลังอิชาอ์ และสองร็อกอะฮฺก่อนละหมาดฟัจญ์รฺ”
⭐ สุนนะฮฺฟัจญ์รฺ — ประเสริฐที่สุดในบรรดารอวาติบ
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๗๒๕
رَكْعَتَا الْفَجْرِ خَيْرٌ مِنَ الدُّنْيَا وَمَا فِيهَا
“สองร็อกอะฮฺของ (สุนนะฮฺ) ฟัจญ์รฺ ดีกว่าโลกดุนยาและสิ่งที่อยู่ในนั้น”
- อ่านสั้นๆ และเบา — ร็อกอะฮฺที่ ๑ อ่าน อัลกาฟิรูน ร็อกอะฮฺที่ ๒ อ่าน อัลอิคลาศ (มุสลิม ๗๒๖)
- หลังละหมาดเสร็จ ให้นอนตะแคงขวาสักครู่ (บุคอรีย์ ๑๑๖๐)
- หากลืมหรือไม่ทัน ให้ชดเชย (เกาะฎออ์) หลังละหมาดฟัจญ์รฺ หรือหลังดวงอาทิตย์ขึ้น — ฟัตวาเชคอิบนุบาซ
⭐ สุนนะฮฺ ๔ ร็อกอะฮฺก่อนและหลังซุฮฺรฺ
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๑๒๖๙ · ติรมิซีย์ ๔๒๗ (เศาะฮีหฺ)
مَنْ حَافَظَ عَلَى أَرْبَعِ رَكَعَاتٍ قَبْلَ الظُّهْرِ وَأَرْبَعٍ بَعْدَهَا حَرَّمَهُ اللَّهُ عَلَى النَّارِ
“ผู้ใดรักษาสี่ร็อกอะฮฺก่อนซุฮฺรฺและสี่ร็อกอะฮฺหลังจากนั้น อัลลอฮฺจะทรงห้ามไฟนรกแก่เขา”
⭐ ๔ ร็อกอะฮฺก่อนอัศรฺ
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๑๒๗๑ · ติรมิซีย์ ๔๓๐ (หะสัน)
رَحِمَ اللَّهُ امْرَأً صَلَّى قَبْلَ الْعَصْرِ أَرْبَعًا
“ขออัลลอฮฺทรงเมตตาชายผู้ซึ่งละหมาดสี่ร็อกอะฮฺก่อนอัศรฺ”
⭐ ๒ ร็อกอะฮฺก่อนมัฆริบ
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๘๓
صَلُّوا قَبْلَ الْمَغْرِبِ رَكْعَتَيْنِ، ثُمَّ قَالَ فِي الثَّالِثَةِ: لِمَنْ شَاءَ
“พวกท่านจงละหมาดสองร็อกอะฮฺก่อนมัฆริบ” แล้วท่านกล่าวในครั้งที่สามว่า “สำหรับผู้ที่ประสงค์” (คือไม่ใช่ข้อบังคับ)
การละหมาดสุนนะฮฺรายบุคคลภายในมัสญิด · Wikimedia Commons
🌃 ๓. ละหมาดวิตรฺ (ปิดท้ายกลางคืน)
วิตรฺคือละหมาดจำนวน คี่ เป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ (เน้นหนักมาก) ท่านนบี ﷺ ไม่เคยละทิ้งแม้ขณะเดินทาง เวลาของมันเริ่มหลังละหมาดอิชาอ์จนถึงก่อนฟัจญ์รฺ
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๙๙๘ · มุสลิม ๗๕๑
اجْعَلُوا آخِرَ صَلَاتِكُمْ بِاللَّيْلِ وِتْرًا
“พวกท่านจงทำให้ละหมาดสุดท้ายของพวกท่านในยามค่ำคืนเป็นวิตรฺ (จำนวนคี่)”
📜 หะดีษสุนันอัตติรมิซีย์ ๔๕๓ · อบูดาวูด ๑๔๑ (เศาะฮีหฺ)
إِنَّ اللَّهَ وِتْرٌ يُحِبُّ الْوِتْرَ، فَأَوْتِرُوا يَا أَهْلَ الْقُرْآنِ
“แท้จริงอัลลอฮฺทรงเป็นหนึ่งเดียว ทรงรักจำนวนคี่ ดังนั้นพวกท่านจงละหมาดวิตรฺเถิด โอ้ชาวอัลกุรอานทั้งหลาย”
รูปแบบที่ปฏิบัติได้
| จำนวน | วิธีปฏิบัติ | หลักฐาน |
|---|
| ๑ ร็อกอะฮฺ | ละหมาดร็อกอะฮฺเดียวแล้วให้สลาม (ง่ายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น) | บุคอรีย์ ๙๙๑ |
| ๓ ร็อกอะฮฺ | ละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺให้สลาม แล้วละหมาดอีก ๑ ร็อกอะฮฺ (รูปแบบที่ดีที่สุด) | บุคอรีย์ ๙๙๑ · มุสลิม ๗๔๙ |
| ๓ ร็อกอะฮฺ (ต่อเนื่อง) | ละหมาดรวดเดียวโดยนั่งตะชะฮฺฮุดครั้งเดียวตอนท้าย | นะสาอีย์ ๑๖๙๙ (เศาะฮีหฺ) |
| ๕ / ๗ / ๙ / ๑๑ ร็อกอะฮฺ | จำนวนมากขึ้นได้ตามหะดีษหลายสำนวน | มุสลิม ๗๓๗ |
ข้อควรระวัง: ไม่อนุญาตให้ละหมาดวิตรฺ ๓ ร็อกอะฮฺโดยนั่งตะชะฮฺฮุด สองครั้ง เหมือนละหมาดมัฆริบ เพราะท่านนบี ﷺ ห้ามทำให้วิตรฺคล้ายมัฆริบ (ดารุกุฏนีย์ · เศาะฮีหฺ) — ฟัตวาคณะกรรมการถาวรฯ แห่งซาอุดีอาระเบีย ยืนยันข้อนี้
📖 บทอ่านที่เป็นสุนนะฮฺในวิตรฺ ๓ ร็อกอะฮฺ
- ร็อกอะฮฺที่ ๑ — สูเราะฮฺ อัลอะอฺลา (๘๗)
- ร็อกอะฮฺที่ ๒ — สูเราะฮฺ อัลกาฟิรูน (๑๐๙)
- ร็อกอะฮฺที่ ๓ — สูเราะฮฺ อัลอิคลาศ (๑๑๒)
- หลักฐาน: สุนันอบูดาวูด ๑๔๒๓ · นะสาอีย์ ๑๗๒๙ (เศาะฮีหฺ)
🤲 ดุอาอ์กุนูตวิตรฺ
กล่าวหลังจากเงยขึ้นจากรุกูอฺในร็อกอะฮฺสุดท้าย (หรือก่อนรุกูอฺก็ได้) ยกมือทั้งสองขึ้นขอดุอาอ์
ดุอาอ์กุนูตที่ท่านนบี ﷺ สอนแก่ท่านหะสัน บิน อะลีย์اللَّهُمَّ اهْدِنِي فِيمَنْ هَدَيْتَ، وَعَافِنِي فِيمَنْ عَافَيْتَ، وَتَوَلَّنِي فِيمَنْ تَوَلَّيْتَ، وَبَارِكْ لِي فِيمَا أَعْطَيْتَ، وَقِنِي شَرَّ مَا قَضَيْتَ، إِنَّكَ تَقْضِي وَلَا يُقْضَى عَلَيْكَ، وَإِنَّهُ لَا يَذِلُّ مَنْ وَالَيْتَ، تَبَارَكْتَ رَبَّنَا وَتَعَالَيْتَ
อัลลอฮุมมะฮฺดินี ฟีมัน ฮะดัยตฺ · วะอาฟินี ฟีมัน อาฟัยตฺ · วะตะวัลละนี ฟีมัน ตะวัลลัยตฺ · วะบาริกลี ฟีมา อะอฺฏ็อยตฺ · วะกินี ชัรฺริ มา เกาะฎ็อยตฺ · อินนะกะ ตักฎี วะลา ยุกฎอ อะลัยกฺ · วะอินนะฮู ลา ยะซิลลุ มัน วาลัยตฺ · ตะบาร็อกตะ ร็อบบะนา วะตะอาลัยตฺ
ความหมาย: โอ้อัลลอฮฺ ขอทรงชี้นำข้าพระองค์ร่วมกับผู้ที่พระองค์ทรงชี้นำ · ขอทรงให้ข้าพระองค์ปลอดภัยร่วมกับผู้ที่พระองค์ทรงให้ปลอดภัย · ขอทรงคุ้มครองข้าพระองค์ร่วมกับผู้ที่พระองค์ทรงคุ้มครอง · ขอทรงประทานความจำเริญในสิ่งที่พระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ · ขอทรงปกป้องข้าพระองค์จากความชั่วที่พระองค์ทรงกำหนด · แท้จริงพระองค์ทรงตัดสิน และไม่มีผู้ใดตัดสินเหนือพระองค์ · และแท้จริงผู้ที่พระองค์ทรงคุ้มครองย่อมไม่ต่ำต้อย · พระองค์ทรงจำเริญยิ่ง โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และทรงสูงส่งยิ่ง
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๑๔๒๕ · ติรมิซีย์ ๔๖๔ · นะสาอีย์ ๑๗๔๕ (เศาะฮีหฺ)
عَلَّمَنِي رَسُولُ اللَّهِ ﷺ كَلِمَاتٍ أَقُولُهُنَّ فِي الْوِتْرِ
ท่านหะสัน บิน อะลีย์ กล่าวว่า “ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ﷺ ได้สอนถ้อยคำต่างๆ แก่ฉัน ซึ่งฉันกล่าวมันในละหมาดวิตรฺ”
หลังให้สลามวิตรฺ
กล่าว ๓ ครั้ง ยืดเสียงและยกเสียงในครั้งที่ ๓سُبْحَانَ الْمَلِكِ الْقُدُّوسِ
สุบหานัล มะลิกิล กุดดูส
ความหมาย: มหาบริสุทธิ์แด่พระราชาผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง (รายงานโดยนะสาอีย์ ๑๗๓๒ · เศาะฮีหฺ)
เคล็ดลับ: ผู้ที่กลัวว่าจะตื่นไม่ไหว ให้ละหมาดวิตรฺ ก่อนนอน ส่วนผู้ที่มั่นใจว่าจะตื่น ให้เลื่อนไปทำ ท้ายคืน เพราะประเสริฐกว่าและมีมลาอิกะฮฺเป็นพยาน (เศาะฮีหฺมุสลิม ๗๕๕)
✨ ๔. ละหมาดกิยามุลลัยลฺ (ตะฮัจญุด)
คือละหมาดยามค่ำคืนหลังตื่นจากการนอน เป็นละหมาดสมัครใจที่ประเสริฐที่สุดรองจากฟัรฎู
📖 อัลกุรอานอัล-อิสรออ์ ๑๗:๗๙
وَمِنَ ٱلَّيْلِ فَتَهَجَّدْ بِهِۦ نَافِلَةً لَّكَ عَسَىٰٓ أَن يَبْعَثَكَ رَبُّكَ مَقَامًا مَّحْمُودًا
“และจากบางส่วนของกลางคืน เจ้าจงตื่นขึ้นมาละหมาดในเวลาของมัน เป็นการสมัครใจสำหรับเจ้า หวังว่าพระเจ้าของเจ้าจะทรงให้เจ้าได้รับตำแหน่งที่ถูกสรรเสริญ”
ที่มาคำแปล: สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ
📖 อัลกุรอานอัซ-ซาริยาต ๕๑:๑๗–๑๘
كَانُوا۟ قَلِيلًا مِّنَ ٱلَّيْلِ مَا يَهْجَعُونَ وَبِٱلْأَسْحَارِ هُمْ يَسْتَغْفِرُونَ
“พวกเขาเคยหลับนอนแต่เพียงส่วนน้อยของเวลากลางคืน และในยามรุ่งสางพวกเขาขออภัยโทษ”
ที่มาคำแปล: สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๑๑๖๓
أَفْضَلُ الصِّيَامِ بَعْدَ رَمَضَانَ شَهْرُ اللَّهِ الْمُحَرَّمُ، وَأَفْضَلُ الصَّلَاةِ بَعْدَ الْفَرِيضَةِ صَلَاةُ اللَّيْلِ
“การถือศีลอดที่ประเสริฐสุดหลังเราะมะฎอน คือเดือนมุหัรฺร็อมของอัลลอฮฺ และละหมาดที่ประเสริฐสุดหลังจากละหมาดฟัรฎู คือละหมาดยามค่ำคืน”
⏰ เวลาที่ดีที่สุด — หนึ่งในสามสุดท้ายของคืน
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๔๕ · มุสลิม ๗๕๘
يَنْزِلُ رَبُّنَا تَبَارَكَ وَتَعَالَى كُلَّ لَيْلَةٍ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا حِينَ يَبْقَى ثُلُثُ اللَّيْلِ الْآخِرُ، يَقُولُ: مَنْ يَدْعُونِي فَأَسْتَجِيبَ لَهُ؟ مَنْ يَسْأَلُنِي فَأُعْطِيَهُ؟ مَنْ يَسْتَغْفِرُنِي فَأَغْفِرَ لَهُ؟
“พระผู้อภิบาลของเรา ผู้ทรงจำเริญและสูงส่ง จะทรงลงมายังฟ้าชั้นล่างสุดทุกคืน เมื่อเหลือเวลาหนึ่งในสามสุดท้ายของคืน พระองค์ตรัสว่า ผู้ใดวิงวอนต่อข้า ข้าจะตอบรับเขา? ผู้ใดขอต่อข้า ข้าจะให้เขา? ผู้ใดขออภัยโทษต่อข้า ข้าจะอภัยให้เขา?”
📿 ขั้นตอนปฏิบัติ
1
ตั้งใจและเตรียมตัวก่อนนอน
- ตั้งเนียตในใจก่อนนอนว่าจะลุกขึ้นละหมาด — หากหลับไปจนไม่ตื่น ก็ยังได้ผลบุญ (นะสาอีย์ ๑๗๘๗)
- ตั้งนาฬิกาปลุก · นอนเร็วหลังอิชาอ์ · อ่านอายะตุลกุรสีย์และอัซการฺก่อนนอน
2
เมื่อตื่นขึ้น
ลูบหน้าให้หายง่วง มองท้องฟ้า แล้วกล่าวดุอาอ์
ดุอาอ์เมื่อตื่นนอน (บุคอรีย์ ๖๓๑๒)الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي أَحْيَانَا بَعْدَ مَا أَمَاتَنَا وَإِلَيْهِ النُّشُورُ
อัลหัมดุลิลลาฮิลละซี อะหฺยานา บะอฺดะ มา อะมาตะนา วะอิลัยฮิน นุชูรฺ
ความหมาย: มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ทรงให้เรามีชีวิตขึ้นมาอีกหลังจากที่ทรงให้เราตายไป และยังพระองค์คือการฟื้นคืนชีพ
จากนั้นแปรงฟันด้วยไม้สิวาก และอาบน้ำละหมาด
3
เริ่มด้วย ๒ ร็อกอะฮฺเบาๆ
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๗๖๘
إِذَا قَامَ أَحَدُكُمْ مِنَ اللَّيْلِ فَلْيَفْتَتِحْ صَلَاتَهُ بِرَكْعَتَيْنِ خَفِيفَتَيْنِ
“เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกท่านลุกขึ้นละหมาดยามค่ำคืน ก็จงเริ่มละหมาดของเขาด้วยสองร็อกอะฮฺแบบเบาๆ”
4
ละหมาดครั้งละ ๒ ร็อกอะฮฺ แล้วปิดด้วยวิตรฺ
จำนวนที่ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติเป็นประจำคือ ๑๑ ร็อกอะฮฺ (๘ + วิตรฺ ๓) ทั้งในและนอกเดือนเราะมะฎอน
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๔๗ (หะดีษท่านหญิงอาอิชะฮฺ)
مَا كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ يَزِيدُ فِي رَمَضَانَ وَلَا فِي غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً
“ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ﷺ ไม่เคยละหมาดเกินสิบเอ็ดร็อกอะฮฺ ทั้งในเดือนเราะมะฎอนและนอกเดือนเราะมะฎอน”
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๔๗๒ · มุสลิม ๗๔๙
صَلَاةُ اللَّيْلِ مَثْنَى مَثْنَى، فَإِذَا خَشِيَ أَحَدُكُمُ الصُّبْحَ صَلَّى رَكْعَةً وَاحِدَةً تُوتِرُ لَهُ مَا قَدْ صَلَّى
“ละหมาดยามค่ำคืนนั้นทีละสองร็อกอะฮฺ เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกท่านเกรงว่าจะถึงเวลาศุบหฺ ก็จงละหมาดหนึ่งร็อกอะฮฺ ซึ่งจะทำให้สิ่งที่เขาละหมาดไปแล้วเป็นจำนวนคี่”
สำหรับผู้เริ่มต้น: เริ่มจาก ๒ ร็อกอะฮฺ + วิตรฺ ๑ ร็อกอะฮฺ แล้วค่อยเพิ่ม — ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “การงานที่อัลลอฮฺทรงรักที่สุด คือสิ่งที่ทำสม่ำเสมอแม้จะน้อย” (บุคอรีย์ ๖๔๖๔)
🌤️ ๕. ละหมาดฎุฮา (ละหมาดยามสาย)
เรียกอีกชื่อว่า ละหมาดอัลเอาวาบีน (ละหมาดของผู้กลับตัวสู่อัลลอฮฺ) เป็นสุนนะฮฺที่ท่านนบี ﷺ สั่งเสียเป็นพิเศษ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|
| เวลาเริ่ม | ประมาณ ๑๕–๒๐ นาทีหลังดวงอาทิตย์ขึ้น (สูงประมาณหนึ่งหอก) |
| เวลาสิ้นสุด | ก่อนดวงอาทิตย์ถึงกึ่งกลางฟ้า (ประมาณ ๑๐–๑๕ นาทีก่อนซุฮฺรฺ) |
| เวลาที่ดีที่สุด | เมื่อแดดเริ่มร้อนจัด (ประมาณ ๙:๐๐–๑๐:๐๐ น.) |
| จำนวน | อย่างน้อย ๒ ร็อกอะฮฺ · ปกติ ๔ · สูงสุดที่มีรายงาน ๘ ร็อกอะฮฺ |
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๗๒๐ (หะดีษอบูซัรฺ)
يُصْبِحُ عَلَى كُلِّ سُلَامَى مِنْ أَحَدِكُمْ صَدَقَةٌ، فَكُلُّ تَسْبِيحَةٍ صَدَقَةٌ، وَكُلُّ تَحْمِيدَةٍ صَدَقَةٌ... وَيُجْزِئُ مِنْ ذَلِكَ رَكْعَتَانِ يَرْكَعُهُمَا مِنَ الضُّحَى
“ทุกเช้า ทุกข้อกระดูกของคนหนึ่งคนใดในพวกท่านต้องมีการบริจาค ทุกการกล่าวสุบหานัลลอฮฺคือการบริจาค ทุกการกล่าวอัลหัมดุลิลลาฮฺคือการบริจาค… และเพียงพอแล้วจากสิ่งนั้นด้วยสองร็อกอะฮฺที่เขาละหมาดในยามฎุฮา”
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๗๘ · มุสลิม ๗๒๑
أَوْصَانِي خَلِيلِي بِثَلَاثٍ: صِيَامِ ثَلَاثَةِ أَيَّامٍ مِنْ كُلِّ شَهْرٍ، وَرَكْعَتَيِ الضُّحَى، وَأَنْ أُوتِرَ قَبْلَ أَنْ أَنَامَ
ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺกล่าวว่า “ผู้เป็นที่รักยิ่งของฉัน (ท่านนบี ﷺ) ได้สั่งเสียฉันสามประการ คือ การถือศีลอดสามวันของทุกเดือน การละหมาดฎุฮาสองร็อกอะฮฺ และการละหมาดวิตรฺก่อนที่ฉันจะนอน”
📜 หะดีษสุนันอัตติรมิซีย์ ๕๘๖ (หะสัน) — ผลบุญอันยิ่งใหญ่
مَنْ صَلَّى الْغَدَاةَ فِي جَمَاعَةٍ ثُمَّ قَعَدَ يَذْكُرُ اللَّهَ حَتَّى تَطْلُعَ الشَّمْسُ ثُمَّ صَلَّى رَكْعَتَيْنِ كَانَتْ لَهُ كَأَجْرِ حَجَّةٍ وَعُمْرَةٍ تَامَّةٍ تَامَّةٍ تَامَّةٍ
“ผู้ใดละหมาดฟัจญ์รฺเป็นญะมาอะฮฺ แล้วนั่งรำลึกถึงอัลลอฮฺจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น จากนั้นละหมาดสองร็อกอะฮฺ เขาจะได้ผลบุญเสมือนการทำหัจญ์และอุมเราะฮฺ อย่างสมบูรณ์ สมบูรณ์ สมบูรณ์” (เรียกว่าละหมาดอิชรอก ซึ่งเป็นช่วงต้นของเวลาฎุฮา)
ฟัตวาเชคอิบนุบาซ: ละหมาดอิชรอกและละหมาดฎุฮาคือละหมาดเดียวกัน เพียงแต่อิชรอกคือการทำในช่วงต้นเวลาของฎุฮา
🌛 ๖. ละหมาดตะรอวีหฺ (กิยามุเราะมะฎอน)
การละหมาดตะรอวีหฺแบบญะมาอะฮฺในเดือนเราะมะฎอน · Wikimedia Commonsคือการละหมาดกิยามุลลัยลฺแบบญะมาอะฮฺในเดือนเราะมะฎอน ทำหลังละหมาดอิชาอ์ ถือเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๓๗ · มุสลิม ๗๕๙
مَنْ قَامَ رَمَضَانَ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ
“ผู้ใดยืนละหมาดในเดือนเราะมะฎอนด้วยความศรัทธาและหวังผลบุญจากอัลลอฮฺ บาปที่ผ่านมาของเขาจะถูกอภัย”
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๑๓๗๕ · ติรมิซีย์ ๘๐๖ (เศาะฮีหฺ)
إِنَّهُ مَنْ قَامَ مَعَ الْإِمَامِ حَتَّى يَنْصَرِفَ كُتِبَ لَهُ قِيَامُ لَيْلَةٍ
“แท้จริงผู้ใดละหมาดพร้อมกับอิมามจนกระทั่งอิมามเสร็จสิ้น จะถูกบันทึกให้เขาเท่ากับการละหมาดตลอดทั้งคืน”
จำนวนร็อกอะฮฺ
- ๑๑ ร็อกอะฮฺ (๘ + วิตรฺ ๓) — ตามแบบที่ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติ (บุคอรีย์ ๑๑๔๗)
- ๒๓ ร็อกอะฮฺ (๒๐ + วิตรฺ ๓) — ตามที่ปฏิบัติในสมัยท่านอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ และในมัสญิดอัลหะรอมปัจจุบัน
- ข้อสรุป: เรื่องจำนวนมีความกว้าง ไม่ควรโต้เถียงหรือแตกแยก
ฟัตวาเชคอิบนุบาซ และคณะกรรมการถาวรฯ แห่งซาอุดีอาระเบีย: เรื่องจำนวนร็อกอะฮฺของตะรอวีหฺนั้นกว้างขวาง ไม่มีจำนวนจำกัดตายตัว ผู้ที่ละหมาด ๑๑ หรือ ๒๓ หรือมากกว่านั้นย่อมถือว่าถูกต้อง แต่สิ่งสำคัญคือความสงบนิ่ง (คุชูอฺ) และความเรียบร้อยของการละหมาด ดีกว่าการเร่งรีบเพื่อให้ได้จำนวนมาก
สำหรับสตรี: อนุญาตให้ไปละหมาดตะรอวีหฺที่มัสญิดได้ โดยไม่แต่งกายฉูดฉาดและไม่ใส่น้ำหอม ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า “พวกท่านอย่าห้ามบ่าวหญิงของอัลลอฮฺไปยังมัสญิดของอัลลอฮฺ” (บุคอรีย์ ๙๐๐)
🧭 ๗. ละหมาดอิสติคอเราะฮฺ (ขอการชี้นำ)
เมื่อลังเลใจในเรื่องสำคัญ เช่น การแต่งงาน การงาน การเดินทาง การลงทุน ให้ละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺแล้วขอดุอาอ์นี้
📿 ขั้นตอนปฏิบัติ
- อาบน้ำละหมาดให้เรียบร้อย
- ละหมาดสุนนะฮฺ ๒ ร็อกอะฮฺ (ไม่ใช่ละหมาดฟัรฎู) อ่านสูเราะฮฺใดก็ได้
- หลังให้สลาม ยกมือขึ้นขอดุอาอ์อิสติคอเราะฮฺ
- เมื่อถึงคำว่า “เรื่องนี้” (هَذَا الْأَمْرَ) ให้ระบุเรื่องที่ต้องการในใจหรือออกเสียง
- จากนั้นให้ตัดสินใจและดำเนินการตามที่หัวใจโน้มเอียงไป พร้อมมอบหมายต่ออัลลอฮฺ — ไม่จำเป็นต้องฝันเห็นอะไร
- ทำซ้ำได้หลายครั้งหากยังไม่ชัดเจน
ดุอาอ์อิสติคอเราะฮฺاللَّهُمَّ إِنِّي أَسْتَخِيرُكَ بِعِلْمِكَ، وَأَسْتَقْدِرُكَ بِقُدْرَتِكَ، وَأَسْأَلُكَ مِنْ فَضْلِكَ الْعَظِيمِ، فَإِنَّكَ تَقْدِرُ وَلَا أَقْدِرُ، وَتَعْلَمُ وَلَا أَعْلَمُ، وَأَنْتَ عَلَّامُ الْغُيُوبِ. اللَّهُمَّ إِنْ كُنْتَ تَعْلَمُ أَنَّ هَذَا الْأَمْرَ خَيْرٌ لِي فِي دِينِي وَمَعَاشِي وَعَاقِبَةِ أَمْرِي فَاقْدُرْهُ لِي وَيَسِّرْهُ لِي ثُمَّ بَارِكْ لِي فِيهِ، وَإِنْ كُنْتَ تَعْلَمُ أَنَّ هَذَا الْأَمْرَ شَرٌّ لِي فِي دِينِي وَمَعَاشِي وَعَاقِبَةِ أَمْرِي فَاصْرِفْهُ عَنِّي وَاصْرِفْنِي عَنْهُ، وَاقْدُرْ لِيَ الْخَيْرَ حَيْثُ كَانَ ثُمَّ أَرْضِنِي بِهِ
อัลลอฮุมมะ อินนี อัสตะคีรุกะ บิอิลมิก · วะอัสตักดิรุกะ บิกุดเราะติก · วะอัสอะลุกะ มิน ฟัฎลิกัล อะซีม · ฟะอินนะกะ ตักดิรุ วะลา อักดิรฺ · วะตะอฺละมุ วะลา อะอฺลัม · วะอันตะ อัลลามุล ฆุยูบ · อัลลอฮุมมะ อิน กุนตะ ตะอฺละมุ อันนะ ฮาซัล อัมเราะ ค็อยรุน ลี ฟี ดีนี วะมะอาชี วะอากิบะติ อัมรี ฟักดุรฺฮุ ลี วะยัสสิรฺฮุ ลี ษุมมะ บาริก ลี ฟีฮฺ · วะอิน กุนตะ ตะอฺละมุ อันนะ ฮาซัล อัมเราะ ชัรฺรุน ลี ฟี ดีนี วะมะอาชี วะอากิบะติ อัมรี ฟัศริฟฮุ อันนี วัศริฟนี อันฮฺ · วักดุรฺ ลิยัล ค็อยเราะ หัยษุ กานะ ษุมมะ อัรฺฎินี บิฮฺ
ความหมาย: โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงข้าพระองค์ขอให้พระองค์ทรงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดด้วยความรู้ของพระองค์ และขอความสามารถจากพระองค์ด้วยอานุภาพของพระองค์ และขอจากความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพราะแท้จริงพระองค์ทรงสามารถ แต่ข้าพระองค์ไม่สามารถ พระองค์ทรงรอบรู้ แต่ข้าพระองค์ไม่รู้ และพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับทั้งหลาย · โอ้อัลลอฮฺ หากพระองค์ทรงรู้ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งดีแก่ข้าพระองค์ในศาสนา ในการดำรงชีวิต และในบั้นปลายกิจการของข้าพระองค์ ก็ขอทรงกำหนดมันให้แก่ข้าพระองค์ ทรงทำให้มันง่ายดาย และทรงประทานความจำเริญในมัน · แต่หากพระองค์ทรงรู้ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งชั่วร้ายแก่ข้าพระองค์ในศาสนา ในการดำรงชีวิต และในบั้นปลายกิจการของข้าพระองค์ ก็ขอทรงหันมันออกไปจากข้าพระองค์ และทรงหันข้าพระองค์ออกไปจากมัน และขอทรงกำหนดสิ่งที่ดีแก่ข้าพระองค์ไม่ว่ามันจะอยู่ ณ ที่ใด แล้วขอทรงทำให้ข้าพระองค์พึงพอใจในสิ่งนั้น
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๖๒ (หะดีษญาบิรฺ)
كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ يُعَلِّمُنَا الِاسْتِخَارَةَ فِي الْأُمُورِ كُلِّهَا كَمَا يُعَلِّمُنَا السُّورَةَ مِنَ الْقُرْآنِ، يَقُولُ: إِذَا هَمَّ أَحَدُكُمْ بِالْأَمْرِ فَلْيَرْكَعْ رَكْعَتَيْنِ مِنْ غَيْرِ الْفَرِيضَةِ ثُمَّ لِيَقُلْ...
“ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ﷺ สอนพวกเราเรื่องอิสติคอเราะฮฺในกิจการทั้งหมด เหมือนที่ท่านสอนสูเราะฮฺหนึ่งจากอัลกุรอานแก่เรา ท่านกล่าวว่า เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกท่านตั้งใจจะทำเรื่องหนึ่งเรื่องใด ก็จงละหมาดสองร็อกอะฮฺที่ไม่ใช่ละหมาดฟัรฎู แล้วจงกล่าวว่า…”
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: ไม่มีหลักฐานใดระบุว่าต้องนอนหลังอิสติคอเราะฮฺเพื่อรอความฝัน หรือต้องเห็นสีขาว-สีดำ — คณะกรรมการถาวรฯ แห่งซาอุดีอาระเบีย ระบุว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีที่มาจากสุนนะฮฺ หลังขอดุอาอ์แล้วให้ปรึกษาผู้รู้ ชั่งน้ำหนักด้วยเหตุผล แล้วตัดสินใจโดยมอบหมายต่ออัลลอฮฺ
📋 ๘. ละหมาดสุนนะฮฺอื่นๆ ที่ควรรู้
🕌 ตะหิยยะตุลมัสญิด (คำนับมัสญิด)
เมื่อเข้ามัสญิด ให้ละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺ ก่อนนั่ง
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๖๓ · มุสลิม ๗๑๔
إِذَا دَخَلَ أَحَدُكُمُ الْمَسْجِدَ فَلَا يَجْلِسْ حَتَّى يُصَلِّيَ رَكْعَتَيْنِ
“เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกท่านเข้ามัสญิด ก็อย่าได้นั่งลงจนกว่าจะละหมาดสองร็อกอะฮฺ”
หากเข้ามัสญิดขณะอิกอมะฮฺแล้ว หรือขณะอิมามกำลังละหมาด ให้เข้าร่วมละหมาดฟัรฎูเลย ไม่ต้องละหมาดตะหิยยะฮฺ — ฟัตวาเชคอิบนุอุษัยมีน
💧 ๒ ร็อกอะฮฺหลังอาบน้ำละหมาด
📜 หะดีษเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์ ๑๑๔๙ · มุสลิม ๒๔๕๘ (หะดีษบิลาล)
مَا تَوَضَّأْتُ وُضُوءًا فِي سَاعَةِ لَيْلٍ أَوْ نَهَارٍ إِلَّا صَلَّيْتُ بِذَلِكَ الطُّهُورِ مَا كُتِبَ لِي أَنْ أُصَلِّيَ
ท่านบิลาลกล่าวว่า “ฉันไม่เคยอาบน้ำละหมาดในยามใดของกลางคืนหรือกลางวัน เว้นแต่ฉันจะละหมาดด้วยความสะอาดนั้นเท่าที่ถูกกำหนดให้ฉันละหมาด” — และท่านนบี ﷺ บอกว่าได้ยินเสียงรองเท้าของบิลาลนำหน้าท่านในสวรรค์ด้วยเหตุนี้
🤲 ละหมาดเตาบะฮฺ (ขออภัยโทษ)
เมื่อทำบาป ให้อาบน้ำละหมาดแล้วละหมาด ๒ ร็อกอะฮฺ จากนั้นขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๑๕๒๑ · ติรมิซีย์ ๔๐๖ (หะสัน)
مَا مِنْ عَبْدٍ يُذْنِبُ ذَنْبًا فَيُحْسِنُ الطُّهُورَ ثُمَّ يَقُومُ فَيُصَلِّي رَكْعَتَيْنِ ثُمَّ يَسْتَغْفِرُ اللَّهَ إِلَّا غَفَرَ اللَّهُ لَهُ
“ไม่มีบ่าวคนใดที่ทำบาป แล้วเขาทำความสะอาดอย่างดี จากนั้นลุกขึ้นละหมาดสองร็อกอะฮฺ แล้วขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ เว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงอภัยให้แก่เขา”
📖 สุญูดติลาวะฮฺ (กราบเมื่ออ่านถึงอายะฮฺสัจญ์ดะฮฺ)
เมื่ออ่านหรือได้ยินอายะฮฺสัจญ์ดะฮฺ ให้กล่าวตักบีรฺแล้วสุญูดหนึ่งครั้ง ไม่ต้องมีตะชะฮฺฮุดหรือสลาม
ดุอาอ์ขณะสุญูดติลาวะฮฺ (ติรมิซีย์ ๕๘๐ · เศาะฮีหฺ)سَجَدَ وَجْهِي لِلَّذِي خَلَقَهُ وَصَوَّرَهُ، وَشَقَّ سَمْعَهُ وَبَصَرَهُ بِحَوْلِهِ وَقُوَّتِهِ، فَتَبَارَكَ اللَّهُ أَحْسَنُ الْخَالِقِينَ
สะญะดะ วัจญ์ฮี ลิลละซี เคาะละเกาะฮฺ วะเศาวะเราะฮฺ · วะชักเกาะ สัมอะฮู วะบะเศาะเราะฮฺ บิเหาลิฮี วะกูวะติฮฺ · ฟะตะบาเราะกัลลอฮุ อะหฺสะนุล คอลิกีน
ความหมาย: ใบหน้าของฉันได้กราบแด่พระผู้ทรงสร้างมัน ทรงให้รูปร่างแก่มัน ทรงเปิดการได้ยินและการมองเห็นของมัน ด้วยพลังและอานุภาพของพระองค์ ดังนั้นอัลลอฮฺผู้ทรงสร้างที่ดีเลิศยิ่งทรงจำเริญยิ่ง
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๘๑
إِذَا قَرَأَ ابْنُ آدَمَ السَّجْدَةَ فَسَجَدَ اعْتَزَلَ الشَّيْطَانُ يَبْكِي، يَقُولُ: يَا وَيْلَهُ، أُمِرَ ابْنُ آدَمَ بِالسُّجُودِ فَسَجَدَ فَلَهُ الْجَنَّةُ
“เมื่อลูกหลานอาดัมอ่านอายะฮฺสัจญ์ดะฮฺแล้วสุญูด ชัยฏอนจะปลีกตัวออกไปร้องไห้ กล่าวว่า โอ้ความวิบัติของฉัน! ลูกหลานอาดัมถูกสั่งให้สุญูดแล้วเขาก็สุญูด เขาจึงได้สวรรค์…”
🙏 สุญูดชุกรฺ (กราบขอบคุณ)
เมื่อได้รับข่าวดีหรือรอดพ้นจากภัย ให้สุญูดหนึ่งครั้งนอกละหมาด ไม่ต้องมีน้ำละหมาดเป็นเงื่อนไขตามทัศนะที่มีน้ำหนัก
📜 หะดีษสุนันอบูดาวูด ๒๗๗๔ · ติรมิซีย์ ๑๕๗๘ (หะสัน)
كَانَ النَّبِيُّ ﷺ إِذَا أَتَاهُ أَمْرٌ يَسُرُّهُ، أَوْ بُشِّرَ بِهِ، خَرَّ سَاجِدًا شَاكِرًا لِلَّهِ تَبَارَكَ وَتَعَالَى
“ท่านนบี ﷺ เมื่อมีเรื่องที่ทำให้ท่านยินดีมาถึงท่าน หรือได้รับข่าวดี ท่านจะทรุดตัวลงสุญูดเพื่อขอบคุณอัลลอฮฺผู้ทรงจำเริญและสูงส่ง”
🚫 ๙. เวลาที่ห้ามละหมาดสุนนะฮฺ
มี ๓ ช่วงเวลา ที่ห้ามละหมาดสุนนะฮฺทั่วไป เพื่อไม่ให้คล้ายคลึงกับการเคารพดวงอาทิตย์
| ช่วงเวลา | รายละเอียด | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|
| ๑. ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น | ตั้งแต่เริ่มขึ้นจนสูงประมาณหนึ่งหอก | ประมาณ ๑๕–๒๐ นาที |
| ๒. ขณะดวงอาทิตย์กลางฟ้า | ก่อนคล้อยไปทางตะวันตก | ประมาณ ๑๐ นาทีก่อนซุฮฺรฺ |
| ๓. ขณะดวงอาทิตย์ตก | ตั้งแต่เริ่มเหลืองจนตกลับขอบฟ้า | ประมาณ ๑๕–๒๐ นาที |
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๘๓๑ (หะดีษอุกบะฮฺ บิน อามิรฺ)
ثَلَاثُ سَاعَاتٍ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ يَنْهَانَا أَنْ نُصَلِّيَ فِيهِنَّ، أَوْ أَنْ نَقْبُرَ فِيهِنَّ مَوْتَانَا: حِينَ تَطْلُعُ الشَّمْسُ بَازِغَةً حَتَّى تَرْتَفِعَ، وَحِينَ يَقُومُ قَائِمُ الظَّهِيرَةِ حَتَّى تَمِيلَ الشَّمْسُ، وَحِينَ تَضَيَّفُ الشَّمْسُ لِلْغُرُوبِ حَتَّى تَغْرُبَ
“มีสามช่วงเวลาที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ﷺ ห้ามเราละหมาดในช่วงนั้น หรือฝังศพผู้ตายของเราในช่วงนั้น คือ เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มขึ้นจนกระทั่งมันสูงขึ้น · เมื่อดวงอาทิตย์อยู่กลางฟ้าจนกระทั่งมันคล้อย · และเมื่อดวงอาทิตย์เอียงลงสู่การตกจนกระทั่งมันตกลับ”
ข้อยกเว้น: ละหมาดที่มีสาเหตุเฉพาะยังทำได้ในเวลาดังกล่าว เช่น ละหมาดชดเชยฟัรฎูที่ตกไป · ตะหิยยะตุลมัสญิด · ละหมาดสุริยุปราคา · ละหมาดญะนาซะฮฺ · ละหมาดเฏาะวาฟ — ฟัตวาเชคอิบนุอุษัยมีนและคณะกรรมการถาวรฯ
ข้อยกเว้นพิเศษในมัสญิดอัลหะรอม: อนุญาตให้ละหมาดและเฏาะวาฟได้ทุกเวลา ตามหะดีษ “โอ้ลูกหลานอับดุมะนาฟ พวกท่านอย่าได้ห้ามผู้ใดเฏาะวาฟ ณ บ้านหลังนี้ และละหมาดในเวลาใดก็ตามที่เขาประสงค์” (ติรมิซีย์ ๘๖๘ · เศาะฮีหฺ)
📿 ๑๐. อัซการฺหลังละหมาดฟัรฎู (โบนัส)
สุนนะฮฺที่ถูกละเลยมากที่สุด แต่ผลบุญมหาศาล — ปฏิบัติทันทีหลังให้สลามทุกละหมาดฟัรฎู
๑. อิสติฆฟารฺ ๓ ครั้งأَسْتَغْفِرُ اللَّهَ
อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ (๓ ครั้ง)
ความหมาย: ข้าพระองค์ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ
๒. บทสันติภาพ (มุสลิม ๕๙๑)اللَّهُمَّ أَنْتَ السَّلَامُ، وَمِنْكَ السَّلَامُ، تَبَارَكْتَ يَا ذَا الْجَلَالِ وَالْإِكْرَامِ
อัลลอฮุมมะ อันตัส สลาม · วะมิงกัส สลาม · ตะบาร็อกตะ ยาซัล ญะลาลิ วัลอิกรอม
ความหมาย: โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือผู้ทรงสันติ และจากพระองค์คือสันติ พระองค์ทรงจำเริญยิ่ง โอ้ผู้ทรงเกียรติและความสูงส่ง
๓. บทยืนยันอำนาจของอัลลอฮฺ (บุคอรีย์ ๘๔๔)لَا إِلَٰهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ، اللَّهُمَّ لَا مَانِعَ لِمَا أَعْطَيْتَ، وَلَا مُعْطِيَ لِمَا مَنَعْتَ، وَلَا يَنْفَعُ ذَا الْجَدِّ مِنْكَ الْجَدُّ
ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮุ วะหฺดะฮู ลา ชะรีกะ ละฮฺ · ละฮุล มุลกุ วะละฮุล หัมดุ · วะฮุวะ อะลา กุลลิ ชัยอิน เกาะดีรฺ · อัลลอฮุมมะ ลา มานิอะ ลิมา อะอฺฏ็อยตฺ · วะลา มุอฺฏิยะ ลิมา มะนะอฺตฺ · วะลา ยันฟะอุ ซัล ญัดดิ มิงกัล ญัดดฺ
ความหมาย: ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ พระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองเป็นของพระองค์ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง · โอ้อัลลอฮฺ ไม่มีผู้ใดยับยั้งสิ่งที่พระองค์ประทาน และไม่มีผู้ใดประทานสิ่งที่พระองค์ทรงยับยั้ง และความมั่งมีของผู้มั่งมีย่อมไม่ยังประโยชน์แก่เขาได้จากพระองค์
๔. ตัสบีหฺหลังละหมาด ๓๓ + ๓๓ + ๓๓ + ๑
سُبْحَانَ اللَّهِ
สุบหานัลลอฮฺ (๓๓ ครั้ง)
ความหมาย: มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺ
الْحَمْدُ لِلَّهِ
อัลหัมดุลิลลาฮฺ (๓๓ ครั้ง)
ความหมาย: มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ
اللَّهُ أَكْبَرُ
อัลลอฮุอักบัรฺ (๓๓ ครั้ง)
ความหมาย: อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุด
ครบ ๑๐๐ ด้วยบทนี้لَا إِلَٰهَ إِلَّا اللَّهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ، وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ
ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮุ วะหฺดะฮู ลา ชะรีกะ ละฮฺ · ละฮุล มุลกุ วะละฮุล หัมดุ · วะฮุวะ อะลา กุลลิ ชัยอิน เกาะดีรฺ
ความหมาย: ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ พระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ อำนาจการปกครองเป็นของพระองค์ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง
📜 หะดีษเศาะฮีหฺมุสลิม ๕๙๗
مَنْ سَبَّحَ اللَّهَ فِي دُبُرِ كُلِّ صَلَاةٍ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَحَمِدَ اللَّهَ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَكَبَّرَ اللَّهَ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، فَتِلْكَ تِسْعَةٌ وَتِسْعُونَ، وَقَالَ تَمَامَ الْمِائَةِ: لَا إِلَٰهَ إِلَّا اللَّهُ... غُفِرَتْ خَطَايَاهُ وَإِنْ كَانَتْ مِثْلَ زَبَدِ الْبَحْرِ
“ผู้ใดกล่าวสุบหานัลลอฮฺหลังทุกละหมาดสามสิบสามครั้ง กล่าวอัลหัมดุลิลลาฮฺสามสิบสามครั้ง และกล่าวอัลลอฮุอักบัรฺสามสิบสามครั้ง นั่นคือเก้าสิบเก้า และกล่าวให้ครบร้อยว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ… ความผิดของเขาจะถูกอภัย แม้ว่ามันจะมากเท่าฟองคลื่นในทะเลก็ตาม”
๕. อายะตุลกุรสีย์ (อัล-บะเกาะเราะฮฺ ๒:๒๕๕)
📖 อัลกุรอานอัล-บะเกาะเราะฮฺ ๒:๒๕๕ — อ่านหลังทุกละหมาดฟัรฎู
ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلْحَىُّ ٱلْقَيُّومُ ۚ لَا تَأْخُذُهُۥ سِنَةٌ وَلَا نَوْمٌ ۚ لَّهُۥ مَا فِى ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِى ٱلْأَرْضِ
“อัลลอฮฺนั้นคือ ไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใดๆ นอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงมีชีวิตอยู่เสมอ ผู้ทรงบริหารกิจการทั้งหลายโดยตลอด การง่วงนอนและการนอนหลับจะไม่เอาพระองค์ สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้นเป็นของพระองค์…”
ที่มาคำแปล: สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ
📜 หะดีษนะสาอีย์ ฟี อัลกุบรอ ๙๙๒๘ (เศาะฮีหฺ)
مَنْ قَرَأَ آيَةَ الْكُرْسِيِّ دُبُرَ كُلِّ صَلَاةٍ مَكْتُوبَةٍ لَمْ يَمْنَعْهُ مِنْ دُخُولِ الْجَنَّةِ إِلَّا أَنْ يَمُوتَ
“ผู้ใดอ่านอายะตุลกุรสีย์หลังทุกละหมาดฟัรฎู ไม่มีสิ่งใดขัดขวางเขาจากการเข้าสวรรค์ นอกจากการที่เขาต้องตายเสียก่อน”
๖. อัลมุเอาวิซาต (๓ สูเราะฮฺสุดท้าย)
อ่าน อัลอิคลาศ · อัลฟะลัก · อันนาส อย่างละ ๑ ครั้งหลังทุกละหมาด และ ๓ ครั้งหลังฟัจญ์รฺกับมัฆริบ (อบูดาวูด ๑๕๒๓ · เศาะฮีหฺ)